นิทรรศการ Lucie Masters รวมฮิตช่างภาพระดับมาสเตอร์ 130 คนในงานเดียว

สยาม.มนุษย์.สตรีท

ข่าว และ ภาพ โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

ไม่ใช่ง่ายๆที่เราจะได้ดูงานปริ๊นท์ของช่างภาพระดับมาสเตอร์ 13o คน มากกว่า 200 ภาพ ในงานเดียว แต่ละคนก็คือช่างภาพที่ทรงอิทธิพลแห่งศตวรรษที่ 20 กันทั้งนั้น … นี่มันเป็น Grestest Hits ของคนรักภาพถ่ายชัดๆ

“Lucie Masters” นิทรรศการภาพครั้งล่าสุดของแกลอรี่ House of Lucies ได้รวบรวมเอางานของช่างภาพอย่าง Elliott Erwitt, Henri Cartier-Bresson , Mary Ellen Mark, Joel Meyerowitz, Martin Parr, Josef Koudelka, Duane Michales, Melvin Sokolsky, Greg Gorman , Lillian Bassman และอีกมากมาย ทั้งหมดนี่ก็คือช่างภาพที่ได้รับรางวัล Lucie Awards ระหว่างช่วงปี 2003 – 2016  ด้วย

งานปริ๊นท์ที่เอามาโชว์ มีทั้งงานปริ๊นท์ต้นฉบับจากศิลปินเลย และปริ๊นท์ใหม่ที่ปริ๊นท์จากไฟล์ต้นฉบับของทางช่างภาพเองด้วย  มั่นใจได้ว่าเรากำลังดูงานมาสเตอร์กันจริงๆ งานนี้ชมกันฟรี แบบยาวๆถึง 30 กันยายน 2017 กันเลยทีเดียว

House of Lucie อยู่เอกมัย ซอย 8

www.facebook.com/HouseofLucie

View original post

ว่าด้วยช่วง CINEshorts ในรายการ CineCut

เป็นระยะเวลา 9 เดือนที่รายการ CineCut ได้ให้พื้นที่เล็กๆกับหนังสั้นไทยและต่างประเทศได้ปรากฏสู่ผู้ชมในวงกว้างผ่านรายการ CineCut ผ่านการเลือกสรรหนังสั้นคุณภาพที่น่าสนใจมานำเสนอถึง 74 เรื่อง ย่อมต้องมีเรื่องที่ผู้ชมจะชอบและไม่ชอบแตกต่างกันไป ขณะเดียวกันในฐานะ Producer เราก็มีเรื่องที่ชอบโดยส่วนตัว ซึ่งอาจแตกต่างจากคนอื่น เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และจากการเลือกอยู่นาน เราก็ได้หนังสั้นมาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะคัดเลือกเรื่องที่ชอบที่สุดเพียงเรื่องเดียว โดยแบ่งหนังสั้นตามประเภทต่างๆไว้ 5 ประเภท ดังนี้

(คลิกชมได้ที่ชื่อเรื่อง)

หนังสั้นไทย

 

“พิไล” กำกับโดย สิรดนัย ผึ้งน้อย

เป็นเรื่องของคนแก่ที่เล่าแบบจริงใจ คาแรคเตอร์คุณยายในเรื่องเป็นอะไรที่ใกล้ตัวเรามากๆ ถึงโปรดักชั่นจะไม่ได้เนี้ยบ แต่เราชอบ Mood & Tone ที่ดูเหงาและแปลกตาในความเรียบง่าย

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“Intersection” กำกับโดย มานุสส วรสิงห์

“N is for Nuptials” กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล

“Nobody” กำกับโดย ธนกฤต อมรนุกูล

“Time” กำกับโดย ปรีชญญ์ รัตนดิลกชัย

 

 

2. หนังสั้นต่างประเทศ

“The Black Hole” กำกับโดย Philip Sansom & Olly Williams

รู้สึกทึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ดู มันมีเสน่ห์ของความเป็นหนังสั้นจริงๆ น่าสงสัยและชวนติดตาม แล้วนักแสดงก็เล่นดี ดูเข้ากับบทพนักงานออฟฟิศใคร่รู้. หนังเล่าเรื่องในเวลาไม่กี่นาทีแต่กลับให้อะไรมากกว่าหนังยาวบางเรื่อง เหตุเกิดเพราะโลภจนได้เรื่อง

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“Happy Sushi” กำกับโดย Andy Green

“2AM: The Smiling Man” กำกับโดย Michael Evans

“Interferences” กำกับโดย David Bertram

“Support” กำกับโดย Börkur Sigþórsson

 

3. แอนิเมชั่นไทย

“Footstep” กำกับโดย พณิดา รัตรสาร

เล่าถึงเส้นทางชีวิต การเติบโตของเด็กน้อยสู่วัยผู้ใหญ่ แทรกด้วยประเด็นความรักที่พ่อมีต่อลูก ลายเซ็นน่ารักได้ใจเราไปเต็มๆ

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“มะเมี๊ยะ” กำกับโดย มนพร ศรีศุทธยานนท์

“หนูนุ้ย” กำกับโดย จรรยา เหตะโยธิน

 

4. แอนิเมชั่นต่างประเทศ

 

“Lambs” กำกับโดย Gottfried Mentor

มันพูดถึงความแตกต่าง และชวนตั้งคำถามว่าเราจำเป็นต้องเหมือนคนอื่นจริงหรือ.. นำเสนอเรื่องราวของลูกแกะน้อยที่ร้องไม่เหมือนพ่อแม่ เราชอบประเด็นนี้เพราะทำให้รู้สึกกล้าแสดงออก ภูมิใจและยอมรับในความแตกต่างของตัวเอง

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“The Man Who Was Afraid Of Falling” กำกับโดย Joseph Wallace

“Le retour” (The Return) กำกับโดย Natalia Chernysheva

 

5. Music Video

“แด่เธอผู้เดียว (Scars)” กำกับโดย จุฬญาณนนท์ ศิริผล

ดูเป็นงาน Art + Experimental ที่ผ่านการคิดและทำการบ้านมาอย่างดี เราได้เห็นภาพการปะทุของพื้นผิวดวงอาทิตย์อันร้อนแรง และการเผาไหม้ของม้วนเทปวิดีโอที่ดูเศร้าแต่สวยงาม หลายๆองค์ประกอบในงานชิ้นนี้ดูมีนัยยะที่เปิดโอกาสให้คนดูพากันตีความไปต่างๆนาๆได้แบบไม่มีผิดไม่มีถูก

 

MV อื่นๆที่น่าสนใจ

“Bunny House” กำกับโดย ปกรณ์ อยู่อิน

“Bathtub IV” กำกับโดย Keith Loutit

 

ขณะนี้ทางรายการได้มีการนำช่วงใหม่ CineCut Attractions เข้ามาแทน กับการนำเสนอหนังที่น่าสนใจจากเทศกาลที่จัดขึ้นในไทยและต่างประเทศ. ใครที่สนใจ อย่าลืมติดตามชมนะครับ ทุกวันจันทร์ & พฤหัสบดี 17:50 น. ทางช่อง M Channel (88) หรือดูย้อนหลังได้ที่ http://j.mp/CineCutChannel

 

จนกว่าจะพบกันใหม่ครับ ◡̈

—————————————

หนังสั้นทั้งหมดจากช่วง CINEshorts
-> https://goo.gl/d9XrDJ

Why the Cannes Short Film Corner is not important

You're not in Cannes anymore

You submitted your film to the Cannes Short Film Corner, paid the €85 entry fee, and bam, within a day they recognized your artistic brilliance and accepted your film!

You knew it! All these years you were right! You’re a modern auteur, whose career is about to blossom. A genius of the highest order. Your film is a Cannes Official Selection!

Only – it’s not. And no festival makes programming decisions in a day.

You have misunderstood what the Cannes Short Film Corner is and its importance.

If you live far away, then before you waste thousands on getting there or ask someone to pay for you, you should understand what the Short Film Corner is about so you can make informed decisions.

What is the Cannes Short Film Corner?

The Cannes Short Film Corner is not the same as being accepted into competition at the Festival de Cannes (Cannes Film Festival). As the Short Film Corner’s website…

View original post 2,912 more words

Get A Sneak Peek Of The “Love Actually” Reunion

My Favourite Films of 2016

ok-copy
*คลิกชื่อเรื่องเพื่อชม Trailer*

ดูในโรง :

Anomalisa‬ (2015)
Dirs: Charlie Kaufman, Duke Johnson / USA
บรรทัดฐานของคำว่า “ธรรมดา” , “พิเศษ” และ “แปลกต่าง”‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬

The Promise [คิดถึงครึ่งชีวิต] (2016)
Dir: Chanaphon Rinla / Thailand
คำสัญญามีค่ากับคนที่เห็นค่ามัน

Train to Busan (2016)
Dir: Sang-ho Yeon / South Korea
ธาตุแท้ของคนในช่วงวิกฤต!!

Long Story Shorts: Lost in Blue [ระหว่างเราครั้งก่อน] (2016)
Dirs: Aekaphong Saranset, Jirassaya Wongsutin, Paphawee Jinnasith / Thailand
ความเป็น(เด็กสาว)วัยรุ่น – เพศ – ความรัก

From Bangkok To Mandalay [ถึงคน..ไม่คิดถึง] (2016)
Dir: Chartchai Ketnust / Thailand, Myanmar
หนังแนวรักไม่สมหวังอีกเรื่องที่กินใจ + เล่นกับความเป็นพม่าในหลายบริบทได้ดี + ซาบซึ้งและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน

(จาก 70 เรื่อง)

 


 

ok-copy-copy

 

ไม่โรง :

Children of Nature (1991)
Dir: Friðrik Þór Friðriksson / Iceland
คนชรา. เซอร์เรียล. ไอซ์แลนด์.
เป็นหนังที่พูดถึงคนวัยไม้ใกล้ฝั่งได้งดงามเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยดูมา

The Prophet (2014)
Dirs: Roger Allers & 9 Filmmakers / USA, CAN, FRA, IRE, LEB, QAT
พลังแห่งอิสรภาพ. ความรักที่เติบโต. การกำเนิดอันบริสุทธิ์.
สร้างจากหนังสือ “ปรัชญาชีวิต” โดย คาลิล ยิบราน

Cemetery of Splendor [รักที่ขอนแก่น] (2015)
Dir: Apichatpong Weerasethakul / Thailand
นึกถึงในหลวงนอนป่วยบนเตียง

Wild Tales (2014)
Dir: Damián Szifrón / Argentina, Spain
โหด-ดิบ-เถื่อน. เลว-ชั่ว-ระยำหมา. สุดโต่ง-สุดตีนนน.

Mr. Nobody (2009)
Dir: Jaco Van Dormael / CAN, BEL, GER, FRA
เลือก สิ เลือก .. เพราะชีวิตคนเรา ทุกวินาทีคือการ “เลือก” ตัดสินใจทำ-ไม่ทำอะไร เสมอ

(จาก 20 เรื่อง)

บันทึกหลังชม Fantastic Beasts and Where to Find Them (2016)

บันทึกหลังชม Fantastic Beasts and Where to Find Them (2016)
7 พ.ย. 59 / IMAX, Siam Paragon

tumblr_o5qm6asisg1v5sgnlo1_500

 

วันนี้มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them (สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่) รอบ Final Check ณ โรง Imax สยามพารากอน ในระบบ 3D  เราจะขอพูดถึงหนังด้วยความเห็นส่วนตัว ดังนี้..

โดยภาพรวม ในฐานะที่เป็นภาคเปิด Series ส่วนตัวเราชอบมากกว่า Harry Potter ภาคแรก ตรงที่ตอนท้ายของเรื่องนี้ ซาบซึ้งกินใจ และมีจุดที่ Impact เรียกน้ำตาเราโดยไม่รู้ตัว (เดี๋ยวตรงนี้จะมาขยายความตรงนี้ในตอนท้าย) แค่นี้ก็ได้ใจเราไปเต็มๆเลย

ขอชื่นชม J.K. Rowling นักเขียนชื่อดังที่สอบผ่านในฐานะคนเขียนบทหนังเรื่องแรก จากที่เคยเขียนหนังสือนิยาย เมื่อถูกเปลี่ยนมาเป็นการเขียนในฟอร์มบทหนัง การสร้างเรื่อง+จินตนาการของเธอยังคงเจ๋งและไหลลื่น

จากหนังสือสารานุกรมสัตว์เล่มบาง ๆ ที่มีแต่เนื้อหาสาระเพียว ๆ ชื่อเดียวกับหนังได้ถูกนำมาถ่ายทอดและต่อขยายเป็นเรื่องราวในฟอร์มของภาพยนตร์ได้อย่างมีจังหวะและลงตัว ถือเป็นการเปิดจักรวาลใหม่ต่อได้อีกยาว ๆ แบบสบาย .. คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นโลกเวทมนตร์ในอเมริกา (ที่นี่เรียกคนธรรมดาว่า No-Maj นะไม่ใช่ Muggle เหมือน HP) และได้ข่าวว่าจะทำ 5 ภาค .. แฟนคลับแฮร์รี่ตามต่อ แฟนคลับรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักแฮร์รี่ก็คงเริ่มตามดูนับจากนี้

Mood & Tone ของเรื่องนี้ ดูผู้ใหญ่กว่า HP / เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์วิเศษหลุดออกมาและพระเอกต้องตามจับชุลมุนวุ่นวายสนุกสนาน สอดแทรกอารมณ์ขันเป็นระยะ เสริมด้วยความรักกุ๊กกิ๊กน่ารัก .. เด็กๆที่ชอบการไปเที่ยวสวนสัตว์, คนรักสัตว์ หรือชอบเรื่องสัตว์อยู่แล้ว น่าจะถูกใจได้ไม่ยาก

ชื่นชมเทคนิคการสร้างสัตว์ได้มีเสน่ห์น่าสนใจ บทให้ความสำคัญและมี Moment ดีๆของสัตว์ครบทุกตัว ที่สำคัญเป็นสัตวใหม่ๆไม่ซ้ำใน HP เลย .. ยิ่งไปกว่านั้น สัตว์ที่ออกมาใน Climax นี่ CG อย่างอลังการ ระทึกหัวใจจะวาย LOL (บรรยากาศ/สภาพแวดล้อมช่วง Climax คล้าย Suicide Squad แต่เรื่องนี้ทำถึงและพีคส์กว่ามาก)

เราขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้ในระบบ IMAX 3D เพราะหนังเล่นกับระบบ 3 มิติได้ดีมากๆ .. เรื่องนี้ใช้เทคนิค 3D Frame Break ที่บางฉากจะพุ่งทะลุขอบดำบน-ล่างจอ / พุ่งทะลุจอออกมานอกจอ (มากกว่าหนังที่ฉายในระบบ IMAX ที่เคยดูมาในระยะหลังๆ) นึกถึง Life of Pi .. จำได้ว่ามีซีนนึงที่มีปลากระโดดออกมาอยู่เหมือนกัน

การแสดง … เราค่อนข้างเซอร์ไพร์สกับ Ezra Miller ในคาแรคเตอร์ Credence Barebone มาก! ตีบทแตก เล่นดีสูสีกับ Eddie Redmayne หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ใครที่ยังไม่ได้ดู แนะนำให้จับตาดูคาแรคเตอร์นี้ไว้ดีๆ มีเซอร์ไพรส์หนักมากตอนท้าย + หลายคนคงไม่คาดคิดแน่ๆ (ถึงตอนจบนี่เราเข้าใจเลยว่าทำไมทั้งเรื่อง Credence ถึงมีคาแรคเตอร์แบบนั้น) รวมถึงเคมีที่ดูเข้ากันดีระหว่างพระเอก-นางเอก / คือทีมงานเลือก Cast มาได้เหมาะสมกันดี .. ทุกตัวละครเลย

+ แต่เมื่อ Newt, Jacob และ Tina รวมทีมผจญภัยด้วยกันแล้ว ทำไมมันทำให้เรานึกถึง Harry, Ron และ Hermione ขึ้นมาได้นะ..

ส่วนดนรีประกอบ ... ก็ทำได้มาตรฐานเหมือนเช่น HP เคยทำมาแล้ว / เพลง Theme เรื่องนี้ซึ่งเป็นคิวสั้นๆนี่ติดหูมาก มันถูกใส่เข้ามาตั้งแต่ไตเติ้ลเรื่อง และก็ได้ยินเป็นระยะทั้งเรื่องจนจบ

+ เดาว่าพอเห็นไตเติ้ลขึ้น แฟนคลับ HP ที่ดูรอบแรกจะต้องปรบมือกรี๊ดกร๊าดเพราะรอคอยหนังเรื่องนี้มานานแน่นอน เหมือนกับที่เราดู Star Wars: The Force Awakens รอบ Fan Meet พอไตเติ้ลขึ้นนี่ทั้งโรงพร้อมใจกันปรบมือกันลั่นโรงเลย+++

—————————————————————–

FB พูดถึงอะไร ?
: การต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว / ด้านมืดปะทะด้านสว่าง ..
โดยส่วนตัวยะงทำให้นึกถึง HP นะ .. J.K. ยังหนีไม่พ้นการนำเสนอประเด็นพวกนี้
+ แฝงด้วยประเด็นเกี่ยวกับการเมือง (การต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมของ Mary Lou)

วกลับมาพูดถึงฉากที่ประทับใจท้ายเรื่อง จากที่กล่าวไว้ในตอนต้นนั้น นั่นก็คือ..
ฉากที่ธันเดอร์เบิร์ดบินขึ้นบนไปฟ้าเพื่อนำน้ำยาลบความจำโปรยให้ชาวนิวยอร์กทั้งเมือง ด้วยการทำให้ฝนน้ำยาลบความจำตกลงมา… ที่เราซาบซึ้งเพราะ การดูในช่วงนี้ทำให้นึกถึงในหลวงและโครงการฝนหลวงของท่าน .. ฝนที่หยดลงมา ทำให้แผ่นดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม รวมไปถึงการที่เหล่าผู้วิเศษต่างพากันเสกบ้านเมืองกลับคืนสู่สภาพเดิม มันรู้สึกตื้นตันที่เห็นทุกคนร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองกลับมาปกติดังเดิมเหมือนว่าไม่มีเรื่องราวความรุนแรงใดๆเกิดขึ้น

แล้วเราก็นึกถึงช่วงเวลาที่บ้านเราเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง หรือภัยพิบัติต่างๆ .. ต่อให้เสียหายขนาดไหน ถ้าทุกคนร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันคนละนิดคนละหน่อย เชื่อว่ามันจะสามารถฟื้นคืนกลับมาเหมือนเดิมได้แน่นอน
วันร้ายๆผ่านพ้นไป ความทรงจำที่เลวร้ายของคนก็หายไป วันใหม่ที่สดใสมาแทนที่

—————————————————————–

ความทรงจำอันเลวร้ายบางเรื่องก็ยากจะลืมเลือน ..
แต่ในหนังทำให้เราเห็นว่าด้วยฝนน้ำยาลบความจำ ทุกคนก็พากันลืมไปได้สนิทใจ พร้อมจะก้าวต่อไป เผชิญหน้ากับวันใหม่โดยที่ไม่หันหลังกลับไปมองสิ่งเลวร้ายที่ผ่านมา

น้ำยานี้ พอจะมีอยู่จริงในโลกของเราไหมนะ.. และจะหาได้จากไหน..
เราแค่อยากจะมอบให้คนที่มีความทรงจำเลวร้าย และยังคงลืมมันไมได้จนถึงทุกวันนี้

“อภิชาติพงศ์” ให้สัมภาษณ์สื่อฮ่องกง ไทยกำลังกลายเป็นส่วนผสมของสิงคโปร์-เกาหลีเหนือ

“บุคคลผู้มีความคิดสร้างสรรค์จำเป็นจะต้องกล้าตั้งคำถาม”

คนมองหนัง

อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ให้สัมภาษณ์กับ วิเวียน โจว แห่งเว็บไซต์ qz.com ว่าสภาพการเมืองการปกครองของประเทศไทยในช่วงสองปีที่ผ่านมา ภายหลังการรัฐประหาร มิได้เพียงนำพาประเทศให้ย้อนหลังกลับไปสู่อดีตเท่านั้น แต่สิทธิเสรีภาพของประชาชนพลเมืองยังถูกคุกคามอีกด้วย

“มันกำลังกลายเป็นส่วนผสมระหว่างสิงคโปร์กับเกาหลีเหนือ” ผู้กำกับชื่อดัง กล่าวถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตน

อภิชาติพงศ์ให้สัมภาษณ์กับโจว ระหว่างเดินทางมาร่วมงานเปิดนิทรรศการศิลปะ The Serenity of Madness ของเขา ซึ่งจะสัญจรมาจัดแสดงที่ฮ่องกงจนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้

นิทรรศการของคนทำหนังระดับโลกจากไทย เกิดขึ้นหลังจากที่ฮ่องกงเพิ่งมีการเลือกตั้งทั่วไป โดยอภิชาติพงศ์ชี้ว่า แม้คนฮ่องกงจะยังไม่ได้สัมผัสกับระบอบประชาธิปไตยแบบเต็มใบ แต่พวกเขาก็ยังได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้แทนฯ ของตน และสามารถแสดงความเห็นได้อย่างเสรีในระดับหนึ่ง ซึ่งนั่นส่งผลให้เขารู้สึกเศร้าใจกับชะตากรรมของประเทศบ้านเกิด

“ผมอดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงภาวะที่หลายๆ อย่าง กำลังเดินทางย้อนกลับหลัง (ในประเทศไทย) ผมคิดฝันมาตลอดว่าจะมีรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนการพัฒนางานทางด้านวัฒนธรรม แต่แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แผนการพัฒนาวัฒนธรรมถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ขณะที่งบประมาณกองทัพกลับเพิ่มสูงขึ้น ยังไม่รวมถึงภาวะของการเซ็นเซอร์ที่กำลังเกิดขึ้น ผมจึงรู้สึกอิจฉาภาวะในฮ่องกง ที่ผลงานด้านวัฒนธรรมสามารถบูรณาการร่วมกับชุมชนได้ นอกจากนี้ ชาวฮ่องกงยังสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับอิสรภาพของตนเองได้อยู่”

อภิชาติพงศ์ยังระบุว่า ภาวะที่คนไทยส่วนใหญ่เลือกจะยอมก้มหัวให้แก่ระบอบอำนาจปัจจุบัน ได้ส่งผลให้ทุกสิ่งทุกอย่างย่ำแย่ลง เขาเชื่อว่าวัฒนธรรมแบบขงจื๊อที่ลงรากลึก ได้ส่งอิทธิพลทางความคิดให้คนไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม และยอมรับว่ากองทัพเป็นสถาบันหลักของประเทศ

“บรรดาขุนศึกจึงเข้ามายึดอำนาจเป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปัญหาทางการเมืองไม่ได้ถูกแก้ด้วยระบบรัฐสภา แต่ถูกแก้ด้วยการใช้กำลัง ประชาชนคุ้นเคยกับวิถีทางแบบนี้ พวกเขาให้การยอมรับกองทัพ พวกเขาชื่นชอบที่จะมี ‘คุณพ่อคุณแม่’ เข้ามาคุ้มครองดูแล และรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่สังคม ด้วยการใช้รถถังและปืน”

แม้ผู้กำกับดังจะเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ตื่นรู้ทางการเมือง แต่เขาระบุว่ามีศิลปินไทยบางรายที่ตัดสินใจจะท้าทายภาวะแน่นิ่งเช่นนั้นด้วยผลงานศิลปะที่กระตุ้นให้ผู้ชมได้ฉุกคิด แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกเรียกตัวไปปรับทัศนคติ และให้ลงนามยอมรับที่จะไม่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหารก็ตาม

ท้ายสุดของการสนทนา อภิชาติพงศ์ยืนยันกับโจวว่า

“บุคคลผู้มีความคิดสร้างสรรค์จำเป็นจะต้องกล้าตั้งคำถาม”

ที่มา http://qz.com/789448

View original post