Q & A with Muslim Teenager

          ผ่านไปซื้อโรตีท้ายตลาดอนุสาร (อยู่ใกล้ๆกับไนท์บาซาร์,เชียงใหม่) เมื่อครั้งไปเที่ยวเมื่อปีที่แล้ว เลยสบโอกาสได้ซักถามกับวัยรุ่นชายชาวมุสลิมคนหนึ่งเกี่ยวกับข้อเท็จจริง หลักปฏิบัติ รวมถึงพิธีการต่างๆของศาสนาอิสลาม ประจวบเหมาะกับที่ช่วงนั้นกำลังค้นว้าข้อมูลเพื่อนำมาเขียนนวนิยายเกี่ยวกับศาสนาอยู่พอดี จึงได้นำข้อสงสัยที่มีเปลี่ยนเป็นคำถามขึ้น  ซึ่งผลปรากฏว่าสิ่งที่ได้รับทราบจากการพูดคุยครั้งนี้เอง กลับกลายเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายไปมากเอาการเลยทีเดียว!

 

         “ ร้องไห้ก็ดี ถือเป็นการแสดงความเสียใจเวลาที่เห็นคนเสียชีวิต และพอได้เห็นเราก็จะคิดได้ว่าชีวิตของเราอยู่บนโลกนี้ สักวันหนึ่งเราก็ต้องตายเหมือนกัน ”

 

Q: ผู้ชายมีแฟนได้ 4 คนจริงหรือไม่
A: ได้ ถ้าคนแรกยอม แล้วผู้เป็นสามีเลี้ยงดูไหว

Q: ศาสนาอิสลามแต่ละนิกายแตกต่างกันอย่างไร
A: อิสลามมีแยกออกไปหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นชีอะฮ์ ซุนนี่  โดยทั้งสองนิกายนิกายนี้แตกต่างตรงอิหม่ามคนละคน

Q: ทำไมผู้หญิงในศาสนาอิสลามมีทั้งที่คลุมผมและไม่ได้คลุมผม
A: ถ้าตามหลักศาสนาจริงๆแล้วผู้หญิงทุกคนจะต้องคลุมผม เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ  ในส่วนของคนที่ไม่คลุมผม มันพูดได้หลายแบบ บางคนที่เขาไม่รู้ก็มี หรือคนที่อยู่ในลักษณะที่ไม่สามารถทำแบบนี้ได้ก็มี ซึ่งในคัมภีร์อัลกุรอานก็บอกไว้ว่าทุกนิกายจะต้องคลุมหมด

Q: ต้องคลุมตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่
A: ก็ตั้งแต่ผู้หญิง บรรลุนิติภาวะ* จนถึงตลอดชีวิต  แต่จริงๆแล้วเรื่องการคลุมผมไม่ได้ต้องการบอกให้รู้ว่าเป็นมุสลิมอย่างเดียวนะ แต่เป็นการปกปิดส่วนที่สงวน โดยที่ผู้หญิงต้องเต็มใจทำอย่างนั้นด้วย  จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่ว่าศาสนาไหนก็สอนว่าต้องปกปิดในส่วนที่ควรสงวน แต่บางทีคนก็ไม่สนใจ ยิ่งถ้าในศาสนาอิสลามจะถือว่าบาป

Q: การละหมาดที่ทำ 5 ครั้งต่อวัน(เช้า,บ่าย,เย็น,ค่ำ,กลางคืน)จำเป็นต้องไปทำที่มัสยิดไหม
A: ไม่จำเป็น ละหมาดที่บ้านก็ได้ แต่จะให้ดีควรไปที่มัสยิดให้ครบทั้ง 5 ครั้ง ถ้าเราสามารถไปได้ เพราะการทำละหมาดที่มัสยิดจะได้ผลดีกว่า แล้วก็เรายังได้ไปทำละหมาดร่วมกันกับพี่น้อง* และถือเป็นการปฏิบัติตามศาสนกิจของเรา  ยกตัวอย่างสมมติกษัตริย์เสด็จมา เวลาเราอยู่หน้าพระองค์เราก็ต้องนอบน้อม อยู่ในสถานะที่มีความเคารพที่สุด ถ้าเปรียบกับพระเจ้าในศาสนาอิสลามผู้ซึ่งให้ทุกสิ่งกับเรา ปัจจัยการดำรงชีวิตและอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน ฉะนั้นการละหมาดก็เหมือนกับการแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ด้วย  ส่วนถ้าในกรณีที่ลืมละหมาดจริงๆ (ในจำนวน 5 ครั้งต่อวัน) ก็คงไม่เป็นไร แต่ว่าเราต้องกลับมาชดใช้ อย่างสมมติถ้าเราขาดละหมาดไป 1 ครั้ง พอเรานึกได้เราก็ต้องรีบกลับมาละหมาดในส่วนที่เราขาดไปโดยที่ต้องจินตนาการเองว่าจะละหมาดชดใช้ในเวลาไหน

Q: การละหมาดนอกมัสยิดมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
A: ถ้าจำเป็นต้องละหมาดที่อื่น ก็ต้องเป็นสถานที่สะอาด ส่วนผ้ารองนั่งก็ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นผ้าอะไร (แต่ในมัสยิดจะเป็นพรม) คือขอให้สถานที่ตรงนั้นมีความสะอาด จะละหมาดกับพื้นเลยก็ยังได้   เวลาทำจะทำคนเดียวหรือพร้อมกันหลายคนก็ได้ แต่อย่างหลังจะดีกว่า ซึ่งถ้าทำพร้อมกันเป็นกลุ่ม(ในที่นี้คือตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป)จะต้องมีคนนำ  แต่ถ้าไม่ได้ทำพร้อมกันเราก็ทำพิธีละหมาดของใครของมันไป

Q: พิธีศพในศาสนาอิสลามเป็นอย่างไร
A: อันดับแรกจะมีการอาบน้ำให้คนที่เสียชีวิตที่บ้าน โดยคนที่จะเข้าไปอาบน้ำให้ศพจะต้องเป็นเครือญาติที่ไม่สามารถแต่งงานกับผู้ตายได้ เสร็จแล้วจึงห่อผ้าแล้วทำพิธีละหมาดกับศพ โดยมีคนนำ 1 คน เพื่อเป็นการขอพรจากพระเจ้าให้กับผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย จะที่มัสยิดหรือที่บ้านก็ได้แล้วแต่ความสะดวก  ซึ่งเป็นการพูดทำนองว่าถ้าคนตายได้มีอะไรติดค้างกับใครไว้ไม่ว่าเป็นเรื่องหนี้สิน หรืออะไรก็ตามให้มาติดต่อได้ที่ใคร ซึ่งคนๆนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อจากผู้ตาย  เพราะการติดค้างสิ่งต่างๆตอนมีชีวิตอยู่ถือเป็นเรื่องสำคัญมากซึ่งศาสนาจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังและเราจะต้องจัดการให้เรียบร้อย  หลังพิธีละหมาดเสร็จสิ้นเราก็นำศพไปฝังในกุโบร์*  โดยต้องทำขั้นตอนต่างๆเหล่านี้ต้องให้เสร็จภายใน 24ชั่วโมงหรือภายในวันเดียว
 
Q: จริงหรือที่มีข้อห้ามเรื่องการร้องให้ในพิธีศพเพราะจะทำให้วิญญาณไม่ไปสู่สุคติ
A: มันเป็นความเชื่อ ถ้าถามผมแล้วไม่จำเป็น ร้องไห้ก็ดี ถือเป็นการแสดงความเสียใจเวลาที่เห็นคนเสียชีวิต และพอได้เห็นก็จะทำให้คิดได้ว่าชีวิตของเราอยู่บนโลกนี้ สักวันหนึ่งก็ต้องตายเหมือนกัน คือไม่น่าจะใช่สิ่งต้องห้ามแต่อย่างไรครับ
        

          หมายเหตุ
บรรลุนิติภาวะ* – ในศาสนาอิสลามคือ ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป / ผู้ชาย 15 ปีขึ้นไป
           พี่น้อง* – ชาวมุสลิมจะเรียกทุกคนที่นับถือศาสนานี้เป็นพี่น้องทั้งหมด แม้จะไม่ใช่พี่น้องร่วม
                           สายเลือดเดียวกันก็ตาม
            กุโบร์* – สถานที่ฝังศพหรือสุสานในศาสนาอิสลาม ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ข้างมัสยิดอย่าง
                           ที่หลายคนเข้าใจ

 

เรื่อง : ศุภกิติ์-พีระพงษ์ เสกสุวรรณ  (เมษา’ 51)
เรียบเรียง: ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ  (เมษา’ 52)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s