ธรรมดา

               “ ชีวิตคนเรา เมื่อมาถึงจุดหนึ่งจะเกิดความรู้สึกว่าไม่ต้องการอะไรมากมายอีกต่อไป นอกจากชีวิตที่เรียบง่าย พออยู่พอกิน ดำรงตนอย่างพอเพียงตามหลักปัจจัย 4  เท่านี้เองจริงๆ ก็ทำให้มีความสุขแล้ว  เพียงแค่ชีวิตธรรมดา ๆ….

                ในแต่ละวัน คนเราส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ (เผลอ/หลง/ขาดสติ)  จึงทำให้กับคำถามง่าย ๆ อย่าง ‘ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ เพื่ออะไร และนำไปสู่อะไร’ กลับกลายเป็นคำถามที่ตอบยากขึ้นมาทันที   บางคนตอบได้ บางคนก็แทบใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตอบคำถามนี้  ซึ่งความจริงแล้วนายเองควรหมั่นถามตัวเองอยู่บ่อย ๆ  เพราะสิ่งนี้เองจะนำไปสู่เหตุของการเกิด ‘สติ’ ด้วยวิธีอันเรียบง่ายที่สุด และเป็นการยับยั้งไม่ให้ทุกข์เกิดตามมา….

                เผื่อนายโตขึ้น และได้มองย้อนกลับมา จะได้ไม่รู้สึกเสียใจ ที่วันนี้มัวทำอะไรอยู่…  ความจริงชีวิตคนเรา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องการมี ต้องการหามาให้ได้ ต้องการพบเจอ หรือต้องการเป็น เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ทั้งสิ้น  เพียงแค่รู้สึก ‘อยาก’ ความทุกข์ก็เกิดแล้ว (กิเลส)  นี่ยังไม่นับว่าสิ่งที่ต้องการนั้นจะหามาได้หรือไม่ได้ด้วยซ้ำ!   ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือกำลังเดินอยู่บนถนนเส้นไหนก็ตาม ชีวิตทุกคนต่างได้ถูกลิขิตมานับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต  ดังนั้นการที่เราต้องพบเจอกับใคร สถานที่ไหน หรือเหตุการณ์ใด ที่นำพาให้เกิดความรู้สึก หรือการจำได้หมายรู้ขึ้น จึงเป็นผลจากสิ่งที่เราสร้างขึ้นครั้งอดีตชาติทั้งสิ้น (กรรม)  เป็นไปตามวัฏจักรชีวิต หรือที่เรียกกันว่า ‘ธรรมะจัดสรร’ นั่นเอง….

                ต่อให้เราจะมีอายุมากแค่ไหน มีความสุขเท่าไหร่ ประสบความสำเร็จมากหรือน้อย หรืออยู่ ณ ช่วงเวลาใดของชีวิต ยังไงนายและเราทุกคนล้วนหนีไม่พ้นความทุกข์อย่างแน่นอน  พระพุทธศาสนาจึงสอนให้เราทำยังไงก็ได้เพื่อหาวิธีกำจัดความทุกข์ให้หมดสิ้นไปตลอดกาลไง (นิพพาน)

——————————————————————————————

                ณ วันนี้ วันที่ผมพบเจอกับมรสุมชีวิต ทั้งปัญหา ความผิดหวัง หรือความทุกข์บ่อยครั้ง  ผมมักเอาสิ่งที่ได้ฟังจากรุ่นพี่คนหนึ่งมาขบคิดเสมอ…  คงไม่แปลกที่คนเราจะต้องพบกับสิ่งเหล่านี้ก่อน  มันเป็นแค่ช่วงหนึ่งของชีวิตที่เราต้องเผชิญหน้ากับมัน และผ่านพ้นไปให้ได้  เพราะถ้าเกิดผมพบกับความสำเร็จหรือความสุขเลย หากวันหนึ่งข้างหน้าเกิดพบกับปัญหา ผมจะทำอย่างไร จะหาทางแก้ได้ไหม หากไม่เรียนรู้ซะตั้งแต่วันนี้

                เพียงถ้าผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ ผมเชื่อว่าไม่มีทางที่ชีวิตจะไม่พบกับความสุขแน่นอน  ยิ่งทุกข์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสุขมากเท่านั้น…  และเมื่อวันที่รอคอยมาถึง วันที่ผมได้ไปยืนอยู่ ณ จุดบรรจบของความเข้าใจในทุกสรรพสิ่ง…

                วันนั้นผมคงจะเข้าใจถึงความหมายของ ‘ชีวิต’ ได้อย่างลึกซึ้ง  ผมคงภูมิใจและมีความสุขที่สุด  แล้วถ้าจะต้องเจอกับปัญหาอีก ต่อให้หนักหนาสาหัสแค่ไหน ผมก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า  “เราผ่านมันมาแล้ว และได้เรียนรู้วิธีแก้ทุกปัญหาด้วยตัวเอง”

                วันนั้นผมคงไม่ต้องการอะไรมากมายเหมือนวันนี้ และหยุดไขว่คว้าหาสิ่งที่ไม่จำเป็นให้กับชีวิตอีกต่อไป นอกเสียจากชีวิตที่เรียบง่ายและ ‘ ธ ร ร ม ด า ’

Written by Supakit Seksuwan
ธรรมดา / 2011 / บันทึก / พิมพ์ / Paper / Drama

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s