ถึง หลวงตาที่เคารพ

สวัสดีครับหลวงตา
เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ครั้งสบโอกาสได้ไปเยี่ยมหลวงตาและถือโอกาสสนทนาธรรม ผมยังจำสิ่งที่หลวงตาสอนได้เสมอ…

ทุกวันนี้แม้โลกเราจะก้าวหน้าไปไกล แต่กิเลสก็ยังท่วมหัวทั้งคนทั้งพระอยู่เหมือนเดิม วุ่นวายไม่มีจบ เราสบายซะจนไม่รู้จักอะไรแล้ว  คนที่เจริญสูงสุด ทำอะไรต้องคิดเป็น.. คนสมัยใหม่เป็น ‘ต้นไม้ตอนกิ่ง’ ไม่ใช่ ‘ต้นไม้เพาะเม็ด’ พ่อแม่เลี้ยงดูดี อยู่ในสายตาตลอด แต่ไม่มีมีหลัก ไม่มีรากแก้ว

สมัยนี้พระสงฆ์เสกพระพุทธเจ้าเต็มไปหมด ทั้งที่พระพุทธเจ้าวางหลักพระพุทธศาสนาไว้หมดแล้ว  มีอาบัติเป็นเนื้อเป็นตัว ไม่อยู่ในกฎหมายพระ (พระธรรมวินัย หรือปราชิต ๔)  พระพุทธศาสนาก็ใกล้จะอันตรธาน หาคนดีสืบสานศาสนาได้ยาก ถ้าอยากบวชไม่ต้องพบคณะสงฆ์ก็บวชได้  หาพระสงฆ์ที่เคารพกราบไหว้ หรือหาพระพุทธรูป สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สวดมนต์ได้ก็พอ  หากยังมีธรรมะ ปรารถนามรรคผลนิพพาน ก็ต้องบวชเรียน แต่อย่าทำอันตราย ตกนรก.. คนเราถ้าบวชกายแล้วไม่ได้บวชใจก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ทุกวันนี้เรากำลังผจญภัยอย่างสับสนกันอยู่  ถามพระถามคอม ถามโยมถามธรรมะ  พระเก่งคอม โยมเก่งธรรมะ มีการทำธรรมะขาย แจกจ่ายเยอะแยะหมด  แต่ถ้าไม่เคยอ่าน ไม่เคยดูก็ไม่เกิดประโยชน์ขึ้นมา

บ้านเมืองขาดคนปฏิบัติ.. รู้แต่กระบวนการ อุดมการณ์ อีกทั้งหลักการ วิธีการก็มีพร้อม  เอาแต่รู้กันทั้งนั้นแต่ไม่ปฏิบัติดังนี้.. ไม่กล่าวร้าย, ไม่ทำลาย ล้างผลาญ, สำรวมในปาฏิโมกข์, รู้จักประมาณในการกิน, นอนในที่นอน / นั่งในที่นั่งอันเงียบสงบ

ท่านพุทธทาสบอกว่าอย่าโง่เมื่อถูกผัสสะ  ผัสสะที่เกิดก็คือรูปกระทบตา เสียงกระทบหู จมูกกระทบกลิ่น  พระพุทธเจ้าท่านสั่งไว้ตั้งแต่ครั้งพุทธกาลถึงศีล ๒๒๗ แต่เพราะคนทั่วไปว่ามันมากเกิน ศีลน้อย ๆ ก็มี คือ

ศีลวิสุทธิ (๔ ประเภท) หมายถึง ความบริสุทธิ์ที่สูงขึ้นไปตามลำดับ เป็นการทำให้บริสุทธิ์ ด้วยการฝึกฝนตนเองที่เรียกว่าไตรสิกขา ไปโดยลำดับ จนบรรลุจุดมุ่งหมายคือนิพพาน ได้แก่

๑. ปาฏิโมกขสังวรศีล – ศีลคือความสำรวมในพระปาฏิโมกข์ เว้นจากข้อห้าม และทำตามข้ออนุญาต ตลอดจนประพฤติเคร่งครัดในสิกขาบท (คือ ศีลและมารยาทที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกนั่นเอง)

๒. อินทรียสังวรศีล – ศีลคือความสำรวมอินทรีย์๖ ระวังไม่ให้บาปอกุศลธรรมเกิดขึ้นได้ ในขณะที่รับรู้อินทรีย์ทั้งหก คือ สำรวมตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

๓. อาชีวปาริสุทธิศีล – ศีลคือความบริสุทธิ์แห่งอาชีวะ เลี้ยงชีพในทางที่ชอบธรรม

๔. ปัจจัยสันนิสิตศีล – ศีลที่เกี่ยวกับปัจจัยสี่ คือ การพิจารณาใช้สอยปัจจัย ให้เป็นไปตามประโยชน์ที่แท้ของสิ่งนั้น ไม่บริโภคด้วยตัณหา เช่น ไม่บริโภคด้วยความอยากรับประทาน ไม่บริโภคด้วยความอยากอยากใช้สอย

แล้วหลวงตาก็ถามผมว่า “แค่ศีล ๔ รักษา ได้ไหมล่ะ…?”

ถ้าหลวงตาอ่านมาถึงตรงนี้ ผมอยากบอกว่าชอบบรรยากาศวัดมาก รู้สึกร่มรื่น สงบเย็นอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเมื่อได้ฟังธรรมะจากหลวงตายิ่งทำให้ผมรู้ซึ้ง เข้าใจสัจธรรมของชีวิตมากขึ้น

ในโอกาสนี้ ผมอยากให้หลวงตารักษาสุขภาพนะครับ (ถ่ายรูปกระดาษโน้ตลายมือคุณหมอมา หลวงตาเป็นตั้ง ๔ โรค..)
หากมีโอกาสจะไปกราบนมัสการที่วัดตรีรัตนาราม จังหวัดระยองครับ

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕
ขอบุญบารมีดลบันดาลให้หลวงตาสุขภาพแข็งแรงตลอดปีและตลอดไปครับ หลวงตาที่เคารพ..
“พระเทพวราภรณ์”

พระเทพวราภรณ์ พระนักปฏิบัติระยอง

facebook พระเทพวราภรณ์

INSIDE MY MIND (VIDEO)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s