ทึนทึก เป็นละครตลกที่สะท้อนชีวิตวิถีคนเมืองผ่านกลุ่มตัวละครผู้หญิงเก่งที่เป็นเสมือนตัวแทนคนชั้นกลางปัจจุบัน เรื่องราวยั่วคิดชวนขันของกลุ่มเพื่อนที่อุปนิสัยหลากหลายแต่มีพื้นฐานใกล้เคียงกันทั้งฐานะ การศึกษา ชาติตระกูล รสนิยม ด้วยสถานการณ์วุ่นวายสารพัดเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละตอน ทำให้ละครเรื่องนี้ทั้งตลกขบขันให้แง่คิด สะท้อนทัศนคติร่วมของคนส่วนใหญ่ในสังคมเมืองชนิดโดนใจ กระเทาะประเด็นกระแสสังคมขณะนั้นได้อย่างกระแทกใจ เสียดสีเหน็บแนมด้วยอารมณ์ขันอันชาญฉลาดจนผู้ชมต้องหัวเราะไปกับข้อผิดพลาดไร้สาระของตัวละครที่เป็นภาพสะท้อนของตัวเอง

ทึนทึก (2535)
กลุ่มเพื่อนเก่าชาวคานทอง ที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อันประกอบด้วย ปานดวงใจ (ธิติมา สังขพิทักษ์) นักเขียนนิยายรัก นิสัยอ่อนแอน่าสงสาร แน๊ต นงราม (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) บก.นิตยสารโลกสตรี เจ้าระเบียบเคร่งครัด เบนจี้ เบญจมาภรณ์ (ผอูน จันทรศิริ) สาวสังคมชั้นสูงชอบใช้เวลาว่างเล่นละครหรือร้องเพลงการกุศลเป็นครั้งคราว ดร.อารีจิต (วราพรรณ หงุ่ยตระกูล) รองศาสตราจารย์สอนวิชาวรรณคดีอังกฤษในมหาวิทยาลัยชั้นนำ พรรณ พรรณราย (ศิรินุช เพ็ชรอุไร) ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ บ.โฆษณา และ ม.ร.ว. พอพุฒิพงศ์ (วสันต์ อุตมะโยธิน) ชายใจหญิง ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ ทั้ง 6 คน ต้องมีอันคานสะเทือน เมื่อ หมง มงคล (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ช่างรับเหมาก่อสร้างความรู้น้อย เข้ามาเกี่ยวข้องสนิทชิดชอบกับปานดวงใจ

ทึกทึก 2: 40 ปีผ่าน…คานเพิ่งขยับ (2551)
ภาคต่อละครเวทีแนวซิทคอมที่ได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น ในการจัดแสดงครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2535 เป็นเรื่องราวของผองเพื่อนที่เกาะเกี่ยวเหนี่ยวคานกันอย่างแน่นเหนียว นำเสนอมุมมองของคนทำงานที่มีต่อชีวิตคู่ ถ่ายทอดโดยกลุ่มนักแสดงชั้นนำ สิบหกปีผ่านไป ทึกทึกกลับมาอีกครั้ง ด้วยภาคต่อที่เต็มอารมณ์ขัน คราวนี้ ปานดวงใจ สาวใหญ่วัยเกือบสามสิบเมื่อครั้งโน้น ฝ่าฟันอุปสรรคทางความรักที่เกิดขึ้นจากกลุ่มเพื่อนสุดแสบเป็นผลสำเร็จ ประกาศแต่งงานกับ หมง หนุ่มใหญ่ชาวจีนที่คบหาดูใจกันมาจนอายุเข้าใกล้สี่สิบในครั้งนี้ เรื่องราวแสนโกลาหลจึงเกิดขึ้นด้วยความที่ทั้งกลุ่มยึดนิยาม ‘Have Fun Stay Single’ ทำให้ไม่มีใครมีประสบการณ์งานวิวาห์ จึงต้องพึ่งหามืออาชีพที่สวมบทโดย นีโน่ เมทะนี บูรณะศิริ เข้ามาจัดงานสุดเริ่ดหรูอลังการ ให้ปานดวงใจได้ลงจากคานทอง

ทึนทึก 3: One Night in Tokyo! (2554)
หนึ่งในทึนทึกต้องเผชิญกับปัญหาบุตรนอกสมรส เรื่องราวความลับแต่หนหลังจึงเปิดเผยขึ้นท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน ครั้งนี้ได้นักแสดงใหม่แกะกล่องส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น โคอิเขะ (โชโกะ ทานิกาวา) เด็กหนุ่มกำพร้าชาวญี่ปุ่นที่มาสร้างความอลหม่านตามหาพ่อในละครเวที

ถ้านับรวมภาค 4 “ทึนทึก 4: กลัวน้ำ (รู้สึกไปเอง)” ที่เพิ่งแสดงไปเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน 2555 หากเรียงลำดับละครเวทีซีรี่ย์นี้ตามความชอบ(มาก>น้อย)ของผมจะได้ดังนี้..

1. ทึนทึก 3 – ชอบเรื่องราวสืบสวนสอบสวนเป็นทุนเดิม บวกกับความเป็นญี่ปุ่นที่เป็นรสชาติแปลกใหม่ นาน ๆ จะเห็นทีวงการในละครเวที เรื่องราวไคลแม็กซ์นำไปสู่บทสรุป ก็ดูเท่ห์+เจ๋ง! ถึงขั้นจูนอินย้อนเวลากลับไปจำลองสถานการณ์ในญี่ปุ่น ยังไม่พอ.. มีรีเวิร์สอีกต่างหาก!! โชโกะ ทานิกาวา ที่รับบทเป็นโคอิเขะสอบผ่านกับบทเด็กหนุ่มญี่ปุ่นตามหาพ่อ ส่วนนักแสดงไปม่ต้องพูดถึง เข้าขากันดีอยู่แล้ว ที่ชอบอีกอย่างก็ตรงมุขที่เล่นในภาคนี้ (ล้อการเมือง) โดนหลายมุข อย่างใช้ตีนตบ เป็นต้น (ฮาาา..)

2. ทึนทึก 1 – หมงดูเป็นคนซื่อมาก.. แต่ก็เพราะคาแรกเตอร์ที่เป็นเช่นนี้เอง จึงทำให้ตอนจบ happy ending ลงได้ด้วยดี โดยทั้งเรื่องเป็นการทำทุกวิถีทางของกลุ่มเพื่อนทึกทึกเพื่อไม่ให้ ปาน (นักเขียน) ตกลงปลงใจกับหมง (คนก่อสร้าง) เนื่องด้วยสภาพทางสังคม ชนชั้น การศึกษา หน้าที่การงาน โดยที่ไม่แคร์ความรู้สึกที่ปานมีต่อคุณหมงเลยแม้แต่น้อย

3. ทึนทึก 2 – กูรูแอนดี้นักจัดงานระดับโลก เข้ามามีบทบาทในภาคนี้ เนื่องด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าแน๊ตเรียกตนให้มาจัดงานเปิดตัวเลดี้กระแต เรื่องวุ่น ๆ จึงเกิดขึ้น ภาคที่แล้ว เหล่าทึนทึกต้องหาทางทำให้หมงที่เข้าใจผิดเรื่องความรักที่ปานมีต่อเขากลับมาเข้าใจถูกต้อง ภาคนี้พวกเขาต้องทนกับความรู้สึกผิดที่เรียกกูรูแอนดี้มา นานวันเข้าก็ชักอยากให้ปานกับหมงมีงานแต่งงานแบบที่ทั้งสองตั้งใจไว้แต่เดิม บทละครภาคนี้ดูมีเส้นเรื่องเท่า ๆ กับภาค 1 เว้นแต่ว่าความสดลดน้อยลง และบทสรุป (Climax) ก็คล้ายกับภาคที่แล้ว ตรงที่เอาเหตุการณ์ ๆ หนึ่งมาเปลี่ยนแปลงเรื่องทั้งหมดให้จบแบบแฮปปี้ ในภาคนี้คืออุบัติเหตุของเลดี้กระแตนั่นเอง

4. ทึนทึก 4 – เป็นภาคที่ชอบน้อยที่สุด เพราะเน้นโชว์เทคนิคมากเกินไปทำไปให้กลบเส้นเรื่องไปนิดด เข้าใจว่าเป็นการทดลองอะไรใหม่ ๆ เพื่อให้ฉีกแนวไปจากภาคก่อน แต่ผมไม่ชอบบทตรงที่ที่พูดถึง ‘กรรม’ และเรื่องพุทธศาสนามากเกินไปจนแทบกลายเป็นการยัดเยียดให้คนดู ครึ่งหลัง พอทึนทึกดิ่งเข้าไปในกรรมของดร.อารีจิตก็พานให้นึกถึง Inception อยู่ไม่น้อย นักแสดงที่ขโมยซีนคือพี่เหมี่ยวและพี่ก้องในบทแม่หมอและผู้ช่วยเคน ทว่าบทสรุปก็ดูอ่อนกว่า 3 ภาคก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด หากจะขอชื่นชม นั่นคือเรื่องเทคนิค แสงสีเสียง การขึงผ้าดำ – เล่นกับสีสะท้อนแสง – เรือ – หุ่นยนต์ปลาฉลามบังคับ – ตุ๊กตาลูกน้ำ – ใช้ตัวยิงสัตว์คล้าย angry bird.. อะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ กลับไม่ได้ทำให้เรื่องสนุกขึ้นเลย แต่น่าจะเป็นที่ชื่นชอบสำหรับเด็ก ๆ ตั้งแต่อายุสัก 5 – 15 ปีได้ หากแต่ผู้ใหญ่(อย่างผม) กลับมีความรู้สึกว่า ภาคนี้เหมือนแค่ต้องการเอาเรื่องน้ำท่วมมาขายโดยแซม ๆ sub plot ใส่เข้าไปให้เรื่องมันสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้นเอง (เหมือนหมดมุข?) ไม่ใช่ทึนทึกที่ผมเคยรู้จักเลย.. แถมตอนท้ายรอบสุดท้ายยังมีสนทนาธรรมกับพระจากวัดผาณิตารามอีกด้วยล่ะ..

เอกลักษณ์ของทึนทึกแต่ละภาคคือการได้ล้อเลียน เสียดสีเหตุการณ์ดัง ๆ เรื่องราวในสังคม แวดวงต่าง ๆ ไปจนถึงการเมือง เห็นได้ชัดที่สุดคือ 2 ภาคสุดท้าย กล่าวคือ ภาค 3 – เสียดสีเรื่องเด็กชายเคอิโงะ และการเมือง เสื้อเหลือง-แดงที่กำลังคุกรุ่นในช่วงนั้น และภาค 4 – เรื่องน้ำท่วมใหญ่ช่วงปลายปีที่แล้ว (2554) ในแต่ละภาค ดารกามักกำหนดให้ตัวละครตัวหนึ่งในกลุ่มทึนทึกโดเด่นขึ้นมา หรือเป็นเจ้าของเรื่องราว โดยในภาค 1 คือ ปานกับหมง / ภาค 2 – กระแต / ภาค 3 – ชายพอ และภาค 4 ก็คือ ดร.อารีจิต ผู้ซึ่งบ้านถูกน้ำท่วม และเป็นเพราะกรรมที่เผลอฆ่าลูกน้ำทำให้อาการกลัวน้ำฝังในจิตใต้สำนึกไว้อย่างลึกแน่น!? ต้องเพ่งกรรม ลงไปจนพบกับวิญญาณลูกน้ำจองเวร!?!

บทละครเวที ทึนทึก 3 ภาค / 2011 / Stage Play / Comedy / Country: Thailand / Language: Thai / 187 pages / 10-17.07.55 / A / YES!
ดารกา วงศ์ศิริ. บทละครเวที ทึนทึก 3 ภาค. กรุงเทพฯ: บจก.ดรีมบอกซ์, 2554.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s