Rural male’s leadership, religion and the environment in Thailand’s mid-south, 1920s-1960s (2011)

บทความภาษาอังกฤษชิ้นนี้ อาจารย์ธนพงศ์ จิตต์สง่า ผู้สอนวิชา Seminar / Special Problems นำมาให้นิสิตปี 4 ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ที่ลงเรียนอ่าน ซึ่งต้องบอกก่อนว่าวิชานี้นั้นกำหนดให้นิสิตลงเรียนตามหัวข้อที่สนใจ โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มประมาณ 7 – 8 คน เบ็ดเสร็จจะมีทั้งหมด 7 กลุ่ม (7 หัวข้อเรื่อง) โดยผมเลือกศึกษาในหัวข้อเรื่อง พุทธศาสนา สถาบันกษัตริย์ กับการเมืองไทยสมัยใหม่นั่นเอง

บทความชิ้นนี้พูดถึงศาสนา, การปฏิบัติการโดยโจร, การเมืองและภาวะแวดล้อมในสังคมไทย โดยแบ่งออกเป็น 5 ส่วนการนำเสนอดังนี้..

1. Introduction : เกริ่นนำว่าบทความชิ้นนี้กำลังจะพุดถึงภาคใต้ตอนกลางของประเทศไทย อันได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช, พัทลุง และสงขลา ในช่วงหลังศตวรรษที่ 19 ในเรื่องสภาพและบริบททางสังคมภาคใต้ นำไปสู่การกำเนิดโจร/นักเลงในเวลาต่อมา

2. Lawman Khun Phantharakratchadet (1903-2006) : กล่าวถึงชีวประวัติ ความเป็นมา หน้าที่ของขุนพันธรักษ์ราชเดช หรือ ขุนพัน นายตำรวจชาวนครศรีธรรมราชชื่อดังของวงการตำรวจไทย ซึ่งท่านมีชื่อเสียงเป็นอันมากในการปราบโจรร้ายในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย แอย่างในภาคกลาง เช่น เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือดำ เสือไหว เสือมเหศวร ที่พัทลุง ปราบเสือสังหรือเสือพุ่ม ที่นราธิวาส ปราบผู้ร้ายทางการเมือง ในปี พ.ศ. 2481 หัวหน้าโจรชื่อ “อะเวสะดอตาเละ” จนท่านได้ฉายาจากชาวไทยมุสลิมว่า “รายอกะจิ” ซึ่งแปลว่า อัศวินพริกขี้หนู จากผลงานที่ท่านสามารถปราบโจร เสือร้ายได้มากมาย จึงได้รับฉายาต่าง ๆ อาทิเช่น นายพลตำรวจหนวดเขี้ยว หรือขุนพันธ์ฯ ดาบแดง (เชื่อกันว่าดาบที่ท่านใช้เป็นดาบตกทอดมาจากพระยาพิชัยดาบหัก ฝักดาบมีถุงผ้าสีแดงห่อหุ้ม ตัวดาบมีความคมกล้ายิ่งนัก) และยังมีการกล่าวถึงเรื่องจอมขมังเวทย์ ไสยศาสตร์ (ท่านถูกหลายคนกล่าวหาว่าใช้สิ่งนี้ปราบโจรผู้ร้าย) นักเลง และจตุคามรามเทพ (พระเครื่องชนิดหนึ่ง) เนื่องด้วยขุนพันเป็นผู้ริเริ่มให้มีการบวงสรวงพระธาตุนครศรีธรรมราช อันเป็นที่มาของการสร้างจตุคามรามเทพรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2530 กล่าวคือท่านเป็นผู้ให้กำเนิดพระเครื่องชนิดนี้ ที่สมัยหนึ่งเคยเป็นที่นิยมทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นเอง

3. The environment and the geopolitics of the mid-south : ส่วนนี้กล่าวถึงระบบการปกครอง และการแบ่งเขตการปกครองทางภูมิศาสตร์ของภาคใต้ตอนกลางเป็นมณฑล เทศาภิบาล และรูปแบบต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป มีการกล่าวถึง วัดเขาอ้อ วัดเก่าแก่โบราณที่มีความสำคัญทางด้านศิลปะและโบราณคดี ตั้งอยู่ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ที่นี่เป็นแหล่งวิทยาคมทางไสยศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่โบราณกาล พระเกจิอาจารย์ผู้สืบต่อวิชาทางไสยศาสตร์ ต่างก็เป็นที่พึ่งที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป เช่น พระอาจารย์ทองเฒ่า, พระครูสิทธิยาภิรัต (เอียด), พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์, พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา, พระครูพิพัฒน์สิริธร (อาจารย์คง) วัดบ้านสวน, พระอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ และฆราวาสที่คนทั่วไปรู้จักกันดีได้แก่ พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช

4. Southern Thai bandit culture : ความเป็นมาและสาเหตุการออกปฏิบัติการของโจรภาคใต้ (นักเลง/เจ้าพ่อ/มาเฟียในบริบททางสังคมไทย) การมาของขุนพัน และพื้นที่ที่ก่อเหตุ

5. Thai machismo : ส่วนสุดท้ายกล่าวถึงขุนพันในสัญญะความเป็นลูกผู้ชายไทย และบทสรุปของขุนพัน ที่ถือว่าเป็นการปิดตำนานอย่างสมบูรณ์

จากบทความชิ้นนี้ สิ่งที่ผมประทับใจที่สุด นั่นคือการที่ได้ทราบถึงชีวประวัติของขุนพัน ชายผู้เปลี่ยนบริบททางสังคม การเมือง และคำว่านักเลงทางภาคใต้ตอนกลางในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แม้หลังจากขุนพันตายไป สภาพสังคมก็ดูจะเปลี่ยนไปตามเวลา เหล่าเสือผู้ร้ายก็ยังคงทีแต่ปรากฏในรูปแบบใหม่ที่เกี่ยวโยงกับลัทธิการเมืองเป็นหลัก (พวกเสื้อสี…เผาบ้านเผาเมือง) เอาเข้าจริงสังคมไทยทุกวันนี้ดูแตกแยกหนักกว่าเมื่อก่อนอีก คนอย่างขุนพัน คนที่ผมมองว่าเป็นฮีโร่ของไทยตัวจริงหลงเหลือน้อยลง ยุคขุนพันผ่านพ้นไปหลงเหลือไว้แต่เพียงชื่อเสียง และกิตติศัพท์ที่เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อไป และเมื่อเร็ว ๆ นี้เองที่ทราบว่าจะมีการนำชีวประวัติท่านสร้างเป็นภาพยนตร์โดยบริษัท สหมงคลฟิล์ม นำแสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม อย่างไรเสียเราคงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าภาพยนตร์เรื่องขุนพัน หรือขุนพันคนใหม่ที่ในสังคมไทย สิ่งไหนจะเกิดขึ้นก่อนกัน

Rural male’s leadership, religion and the environment in Thailand’s mid-south, 1920s-1960s / 2011 / Journal / Country: Singapore / Language: English / 19 pages / 28.06.55 / B / NO!
Crag J. Reynolds. “Rural male’s leadership, religion and the environment in Thailand’s mid-south, 1920s-1960s” Southeast Asian Studies. Vol.42 (Issue 1) : 39 – 57 : February 2011. United Kingdom: Cambridge University Press, 2011
http://journals.cambridge.org/action/displayIssue?decade=2010&jid=SEA&volumeId=42&issueId=01&iid=7967439

One thought on “Rural male’s leadership, religion and the environment in Thailand’s mid-south, 1920s-1960s (2011)

  1. ผมเห็นบล็อกนี้ ผมประหลาดใจเหมือนกันว่า มีชื่อผมอยู่ และผมอ่านบทความของท่านเจ้าของบล็อก ผมค่อนข้างเห็นต่างในบางประเด็น ดังนั้น ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นดังนี้
    บทความนี้ อ.เคร็ก ผู้ถึงลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ท้องถิ่นภาคใต้ กับการมีเสือโจรเพื่อปกป้องตนเองจากอำนาจรัฐส่วนกลาง ต่อมา รัฐไทยต้องการจัดการกับพวกเสือ รัฐได้ใช้ขุนพันธ์ฯ เพราะมีวิชาอาคม การเล่นของ ความเป็นเพศชาย (คงกระพันธ์) เพื่อปราบเสือโจรเหล่านี้ไว้ คำถามคือ เสือโจร (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด) คือคนที่ปกป้องพื้นที่ชาวบ้านต่ออำนาจรัฐ ต่อมา คนอย่างขุนพันธ์ฯ ซึ่งเป็นตำรวจมีวิชาคาถาอาคมปราบเสือเหล่านี้ จนชื่อเสียงของขุนพันธ์ได้ทำให้กลายเป็นคนดังประจำถิ่น เป็น ส.ส. เป็นผู้ใหญ่ประจำจังหวัดนครฯ และเป็นแกนนำการสร้างจตุคามฯ
    ดังนั้น การที่คุณ “โบ้ย” ให้ว่าอะไรแย่ๆ ก็คือ “สีเสื้อ” = โจร = การเคลื่อนไหวทางการเมือง ผมว่าคุณไม่ได้อะไรจากบทความนี้เท่าไหร่นัก เพราะบทความต้องการให้อำนาจท้องถิ่นอย่างมาก แต่ท่านเจ้าของบล็อกลับลดอำนาจท้องถิ่นด้วยสำนึกแบบชาวกรุงอันศิวิไลซ์ ผ่านเรื่องราวโรแมนติกของขุนพันธ์ฯ ผมว่าผมเซ็งมากครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s