ความฝันในหอแดง (1754)

“ความฝันในหอแดง” เป็น 1 ใน 4 สุดยอดวรรณกรรมจีนร่วมกับสามก๊ก ไซอิ๋ว และซ้องกั๋ง แต่งโดยเฉาเสี่ยฉิ้น ประมาณปีพ.ศ. 2297 แต่เขาเสียชีวิตก่อนแต่งจบ มีนักประพันธ์มากมายแต่งเรื่องต่อให้จบ ฉบับที่ได้รับการยอมรับคือฉบับของเกาเออ เป็นเรื่องความรักของหนุ่มสาวในตระกูลเจี้ย ซึ่งเป็นตระกูลชั้นสูงในสมัยราชวงศ์ชิง ตัวเอกคือ เจี้ยเป่าอี้ และ หลินไต้อี้ ซึ่งถูกคนในตระกูลกีดกันเรื่องความรัก นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของตัวละครอื่น ๆ ในตระกูลด้วย ความฝันในหอแดงได้สะท้อนจารีตประเพณีและความเป็นอยู่ของชาวจีนในยุคนั้นเป็นอย่างดี

“ความฝันในหอแดง” แต่งโดยลูกผู้ดีตกยาก ‘เฉาเสี่ยฉิ้น’ เป็นนิยายที่พูดถึงความเสื่อโทรมของสังคมศักดินาในสมัยราชวงศ์ชิง ผู้คนมีแต่หวังผลประโยชน์แก่งแย่งชิงดี เอารัดเอาเปรียบและหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ โดยผ่านทางตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่ง 4-5 ตระกูล ที่อาศัยอยู่ในหอแดง หนุ่มสาวที่อยู่ในบ้านนี้วัน ๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่คิดถึงเรื่องโลกีย์และแย่งชิงสมบัติกันเอง จนในที่สุดครอบครัวที่ร่ำรวยก็แตกสลาย ปมเด่นอีกอย่างของเรื่องนี้อยู่ที่ตัวเอกชื่อ ‘เป่าอี้’ ซึ่งแต่เดิมเป็นศิลาในสวรรค์ก้อนหนึ่งแต่ได้ลงมาเกิดในโลกมนุษย์ และต้องมาผจญกับกิเลสตัณหาของคน นิยายเรื่องนี้จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ความเป็นมาของก้อนหิน”

“ความฝันในหอแดง” เป็นนิยายที่มีลักษณะเป็นสารานุกรม มีตัวละครเกือบทุกชนชั้นในสังคมจีนในยุคนั้นตั้งแต่พระราชวงศานุวงศ์ ชนชั้นผู้ดี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พระสงฆ์องค์เจ้าไปจนถึงคนรับใช้ พ่อค้า ชาวนา ฯลฯ ได้บรรยายขนบประเพณี พิธีรีตอง งานสมรส งานศพของชนชั้นสูงไปจนถึงอาชีพต่าง ๆ ของสามัญชน เช่นช่างอิฐ ชาวไม้ ชาวสวน แพทย์ หมอดูและนักแสดงเป็นต้น ได้สะท้อนสภาพสังคมราชวงศ์ชิงจากหลายมุมมอง

มุมมองของเฉาเสี่ยฉิ้นเริ่มจากพระราชวงศานุวงศ์ แล้วมารวมอยู่ที่ตระกูลเจี้ย ตระกูลสื่อ ตระกูลหวางและตระกูลเซี่ย โดยเล่าเรื่องตระกูลเจี้ยที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ ”ต้ากวนหยวน” เป็นเสมือนตัวแทนของสังคมศักดินาที่ค่อย ๆ เสื่อมโทรมลง (ครอบครัวชาวจีนขนาดใหญ่ แต่ละคนมีบุคลิก ลักษณะนิสัยแตกต่างกัน)

บุคคลใน“ความฝันในหอแดง”มีกว่า 700 คน ในจำนวนนี้ เฉพาะบุคคลที่มีเอกลักษณ์เด่นชัดมีกว่าร้อยคน เฉาเสี่ยฉิ้นสามารถบรรยายสภาพจิตใจและอารมณ์ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน ซับซ้อนและแปรผันตลอดเวลาของผู้หญิงโดยเฉพาะหญิงสาวอย่างละเอียดสมจริง ทำให้ผู้อ่านเห็นความใฝ่ฝันของหญิงสาวเหล่านั้น โดยเฉพาะความปรารถนาแรงกล้าในความรัก ในขณะที่บรรยายอุปนิสัยและบุคลิกลักษณะของตัวละคร ได้สะท้อนอิทธิพลของสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อตัวบุคคล ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกว่าตัวละครเหล่านั้นเหมือนบุคคลในชีวิตจริง

คุณค่าทางศิลปะของ“ความฝันในหอแดง”เป็นประเด็นที่ชวนศึกษาวิจัยอย่างไม่มีวันสิ้นสุด การใช้ภาษา การวางโครงเรื่อง การสร้างตัวละครในวรรณกรรมเรื่องนี้ล้วนพัฒนาถึงระดับสูงสุดของวรรณกรรมจี

ส่วนตัวผมว่ามันไม่ค่อยสนุก แต่ถูกยกเป็น 1 ใน 4 สุดยอดวรรณกรรมจีนเพราะมันคลาสสิค เป็นงานเขียนเก่าพอสมควร มีความสมบูรณ์ และสะท้อนภาพสังคมหลาย ๆ ประเด็น อ่านแล้วได้มุมมอง ได้แง่คิด ทว่าตัวละครเยอะมาก จำไม่หวาดไม่ไหว ถึงขั้นนั่งจดกันเลยทีเดียว

“ความฝันในหอแดง” ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายครั้ง (ที่ผมอ่านนี่เป็นแบบสรุปย่อ เพราะถ้าเรื่องเต็ม ๆ จะยาวกว่านี้ มีหลายเล่ม) ครึ่งเล่มหลัง เริ่มสนุก กดดัน ดราม่าขึ้นเรื่อย ๆ (แนวหนังออสการ์หวังรางวัล) ครอบครัวแตกแยก ถึงจุดตกต่ำ มีความตายเข้ามาเกี่ยวข้อง พอมาถึงบทสรุปก็หักมุม พลิกคาดนิดหน่อย (นึกถึงPoor People, สงครามชีวิต) นอกจากพระเอกจะไม่ได้ลงเอยกับคนที่น่าจะเป็นนางเอกแล้ว ‘เป่าอี้’ ยังถูกภิกษุและนักพรตนำตัวไป อันตรธานจากโลกเสียดื้อ ๆ เนื่องจากภาระได้บรรลุสำเร็จแล้ว

Dream of the Red Chamber / 1654 / Novel / Drama / Country: China / Language: Thai / 479 pages / 11.11.55 / B / YES!
เฉาเสี่ยฉิ้น และ เกาเออ. ความฝันในหอแดง. แปลโดย วรทัศน์ เดชจิตกร. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โฆษิต, 2546.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s