สงครามชีวิต (1932)

สงครามชีวิต เป็นนิยายรักที่พูดถึงเรื่องชนชั้นทางสังคมที่งดงามและเจ็บปวดเรื่องหนึ่ง และน่าจะเป็นเรื่องแรก ๆ ของวงการนิยายไทยที่นำเสนอออกมาในรูปแบบจดหมายโต้ตอบกันระหว่าง เพลิน หญิงสาวผู้มีปมเรื่องครอบครัวในอดีต กับ ระพินทร์ ชายหนุ่มผู้ปรารถนาจะเป็นนักเขียนชื่อดัง

หนังสือเล่มนี้มีประเด็นพูดถึงเรื่องครอบครัว เศรษฐกิจ ฐานะทางสังคม ชนชั้น จนได้รับการขนานนามว่าเป็นนวนิยายแนวมนุษยธรรมเรื่องแรกของไทย โดยผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่อง Poor People (รักของผู้ยากไร้) ของดอสโตเยฟสกีมาเขียนเรื่องนี้อีกที และในหนังสือตัวเอกของเรื่องก็มีการกล่าวถึงด้วย

รูปแบบการดำเนินเรื่องโดยใช้บทสนทนาโต้ตอบทางจดหมายนั้น (คิดว่า กล่องไปรษณีย์สีแดงก็น่าจะได้รับอิทธิพลจากเรื่องนี้ด้วย) ชวนอ่านและติดตาม เพราะเรื่องดำเนินไปโดย ค่อย ๆ เผยปูมหลังตัวละครทีละนิด อ่านแล้วอมยิ้มบางช่วง ทำไมระพินทร์ช่างเขียนได้หวานถึงเพียงนี้.. (ตอนแรกที่ยังไม่ได้อ่าน คิดว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวิตช่วงสงครามซะอีก – ดูจากชื่อเรื่อง) และยังสอดแทรกเรื่องราววิถีการดำเนินชีวิตไว้อย่างน่าสนใจ ดังจะขอยกตัวอย่างบางช่วงในหนังสือมา ดังนี้

อย่าได้ชำเลืองดูชีวิตของบุคคลที่สูงกว่าเรา พวกนี้เป็นภัยที่สุดสำหรับคนอย่างเธอและฉัน จำไว้ว่าความมั่งมีที่เราอยากได้ แต่ไม่สามารถขึ้นถึงจะฆ่าเธอ สภาพที่จนกว่าต่ำกว่านั่นแหล่ะ จะช่วยต่อชีวิตของเธอให้ยืนยาว เพลินคงจะสังเกตเห็น เมื่อเด็ก ๆ เล่นอยู่กับตุ๊กตาตัวเก่าคร่ำคร่า เขาจะไม่ร่ำร้องตุ๊กตาตัวใหม่เลยเขาเชื่อว่า ในโลกนี้มีตุ๊กตาอยู่ตัวเดียว แต่เฉพาะที่เขาเป็นเจ้าของอยู่ แต่ถ้าผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เข้าได้เห็นตุ๊กตาใหม่อีกตัวหนึ่ง เขาจะทิ้งเจ้าตัวเก่าและร่ำร้องต้องการเจ้าตัวใหม่ทันที นี่เป็นนิสัยสันดานของมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย

ฉันขออ้อนวอนเพลินอีกครั้ง ที่จะไม่ไปชำเลืองถึงของแปลกใหม่ซึ่งเราไม่สามารถจะมีได้ แน่นอนที่เดียว คนเราย่อมไม่นึกอยากได้ในสิ่งซึ่งตัวเองไม่เคยรู้จักว่ามันดีเลวอย่างไรเลย ชาวนาบ่นไม่อยากกินลอนดอนไอศกรีม ก็เพราะเขาไม่เคยทราบพงศาวดารของลอนดอนไอศกรีมว่า มันมีรสชาติวิเศษเพียงไร แม่เพื่อนรัก จงลืมอ้ายแบบเสื้อที่สวยงามตัวนั้นเสีย และอย่าพยายามให้เห็นอีกแล้วเธอจะเป็นสุขเหมือนอย่างที่ชาวนาเขาเป็นสุขกัน (น.41-42)

เป็นประโยคที่ระพินทร์บอกกับเพลินในจดหมายอย่างที่เขาคงไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องตรงไปตงมาสำหรับเธอ แต่ผมคาดว่าเพลินคงเพียงแค่อ่าน แต่ไม่ได้สนใจคิดเรื่องนี้

พรสวรรค์และโอกาสเป็นของที่มาคู่กันเสมอ
มีพรสวรรค์ / เมื่อได้รับเกิดโอกาสจงคว้าเอาไว้ เราจะเป็นคนโชคดี
แต่ถ้ามีพรสวรรค์ แล้วไม่ได้รับโอกาส ก็นับว่าเป็นเรื่องที่โชคร้าย และน่าเสียดายเป็นยิ่ง .. คนจำนวนมากนะที่เป็นเช่นนี้

จนถึงช่วง Climax ลุ้นว่าจดหมายที่เพลินตอบกลับรพ.มาจะว่าอย่างไร เพราะหลัง ๆ ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายเขียนถึง ในทำนองออดอ้อน อ้อนวอน รำพึงซะส่วนใหญ่ (เพราะไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดเธอจะตัดสินใจเช่นนั้นจริง นึกว่าหยอกล้อเล่น ๆ) ซึ่งบทสรุปก็พลิกคาด! ทำผู้อ่านอย่างผมถึงกับตกใจประมาณหนึ่ง ที่การตัดสินใจของเธอเป็นเช่นนั้น ก็เพราะสภาพทางครอบครัวอันแสนเจ็บปวดที่เธอเผชิญเมื่อครั้งอดีต แล้วเราก็ได้รับรู้เรื่องราวปูมหลังของเพลิน เธอเล่าว่ามีแฟนตอนสมัยเรียน ผู้ชายฐานะดี เธอจะแต่งงานกับเขาอยู่แล้ว แต่พ่อดันมาตาย ต่อมาก็เป็นแม่ ชายหนุ่มที่เธอรักเลยจากไปเพราะเหตุผลเรื่องผลประโยชน์ เธอเศร้ามาก และสาบานว่าเธอจะแก้แค้น และจะซื่อสัตย์ต่อความปราถนาตัวเองเท่านั้น (ทำนองนี้) ทั้ง ๆ ที่เธอย้ำในจดหมายกับระพินทร์บ่อย ๆ ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ ผมคิดว่าผู้ชายทุกคนก็เป็นงี้แหล่ะ ขณะอยู่ในช่วงตกหลุมรัก ทุกอย่างในโลกจะเป็นสีชมพู เพราะรักที่มีต่อเธอมากมายมหาศาลทำให้เขาเชื่อมั่นมาก ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรมา เขาก็คิดว่าเธอรักเขา เพราะเขารักเธอ เราคือคู่แท้ เราเกิดมาคู่กัน เธอเป็นของฉัน ฉันเป็นของเธอ … แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ ชีวิตมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราหวังไว้หรอก โลกความจริงมักโหดร้ายเสมอ เราเพียงแต่ต้องเข้าใจ และทำใจยอมรับมันให้ได้ แม้จะต้องเจ็บปวดมากมายมหาศาลเพียงใดก็ตาม (ขอชื่นชมผู้เขียนในการเลือกใช้ถ้อยคำบรรยายพรรณนาได้สละสลวยเป็นยิ่ง โดยเฉพาะคำลงท้ายจดหมาย เช่น ของเพลินชั่วฟ้าดินสลาย, และจูบเธอด้วยหัวใจ,เป็ยของเพลินมากกว่าใคร เป็นต้น)

เรื่องนี้ตอนจบทำให้นึกถึงหนัง 500 (days) of summer อยู่หน่อยนึง ตรงที่พระเอกของเราเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางในเรื่องความรัก คิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าฝ่ายหญิงที่เขียนจดหมายถึง และเผลอจูบครั้งไปหาที่บ้านนั้นรักเขาอย่างบริสุทธิ์แท้จริง  โดยในตอนสุดท้ายของสงครมชีวิต เพลินก็เลือกคนมีเงินมากกว่าความรู้สึกที่แท้จริงของเธอซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากหนัง 500. เพราะ Summer นางเอกของเรื่องซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ นั่นคือการเลือกแต่งงานกับผู้ชายคนที่เธอรู้สึกรัก แม้จะเจอได้เพียงไม่นานก็ตาม แต่เมื่อเธอสบตาก็รู้ทันทีว่าคนนี้แหล่ะ ใช่เลย! คนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของเรา .. สอดคล้องกับสงครามชีวิต ชายหนุ่มที่เพลินตกลงปลงใจแต่งงานนั้นเป็นถึงเศรษฐีหนุ่มผู้อำนวยการสร้างหนังที่เธอได้รับคัดเลือกให้แสดง ซึ่งพบเจอกันและไปถ่ายหนังด้วยกันที่ต่างจังหวัดในระยะเวลาไม่ถึงเดือน

สาเหตุที่หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน เพราะหนังเรื่องใหม่ของหม่อมน้อย จัน ดารา มีกล่าวถึงไว้นั่นเองครับ

The War of Life / 1932 / Novel / Drama / Country: Thailand / Language: Thai / 248 pages / .07.55 / A / YES!
ศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์). สงครามชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ 4 (ของสนพ.ดอกหญ้า – ก่อนหน้าได้พิมพ์มาประมาณ 20 ครั้ง). กรุงเทพฯ: สนพ.ดอกหญ้า, 2536.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s