THE DREAMS OF JONATHAN JABBOK (1995)

เนื้อเรื่องโดยรวมของหนังสือชุดนี้มีทั้งหมด 4 เล่ม เป็นของสำนักพิมพ์ แพรว เยาวชน
โจนาธาน เจ๊บบ็อค 1 ปาฏิหาริย์ไม้เท้าฮาเชเวท
พิมพ์ปี 2546 , 253 หน้า ราคา 189 บาท

โจนาธาน เจ๊บบ็อค 2 เดินทางข้ามภพ
พิมพ์ปี 2546 , 198 หน้า ราคา 179 บาท

โจนาธาน เจ๊บบ็อค 3 ปริศนาแห่งเกชาน
พิมพ์ปี 2551 , 497 หน้า ราคา 335 บาท

โจนาธาน เจ๊บค็อบ 4 บทเพลงกู้โลกเนชาน
พิมพ์ปี 2551 , 543 หน้า ราคา 385 บาท

หนังสือชุด โจนาธาน เจ๊บบ็อค มีเนื้อหาอิงศาสนาคริสต์ โดยพูดถึงการต่อสู้ระหว่างความดีกับความเลวโดยมีตัวละครหลัก 2 คน อยู่ในโลกที่แตกต่างกัน โจนาธานจะอยู่ในสก็อตแลนด์ เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่แล้ว ส่วน โยนาธานจะอยู่ในโลกอดีต ยุคที่พระเจ้ายังมีตัวตน โจนาธาน คือเด็กพิการที่ต้องนั่งอยู่บนรถเข็น แต่เนื่องจากปู่ได้เป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียนคนสำคัญ ทำให้ โจนาธาน ได้เรียนร่วมกับเด็กปกติที่โรงเรียน แต่เนื่องจากการเป็นเด็กฉลาดและกล้าแสดงออก จึงมีปัญหากับครูอยู่เสมอ

แต่ในความฝันเขาก็ได้พบกับฝาแฝดชื่อ โยนาธาน ซึ่งเป็นเด็กแข็งแรง ที่รับภารกิจที่สำคัญยิ่งในการนำไม้เท้าฮาเชเวทไปสู่สวนแห่งปัญญา (ผมว่าเรื่องนี้มีส่วนคล้ายกับเรื่องจินตนาการไม่รู้จบ ที่ตัวเอกมี 2 คนและตัวเอกในโลกปัจจุบันต้องไปช่วยตัวเอกในอีกโลก โลกทั้ง 2 ล้วนมีความสำคัญและเชื่อมโยงกันอยู่)

ซึ่งโลกในอดีตนี้เป็นโลกแห่งเวทย์มนต์และศรัทธา โยนาธาน สามารถใช้พลังของไม้เท้าได้ แต่ก็มีศัตรูมากมายที่คอยแย่งชิง แต่ในท้ายที่สุดการเข้าถึงอาณาจักรของพระเจ้านั้น ต้องใช้ความรักที่สมบูรณ์แบบหาใช่การใช้กำลัง หรือ ความสามารถทางสติปัญญา

ข้อดี
1. สอนให้เด็กกล้าตั้งคำถาม กล้าในแสดงออกอย่างมีเหตุผล แต่ก็แสดงผลเสียของการไม่รู้กาลเทศะด้วย
2. สอนให้เด็กเห็นถึงการใช้ความรักที่บริสุทธิ์ ในการต่อสู้กับความชั่วร้ายเพื่อชัยชนะที่แท้จริง

เนื้อเรื่องโดยละเอียด
เรื่องราวของเด็กชาย โจนาธาน เจ๊บบ็อค ที่อาศัยอยู่ในประเทศสก๊อตแลนด์ระหว่างปี 1923-1934 เขาต้องอยู่บนรถเข็นตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบ ปัจจุบันเขามีอายุ 14 ปี เขาไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เหมือนกับเด็กชายคนอื่นๆ ที่โรงเรียนประจำ แต่เขามีความคิดที่เฉียบแหลมและมีจินตนาการอันสดใส หลายปีแล้วที่เขาต้องเฝ้ามองดูความสนุกสนาน คะนองของพี่ชายในความฝันที่ชื่อ โยนาธาน คนที่มีร่างกายที่แข็งแรงและเป็นนักผจญภัยภัย โดยโยนาธานได้รับพลังเหนือธรรมชาติ เขาได้เป็นผู้อัญเชิญ “ไม้เท้าฮาเชเวท” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์และอาวุธที่แสดงถึงพลังอำนาจของเยห์โวห์ (พระเจ้าในโลกแห่งความฝัน) เพื่อนำไปให้แก่ผู้พิพากษาทั้งเจ็ดแห่งเนชาน ตามคำทำนาย ไม้เท้าฮาเชเวท จะต้องถูกนำไปให้กับผู้พิพากษาคนที่เจ็ด ซึ่งต้องเป็นผู้ต่อสู้ในการรบครั้งสุดท้าย การรบครั้งนี้เป็นการชี้ชะตาว่าเนชานจะได้รับอิสรภาพหรือถูกทำลาย การเดินทางของโยนาธานเต็มไปด้วยการผจญภัยที่ยาวนานและเต็มไปด้วยอันตราย เขาได้ผจญกับศัตรูต่างๆ ที่มุ่งชิงไม้เท้าฮาเชเวท ศัตรูตัวแรกและฉกาจที่สุดคือ บาร์ฮัสสัท เจ้าผู้ครองอาณาจักรมืด เทมานาห์ โยนาธานยังได้พบกับมิตรสหายต่าง ๆ มากมายซึ่งบางส่วนก็ไม่ใช่มนุษย์ เช่นมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น หรือ ลูกบอลขน ๆ ที่อยู่ที่กระเป๋าเสื้อกั๊กพร้อมกับผจญกับศัตรูตัวฉกาจอย่าง ในขณะที่โยนาธานในความฝันเรียนรู้การใช้พลังของไม้เท้าฮาเชเวท และสิ่งต่าง ๆ จนชำนาญ โจนาธานในโลกแห่งความจริงก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ ครั้งหนึ่งพี่น้องสองคนได้พบกันและเกือบจะได้เป็นคนคนเดียวกันแต่พวกเขาก็ต้องแยกกันและโจนาธานยังคงไม่แน่ใจว่าอันไหนคือโลกแห่งความจริงหรือโลกแห่งความฝัน

ในที่สุดโยนาธานก็เอาชนะอุปสรรคต่างๆ และไปถึง ดินแดนแห่งปัญญา ที่นี่เขาได้ค้นพบว่าตัวเขาเอง คือ เกชาน ผู้พิพากษาคนที่เจ็ด เขายอมรับการมอบหมายและออกเดินทาง เขาได้รับการฝึกสำหรับภารกิจแต่ฝึกได้แค่ 3 ปีจากจำนวนทั้งหมด 7 ปี พลังแห่งอาณาจักรมืด เทมานาห์ ได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตาที่หกของบาร์ฮัสสัทได้ตื่นขึ้น และทำให้มนุษย์ธรรมดากลายเป็นคนที่โลภและอำมหิต

โยนาธานพร้อมด้วยมิตรเก่าได้ออกเดินทางอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำลายดวงตาทั้งหกและท้ายที่สุดเพื่อเผชิญหน้ากับบาร์ฮัสสัท เขาทำลายดวงตาทั้งห้าและค้นพบดวงตาที่หกบนกลางหน้าผากของบาร์ฮัสสัท การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายเป็นการพิสูจน์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแต่เขาก็สามารถเอาชนะมันได้และแสงสว่างก็กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง

นี่เป็นผลงานการเขียนของ “ราฟล์ อิเซา” นักเขียนชาวเยอรมันที่สามารถสร้างชื่อเป็นที่รู้จักกับงานเขียนเรื่อง “โจนาธาน เจ๊บบ็อค” ถูกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นและจีน อีกทั้งได้รับความนิยมจากผู้อ่านในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก จนได้รับการขนานนามว่า “เจ้าแห่งโลกจินตนาการ” โดยราฟล์ อิเซา ใช้โลกที่เขาจินตนาการขึ้นเป็นกระจกสะท้อนถึงโลกปัจจุบันที่พวกเราอาศัยอยู่ เขาสร้างความสัมพันธ์ขึ้นระหว่างตำนาน เทพนิยาย การผจญภัยอันเก่าแก่ กับโลกปัจจุบัน ได้แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ในตำนานอันเก่าแก่ ท้ายที่สุดก็คือ สิ่งที่เขาบอกเล่าถึงปัจจุบันนั่นเอง

อ่านแล้วนึกถึงหนัง The Sea Inside (2004), The Diving Bell and the Butterfly (2007) เพราะตัวเอกของเรื่องป่วย พิการ นั่งรถเข็น ช่วยตัวเองไม่ได้เหมือนกัน การที่ผู้เขียนใช้ประเด็นโลกความฝัน กับโลกความจริง (โลกคู่ขนาน) เล่าเรื่องคู่กันไป จนในที่สุดซ้อนทับกัน นับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของหนังสือเล่มนี้ แต่ปัญหาของผมคือเนื่องด้วยเป็นหนังสือนิยายเยอรมัน ชื่อตัวละครแปลก ๆ จึงไม่ใคร่จะเป็นที่จดจำเท่าไรนัก ซ้ำครึ่งแรกของหนังสือยังเปิดตัวละครมาเยอะมากด้วย ขอติ ราฟล์ อิเซา เรื่องการพรรณนา เพราะกว่าโจนาธาน จะเริ่มออกเดินทาง (สนุกแบบน่าติดตาม) ก็ไปครึ่งเล่มแล้ว มันช้าไปหน่อย และน่าเบื่อพอควร บางช่วงเหมือนแฮร์รี่ พอเตอร์ด้วยซ้ำ!

โชคดีที่ได้เนื้อหา Fantasy เสริมสร้างจินตนาการมาพยุงผมให้อ่านต่อ ไม่ยุติการอ่านลงเพียงเพราะความเบื่อหน่ายจากการดำเนินเรื่องช้า ลงทุกรายละเอียด ผมรู้สึกสนุกสนานไปกับการผจญภัย ประทับใจเรื่องราวที่ผู้เขียนคิดได้ (ขนาดนี้) เป็นจักรวาล (SAGA) ของมันเลย แถมท้ายหนังสือยังมีแผนที่อาณาจักรเนชานใส่มาให้ด้วย

เป็นหนังสือที่อีกเล่มที่เพลิดเพลินประมาณหนึ่ง แต่ก๋ไม่ได้ประทับใจอะรมากมาย หรือถึงขั้นเอาตาย ถ้าไม่ได้อ่านก็ไม่ถึงกับพลาดอะไรไปครับ

THE DREAMS OF JONATHAN JABBOK / 1995 / Novel / Fantasy / Country: Germany / Language: Thai / 256 pages / -.11.55 / B+ / NO!
Ralf Isau. โจนาธาน เจ๊บบ็อค เล่ม 1: ปาฏิหาริย์ไม้เท้าฮาเชเวท. แปลโดย ชาลี โตพึ่งพงศ์. กรุงเทพฯ: แพรวเยาวชน, 2546.

One thought on “THE DREAMS OF JONATHAN JABBOK (1995)

  1. หาซื้อไม่ได้แล้ว เมื่อต้นปีไปตามหา เค้าบอกต้องไปหาที่ร้านหนังสือก่อน ถ้ามีเก็บไว้ คิดจะทำเป็นe-book มั้ยค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s