THE THIRTEENTH TALE (2006)

วรรณกรรมเรื่องนี้ ธรรมดากว่าที่คิดเอาไว้ คือตั้งความหวังไว้สูง คาดหัวงว่าจะต้องหักมุมเจ๋ง ๆ ตามคำโปรยบนหน้าป หรือมีกกลวิธีการนำเสนอแบบเรื่องซ้อนเรื่องซ้อนเรื่องซ้อนเรื่อง.. ให้งงงวย ขบคิดกันยาวยาวว แต่ ไม่!

นวนิยายเรื่องนี้พูดถึงความทุกข์ทรมานของชีวิตที่ต้องอยู่กับความจริงที่ซ่อนเร้น การปิดบังและการถูกปิดบังความจริง การไม่ยอมรับความจริง และการเรียนรู้ที่จะยอมรับมันในที่สุด

เนื้อเรื่องดำเนินผ่านการบอกเล่าของมาร์กาเร็ต ลีอา ลูกสาวเจ้าของร้านหนังสือ (หรือที่จริงควรจะเรียกว่านักค้าหนังสือเก่ามากกว่า) ซึ่งใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในร้านขายหนังสือเก่าของพ่อ โดยมีเงื่อนปมใหญ่เบ้งตกตะกอนนอนก้นอยู่ลึกๆ เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อมาร์กาเร็ตได้รับจดหมายจากนักเขียนนวนิยายชื่อดังแห่งยุค วีดา วินเทอร์ ผู้เลือกให้มาร์กาเร็ตเป็นผู้เขียนชีวประวัติและขอให้เธอเดินทางไปพบที่บ้านในยอร์กเชียร์

ถึงแม้จะเป็นนักอ่าน แต่มาร์กาเร็ตกลับหลงไหลวรรณกรรมในอดีตของนักเขียนผู้ล่วงลับ เธอไม่สนใจและไม่เคยอ่านผลงานของมิสวินเทอร์ซึ่งในสายตาเธอมองว่าเป็นนักเขียนนวนิยายร่วมสมัย แต่เมื่อเริ่มอ่าน เนื้อหาที่โหดร้าย เฉียบคม และบีบเค้นหัวใจ ก็ทำให้มาร์กาเร็ตตัดสินใจไปพบมิสวินเทอร์ เพื่อทำความรู้จักตัวตนที่แท้จริงของนักเขียนผู้นี้

เรื่องราวแต่หนหลังที่มิสวินเทอร์เล่าทำให้มาร์กาเร็ตก้าวล่วงเข้าสู่ความลับอันมืดดำของบ้านแองเจิลฟีลด์ จอร์จและมาทิลด์ กับลูกๆ อิซาแบลล์และชาร์ลี มาถึงรุ่นหลาน สองพี่น้องฝาแฝด แอเดอลีนและเอมเมอลีน มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นหลังประตูบ้านหลังใหญ่ แต่กลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และแม้ไฟจะเผาผลาญบ้านแองเจิลฟีลด์จนเหลือเพียงซาก จนดูคล้ายกับว่าความลับในบ้านหลังนั้นมอดไหม้ไปสิ้นแล้ว แต่ ความจริงนั้นยังคงแจ่มชัด…

มาร์กาเร็ตได้กลับไปหมู่บ้านแองเจิลฟีลด์และได้พบผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นและมีความเกี่ยวพันกับบ้านแองเจิลฟีลด์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ออเรเลียส ชายทำขนมเค้กผู้กลับมาที่ซากบ้านโบราณหลังนี้ด้วยความปรารถนาจะค้นหาครอบครัวที่ตนไม่เคยมี ทอมและเอมมา สองพี่น้องที่ทำให้เธอโหยหาความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่เธอไม่เคยได้สัมผัส และมิสเตอร์โลแมกซ์ ทนายความประจำบ้านแองเจิลฟีลด์ ชายอีกคนหนึ่งที่ล่วงรู้ความลับของมิสวินเทอร์เช่นเดียวกับเธอ

การเดินทางเข้าสู่อดีตของมิสวินเทอร์และการช่วยให้เธอผ่านช่วงเวลาทุกข์ทรมานต่างๆไปได้ ทำให้เงื่อนปมที่ตกตะกอนของมาร์กาเร็ตฟุ้งกระจาย แต่ในที่สุดเธอก็สามารถคลี่คลายปมของตัวเอง (และตัวละครอื่นๆ) ได้ ความจริงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเกินไปที่จะยอมรับ และชีวิตก็ยังดำเนินต่อไป
จาก Blog ของผู้แปล
http://lunaloca.multiply.com/journal/item/27/27?&show_interstitial=1&u=%2Fjournal%2Fitem

“นิยายที่หายไป” (The Thirteenth Tale) มีเรื่องราวชวนให้น่าติดตามปานกลาง เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ น่าเบื่อหลายช่วง (ดำเนินเรื่องช้า / ภาษาสละสลวย > เข้าใจยากไปนิด) แต่ก็มีช่วงสนุก ๆ อยู่นิดหน่อย ผมก็ลองทู่ซี้อ่านไปเรื่อย ๆ ดูว่าจะจบยังไง? … กับบทสรุปก็รู้สึกเฉย ๆ (การเฉลยปมไปอย่างเนิบช้า) .. เรื่องที่ Vida Winter เล่า มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตเธอและ Margaret Lea (ผู้ซึ่ง Winter ขอให้มาเขียนประวัติในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต)

ส่วนหนึ่งเพราะตัวละคร สถานที่ไม่คุ้น = อยู่ในประเทศแถบตะวันตก เลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่ บางช่วงยอมรับว่าอ่านแบบข้าม ๆ ทำห้ำออ่านจบไม่ถึงขั้นเข้าใจเรื่อง 100%
เป็นหนังสือนิยายกลาง ๆ เนื้อเรื่องตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ อ่านแล้วไม่เหมือนคำชื่นชมที่อยู่บนปกหน้า – ปกหลังเล้ย แม้จะติดอันดับ International Bestseller ก็ตาม! (จำไว้เป็นบทเรียนนะ)

คนเราหายไปเมื่อสิ้นชีวิต เสียงของเขา เสียงหัวเราะของเขา ลมหายใจอบอุ่นของเขา เนื้อหนังมังสาของเขา และในที่สุดกระดูกของเขา ความทรงจำที่มีชีวิตทั้งหมดหยุดทำงาน สิ่งนี้น่ากลัวทั้งที่เป็นธรรมชาติ ถึงกระนั้น สำหรับบางคนแล้ว ความดับสูญนี้กลับมีข้อยกเว้น เพราะชีวิตของเขายังดำเนินต่อไปในหนังสือที่เขาเขียน เรายังค้นพบความเป็นตัวเขาได้อีก ทั้งอารมณ์ขันของเขา สำเนียงของเขา อารมณ์ของเขา คำพูดที่เขาเขียน อาจทำให้เราโกรธหรือมีความสุข ปลอบประโลม ทำให้งุนงงสงสัย หรือเปลี่ยนแปลงเรา ทำทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ได้ แม้ตัวจะตายไปแล้ว ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ควรจะสิ้นสลายไปตามกฎธรรมชาติ แต่กลับดำรงอยู่ได้เพราะความน่าอัศจรรย์ของหมึกและกระดาษ ไม่ต่างจากแมลงที่อยู่ในอำพันหรือศพที่แช่แข็ง นี่คือสิ่งมหัศจรรย์โดยแท้

“…ชีวิตของเราสำคัญต่อเรามากเสียจนเรามักจะคิดว่าเรื่องราวของชีวิตเริ่มต้นพร้อมกำเนิดของเรา ก่อนหน้านั้นไม่มีอะไรเลย แล้วฉันก็ถือกำเนิดขึ้น…แต่ไม่ใช่เลย ชีวิตมนุษย์มิใช่เส้นใยที่สามารถแยกออกจากเงื่อนปมของเส้นใยเส้นอื่น แล้วนำมาวางไว้ต่างหากได้ ครอบครัวคือใยแมงมุม เราไม่สามารถสัมผัสส่วนหนึ่งส่วนใดได้โดยไม่ทำให้ส่วนอื่นๆ ไหวสะเทือนไปด้วยเราไม่สามารถทำความเข้าใจส่วนหนึ่งส่วนใดได้หากไม่เข้าใจภาพรวมทั้งหมด…” (จากย่อหน้าหนึ่งในหนังสือ)

THE THIRTEENTH TALE / 2006 / Novel / Gothic, Suspense / Country: UK / Language: Thai / 424 pages / 20.08.55 / C+ / NO!
Diane Setterfield. นิยายที่หายไป (THE THIRTEENTH TALE). แปลโดย ศศมาภา. กรุงเทพฯ: แพรวสำนักพิมพ์, 2551.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s