I have been Love (2006)

I   h a v e   b e e n   L o v e

“ บางครั้งการทำอะไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรือคำอธิบาย

สิ่งที่คิดว่ายากกลับง่าย

สิ่งที่เราคิดว่ามีอะไรซ่อนอยู่ ความจริงอาจไม่มีอะไรเลยก็ได้
อย่ามัวเสียเวลานั่งตีความ

มองโลกในหลายๆมุม

อย่าคิดมาก

แท้จริงแล้วมันคงไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น

ไม่มีอะไรเกินกว่าที่เราคิดไว้หรอก….. 

เขาไม่เคยจะกลับมาเลยแม้เวลาจะล่วงไปนานแล้ว   ความจริงคือมีบางสิ่งซ่อนเร้นอยู่   ชายคนนั้นบอกเธอว่าจะไปเที่ยว   เพราะความรักทำให้แอนและอ้นต้องแยกจากกัน

ฝนคิดว่าตั้มไม่มีใจให้เธออย่างแรง   เขาแค่เผลอหลับไปแต่ฝนคิดว่าตั้มแกล้งตาย   .วันนี้ตูนไม่คิดอยากจะทำอะไรนอกเสียจากไปค้างบ้านปอ   ตูนไม่สนว่าวันนี้เป็นวันอะไรเพราะเธอกำลังมีความสุข   ปอไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอฝันจะกลายเป็นจริงได้หรือไม่   เธอสับสนกับตัวเลือกที่มีให้ไม่มากนัก

ส้มกำลังอ่านหนังสืออยู่ในขณะที่แคทง่วนอยู่กับการล้างห้องน้ำ   เมื่อเล็กเดินมาบอกว่าเขาจะขอลากิจไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด   เธอทั้งสองก็ทำเป็นไม่สนใจในทันที   แต่เล็กกลับคิดว่าพวกเธอยังรักเขาอยู่   .การที่เก่งไปดูหนังคนเดียวเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ที่พบเห็น   แต่การที่จ๋าไปดูหนังคนเดียวในวันที่เก่งบอกเลิกกลับเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด   เพราะเก่งไม่เคยนอกใจเธอเลยสักครั้งเดียว   ถึงแม้เขาจะไม่ได้สาบานก็ตาม

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

เฟร็ดไม่คิดว่าคนที่เขาแอบรักอยู่จะมีคนมาชอบอยู่แล้ว   หมายถึงว่าพิงค์มีแฟนอยู่แล้วนั่นเอง   แฟนของพิงค์เพิ่งขอคบกันอย่างเปิดเผยและเป็นทางการเมื่อสองอาทิตย์ก่อน   ทั้งๆที่เฟร็ดก็ไม่รู้ว่าพิงค์คิดอย่างไรในขณะที่ตอบตกลงไป   เพราะการที่เขายังรู้จักเธอได้ไม่นานทำให้อะไรหลายๆอย่างดูล่องลอย  เฟร็ดปล่อยโอกาสอันล้ำค่าผ่านเขาไปอย่างเดียวดาย   โดยเขาอ้างเพียงแค่ว่า เรายังรู้จักกันไม่เท่าไหร่

จนถึงตอนนี้พิงค์รู้ตัวแล้วว่ามีคนแอบชอบเธออยู่ถึงสองคนหรืออาจจะมากกว่านั้น   คนนึงได้บอกรักเธอแล้ว   อีกคนนึงกลับทำตัวนิ่งเฉยเหมือนไร้ตัวตนนับตั้งแต่ที่เธอบอกเขาไปว่าเธอมีแฟนแล้ว   พิงค์เป็นคนน่ารัก  อ่อนน้อมถ่อมตน  ปฏิเสธคนยากและขี้เกรงอกเกรงใจเป็นที่สุด   ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นเช่นที่เห็นนี้

เฟร็ดไม่รู้ว่าบทสรุปของความรักครั้งนี้จะจบลงอย่างไร   อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอนและเขายังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป   หนทางที่เขาต้องก้าวเดินจากจุดนี้ยังอีกไกล   แม้เขาจะมองไม่เห็นแม้กระทั่งแสงของดวงตะวันเลยก็ตาม   แต่เพราะความมืดมิดนี้เองที่ทำให้เขาได้เจอกับขุมพลังอันยิ่งใหญ่   ส่งผลให้เขาเข้าใจถึงบทสรุปดียิ่งขึ้น

สิ่งใหม่ๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเฟร็ดเป็นไปอย่างมิได้กำหนดไว้แต่อย่างใด   ไม่นานเขาก็ทำใจได้เพราะกำลังใจที่ได้จากเพื่อนเก่าหลายๆคนเป็นส่วนสำคัญที่เติมเต็มชีวิตส่วนที่ขาดหายไปให้กลับมาเต็มอีกครั้งหนึ่ง   แต่ทว่าในใจของเฟร็ดลึกๆยังมีพิงค์อยู่ตลอดเวลา   เขาไม่มีวันตัดใจจากเธอได้รอ   บางครั้งเขาเคยคิดว่าควรจะรอเธอต่อไป

พิงค์รักแฟนคนนี้ของเธอมาก   เพราะเขาทั้งเป็นนักกีฬาของโรงเรียนและเอาใจเก่งทำให้เธอไม่มีวันไม่เชื่อเลยว่าผู้ชายคนนี้รักเธอจริง   บางวันที่พิงค์นั่งเหม่อลอยคิดถึงเพื่อนคนหนึ่ง   แฟนของเธอก็มักจะถามว่าเธอคิดถึงใครอยู่   แต่ทุกครั้งที่เขาถามก็ใช่ว่าเธอจะตอบ   ในตอนนี้พิงค์คิดถึงเฟร็ดในฐานะเพื่อนที่แอบชอบเธอซึ่งหมายความว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเธอคิดว่าที่เฟร็ดโทรศัพท์มาหาทุกวัน   คอยถามสารทุกข์สุขดิบก็เพราะหวังจะหาเพื่อนสนิทเท่านั้น   กว่าที่เธอจะรู้ความจริงจากปากของเฟร็ดมันก็สายเกินไปเสียแล้ว

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

ท่ามกลางอากาศที่แสนหนาวเหน็บในเดือนธันวาคมของปี 2548   หญิงสาวคนหนึ่งเดินเล่นในสวนสาธารณะพร้อมเสื้อแขนยาวตัวหนาที่สวมป้องกันลม  .ใบไม้ใบหนึ่งร่วงลงมาจากต้นลงสู่ผืนแผ่นดิน   นั่นหมายถึงวันสุดท้ายของฤดูใบไม้ผลิกำลังจะหมดลง   แสงสุดท้ายของวันค่อยๆเดินมาถึงพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตั้งใจหยุดมองมันเป็นพิเศษ   อาจจะกล่าวได้ว่าชายหนุ่มคนนี้เดินทางมาจากบ้านเพื่อเฝ้าสังเกตเหล่าสรรพสิ่งรอบกายที่กำลังเปลี่ยนไปในวันนี้โดยเฉพาะ   เขาพินิจพิเคราะห์สิ่งเล่านั้นอย่างละเอียด   ในเวลาไม่นานเขาก็ต้องตกใจเพราะสิ่งที่เขาค้นพบนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยิงใหญ่คือคำๆหนึ่ง   คำที่ว่านี้คือโชคชะตา   .ไม่นานหญิงสาวและชายหนุ่มก็ได้พบเจอกันกลางสวนสาธารณะแห่งนั้นในเวลาไม่กี่สัปดาห์ถัดมา

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

ปิแอร์เกิดวันนี้เมื่อแปดปีก่อนจากท้องของมารีผู้แม่   มารีจากปิแอร์ไปได้ร่วมสามปีแล้วแต่เขายังทำใจไม่ได้   ทุกวันนี้เขาตัวคนเดียว   นอนคนเดียว   กินข้าวคนเดียว   ดูทีวีคนเดียว  และอยู่คนเดียวในห้องเช่าเล็กๆของคอนโดเกือบร้างในย่านสลัม   เขายอมรับว่าเหงาเหลือเกินตั้งแต่แม่จากไป   ตอนนี้ปิแอร์ยังทำใจไม่ได้เลย   แต่เพราะทุกวัน   เอริก้าเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขาผู้ซึ่งเป็นลูกของหญิงวัยกลางคนที่พักอยู่ห้องถัดไปจะนำอาหารและของเล่นมาเล่นกับปิแอร์ในตอนเย็นเป็นประจำ   ทำให้เขารู้สึกว่าจิตใจที่กำลังสับสน  ว้าวุ่น  และขาดแสงนำทางกำลังค่อยๆถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่งจากเพื่อนข้างห้องให้สมบูรณ์ในเร็ววันนี้   เธอส่งมันถึงเขาโดยคิดว่าเขาคงได้รับอย่างแน่นอน   ที่สำคัญคือปิแอร์ได้รับและสัมผัสได้ ถึงมัน   เขาคิดว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขาซึ่งถูกทิ้งเอาไว้หลายปีจนเกือบสูญหายคงจะถูกค้นพบอย่างแน่นอน   เพราะเขาได้เรียนรู้ว่าไม่มีใครรักเราเท่ากับเรารักตัวเราเองจริงแท้แน่นอนที่สุด

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

เมื่อหลายวันก่อนยูยะยังคิดว่ามิชิโกะทิ้งเขาไปหาเรียวคิ   แต่วันนี้เขารู้แล้วว่าสิ่งที่คิดนั้นไม่เป็นความจริงเลย   เธอบอกเพียงแค่ให้เขารอเท่านั้น   .ยามาดะเซ็งกับชีวิตตัวเองที่ดำเนินมาถึงจุดต่ำสุดจนคิดที่จะฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ   โชคดีที่เขาไปเจอกับชูเฮอิเข้าซะก่อน   มันยิ่งทำให้เขาต้องรอคอยการลาจากโลกนี้ไปอีกสักพักหนึ่ง

โมริไม่เคยต้องการสิ่งนี้เลย   เขาเฝ้าบอกกับตัวเองว่าการรอคอยเป็นสิ่งที่น่าเบื่อที่น่าเบื่อในชีวิต   โมริบอกกับแอนนาว่าอย่างนั้น   แต่ดูเหมือนเธอจะทำเป็นไม่ได้ยินเขาเลย   เธอไม่รับฟังสิ่งที่โมริต้องการแม้แต่น้อย
.เพียงแค่สบตากันชั่วเวลาเสี้ยวนาที ณ บริเวณทางเดินเชื่อมอาคารในโรงเรียน   อากิโกะก็เกิดความรู้สึกถูกชะตาภายในจิตใจอย่างทันที   เหมือนพรหมลิขิตบันดาลให้เธอและเขาโคจรมาเจอกันยังที่แห่งนี้   ในตอนแรกเรียวสุเกะไม่รู้ตัว   จนกระทั่งได้อากิโกะให้ยืมหนังสือไปอ่าน   เขาก็ค้นพบว่าความในใจถูกถ่ายทอดออกมาผ่านหนังสือเล่มนี้แล้วโดยไม่ต้องใช้เวลา

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

นาตาลีถูกแซมทิ้งไปเมื่อวานหลังจากที่คบกันมาเป็นเวลาถึงสิบปีด้วยปัญหาที่มีขนาดเล็กพอๆกับลูกกวาดสีสดเม็ดหนึ่ง   เธอไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดแต่ยังไงเธอก็ต้องจากเขาไปอยู่ดีสักวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว   ดังนั้นนาตาลีจึงบอกลาแซมเพื่อออกเดินทางมุ่งหน้าไปหาเบอร์นาร์ดในทันที   เขาเคยมีอะไรกับเธอร่วมสิบครั้งเมื่อหลายปีก่อนในช่วงที่แซมไปทำงานต่างประเทศเป็นเวลาหลายเดือน   ทันทีที่นาตาลีบอกเบอร์นาร์ดว่าเธอถูกทิ้ง   ด้วยความโมโหเขาจึงรุมทำร้ายเธออย่างโหดร้ายในทันที  ทั้งตบหน้าอย่างแรง   กระทืบซ้ำ   ต่อยท้องไม่ยั้ง ทำให้เธอรู้ถึงรสความเจ็บปวดที่แท้จริงก็วันนี้   นาตาลีขอขอบคุณ

คอลลินคิดกับคาร์ลแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น   เนื่องจากเขาเป็นผู้ชายทั้งคู่ทำให้หลายต่อหลายคนจับกลุ่มนินทาหาว่าพวกเขาเป็นเกย์   เพราะเวลาที่สองคนนี้ไปไหนด้วยกันคอลลินกับคาร์ลจะเดินด้วยกันเสมอ   กินด้วยกัน   เที่ยวด้วยกัน  ทำอะไรด้วยกัน  ไม่เว้นแม้กระทั่งนอนด้วยกัน   .อยู่มาวันหนึ่งคอลลินกลับบ้านดึกทำให้มีเรื่องกับคาร์ลอย่างรุนแรง   พวกเขาทะเลาะกันด้ยการการตะโกนด่าใส่หน้าอย่างแรงด้วยถ้อยคำหยาบคายที่สุด   และถึงขั้นลงไม้ลงมือกันในเวลาต่อมา   สุดท้ายคาร์ลก็เป็นผู้ชนะตรงที่คอลลินหมดลมหายใจไปแล้ว   เขาจมกองเลือดเสียชีวิตทันที

ไบรอันเข็ดแล้วกับความรักของที่จูเลียที่มีให้ต่อเขา   อยู่ดีๆเธอเดินเข้ามาบอกว่าเธอท้องกับปีเตอร์   ทำให้เขาถึงกับโกรธจัด   มือไม้สั่น   ตากระตุก   ต่อมาเขาก็จับเธอโยนออกไปจากบ้าน   จูเลียกระเด็นไปกลางถนนใหญ่และถูกรถบรรทุกขนาดใหญ่ทับซ้ำเป็นการจบชีวิตของเธอ   .ลอร่าเตะหมาจนตายเพราะเธอไม่ชอบขี้หน้ามัน   เธอไม่ชอบมันเวลาหอนตอนกลางคืนเพราะมันทำให้เธอกลัวและนอนไม่หลับทั้งคืน   มันก็ไม่ชอบขี้หน้าเธอเหมือนกัน   .เดวิดโดนโทนี่ไล่ออกโทษฐานมีอะไรกับภรรยาของเขา   ในตอนแรกคาเรนไม่ยินยอมแต่ไม่นานเธอก็ยินยอมโดยดี   .บ๊อบกับเอริกร่วมวางแผนกันไปฆ่าปิดปากเอ็มม่า  สองวันถัดมาพวกเขาอยู่ในบาร์เล็กๆแถบชานเมือง   นั่งดื่มเบียร์ฉลองให้กับงานที่พวกเขาทำสำเร็จอย่างมีความสุข

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

ในทันทีที่โอมาห์เปิดตู้ล็อกเกอร์ในห้องน้ำรวม   เขาก็พบว่ามีกระดาษแผ่นนึงพร้อมข้อความสั้นๆวางอยู่ภายใน   เขาหยิบออกมาเพื่อออ่านมัน   ข้อความสั้นๆนี้เขียนว่าคุณจงระวังตัวเอาไว้ให้ดี   .นาธานไม่เข้าใจว่าการที่เขารักใครสักคน…เวลาจำเป็นด้วยหรือ   ทั้งที่มีอายังไม่เคยบอกรักนาโชห์แต่นาธานกลับชิงบอกก่อนที่เธอจะบอกกับเขาคนใดคนหนึ่ง

อับดุลเป็นชอบเขียน  โดยเฉพาะการขียนข้อความสั้นๆลงบนกระดาษฉีกแผ่นเล็กไปวางหรือไม่ก็ติดไว้ ตามที่สาธารณะ   คนที่พบเจอก็มักจะงงไปตามๆกันแต่มีซอว์ดีที่คิดตามข้อความนั้น   ทุกครั้งที่เธอพบเห็นมันเธอจะหยุดมองและทำความเข้าใจถึงสิ่งที่คนผู้นั้นต้องการสื่ออกมาอย่างแท้จริง…เขาเป็นคนประเภทไหนกัน

ชามีร่าบอกกับอาร์โนลด์ให้ไปเอาของที่ชาลีมาให้เธอ   แต่เขาปฏิเสธอย่างหลังชนฝาเพราะความขี้เกียจและไม่สะดวกที่จะทำ   .โรตาห์แอบงีบที่บ้านของมูฟาเพียงแค่ชั่วครู่   แต่เมื่อเขาตื่นโรตาห์กลับต้องพบว่ามีบางสิ่งที่ผิดปกติคืบคลานมาหาเขาทีละเล็กทีละน้อย   .คันตีย์เบื่อกับชีวิตเอามากๆ   เขาต้องทนดำเนินชีวิตที่ซ้ำซากจำเจในแต่ละวันที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าอย่างอย่างหมดอาลัยตายอยาก   คันตีย์เฝ้ารอและคิดว่าสักวันหนึ่งความฝันของเขาจะเป็นความจริง…วันที่บารัตเดินทางกลับมา…วันที่ชีวิตของเขาจะฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

เดงกะง่วงนอนแล้วแต่โซเลเรียกให้ไปหาเธอหลังบ้านเขาจึงจำใจเดินไป   เมื่อเขาพบกับจาคืองีระหว่างทางเขาจึงหยุดคุยและถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนเคยรู้จัก   จาคืองีชักชวนให้เดงกะไปเสพยากับเขา   แต่เดงกะปฏิเสธ   หลังจากที่ตื้ออยู่นานจาคืองีก็ล้มเลิกความตั้งใจหลังจากที่ประสบความล้มเหลวอย่างร้ายกาจ   เมื่อเดงกะบอกลาจาคืองีเขาก็รีบมุ่งหน้าไปหาโซเลในทันที   แต่เมื่อไปถึงเขาก็ต้องตะลึงกับสภาพร่างกายของเธอ   โซเลนุ่งน้อยห่มน้อยและในมือเธอยังถือขวดเบียร์อยู่ด้วย   โซเลชวนเดงกะให้มานั่งดื่มเหล้าด้วยกัน   เพื่อเธอเขาจึงยอม…

ระหว่างหมดขวดที่สามกำลังเปิดขวดที่สี่   ในช่วงจังหวะที่โซเลปลดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายออกพร้อมกับโน้มตัวเข้าไปเพื่อจุมพิตเดงกะ   เสียงสัญญาณจากรถตำรวจก็ดังขึ้นด้วยเสียงที่ดังกระหึ่ม   ตำรวจสามนายลงมาจากรถในสภาพเปลือยเปล่า   พวกเขาเดินตรงไปหาเดงกะและโซเลและล็อกตัวพาทั้สองขึ้นรถไปอย่างไม่เงียบเชียบ

ตลอดทางไม่มีใครพูดจากันและไม่มีใครอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับรู้   กระทั่งรถตำรวจมาหยุดที่หน้าเรือนจำกลางประจำจังหวัด   ตำรวจทั้งสามนายจึงพาชายหญิงทั้งสองคนเข้าไปที่จุดรับเรื่องและขอตัวกลับไปเกือบจะในทันที   .พนักงานไม่พูดมากแต่กลับพาทั้งสองคนไปโรงแรมที่อยู่ข้างๆแทนเป็นการขอบคุณที่เดงกะกับโซเลยอมรับในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำอย่างกล้าหาญ   และสุดท้ายพนักงานก็กระซิบข้างหูเดงกะว่า…ถ้าเบื่อที่นี่   อาบ อบ นวดฝั่งตรงข้ามยังรอให้ไปใช้บริการอยู่   เดงกะขอบคุณในความหวังดีที่เป็นอันรู้กันสองคนอย่างเป็นการส่วนตัว

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

ไฟเพิ่งถูกตัดได้ไม่นาน   มาวันนี้น้ำก็ดันหยุดไหล   ทำให้คนธรรมดาอย่างชาสกี้ต้องปวดหัวและน้ำตานองหน้า   …ไร้แล้วซึ่งความสุขในชีวิต   .คริสตอฟบ่นอยากกินโซดาเปล่าๆ   เขาจึงไปขอจากนาเวียร์ที่บาร์ถัดจากบ้านเขาไปไม่ไกล   .ณ โซฟาในห้องนั่งเล่นของเบดี   ตอนนี้มีแขกที่เขาไม่รู้จักมาเยี่ยมมากมาย  ในใจเขาไม่ต้อนรับเอาซะเลยผิดกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอๆ   .กาสกี้ไม่ชอบให้โตรีมาเรียกเขาว่าไอ้ขี้แพ้   แตสำหรับลุดวิคเขาคิดว่าคำๆนี้มันทั้งแนวและจ๊าบเลยทีเดียวสำหรับเขา

จอร์แดนอยากมีลูกมาก   เขาขอร้องให้นาล่าปล่อยตัวและเปิดใจให้เขาสักคืน   แต่ทว่าเธอไม่คิดเช่นนั้น   เธอมักบอกกับเขาอยู่เสมอว่ามันยังไม่ถึงเวลาในทุกครั้งที่จอร์แดนเริ่มเปิดประเด็น   .ที่จริงแล้วเฮ็กเตอร์ก็ชอบพอกับนาล่าอยู่ได้พักใหญ่แล้ว   แต่เธอไม่คิดจะเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ให้จอร์แดนรับรู้   …ไม่มีวัน   .หลายปีผ่านไป   กาฟ์เว่นถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ณ บริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง   และเมื่อโรแบร์โต้ทราบข่าวเขาก็มุ่งหน้าไปทันที   .ความจริงคือเขาและเธอกับเธอและเขาต่างก็ล้วนเชื่อมโยงกันด้วยหัวใจที่แสนผูกพันราวปาฏิหาริย์

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

10 ปีที่เขารอเธอ   แม้จะเป็นเวลาไม่นานนักสำหรับการรอใครสักคน   แต่…เพราะความรักทำให้เขาอยู่ได้   และด้วยกำลังใจจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่เคนได้รับมาตลอด   ทำให้ความโศกเศร้าคลายลงอย่างช้าๆจนเกือบหมดจากใจ   เขาไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรดี

วันนี้   ที่ศาลากลางน้ำในโรงแรมชนบทแห่งหนึ่ง   หญิงสาวผู้หนึ่งนั่งเหม่อลอยด้วยสายตาที่เศร้าสร้อยอย่างยิ่ง   เธอไม่ได้กำลังรอใคร   และเธอก็ไม่ได้เสียใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่นานนี้ด้วย   …นั่นคือเหตุการณ์ที่สามีของเธอเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้เสียชีวิตเมื่อหลายเดือนก่อนนั่นเอง  .แคลเรียกลูกชายซึ่งบัดนี้มีอายุได้สามขวบแล้วในขณะที่กำลังปาก้อนหินลงในน้ำให้กลับมานั่งกับเธอ

บางครั้ง   เธอมักเหม่อลอยไปกับใจที่คิดถึงใครบางคนในอดีตที่เธอเคยรู้จัก   …ไม่รู้ว่าคนๆนั้น   ตอนนี้เค้าอยู่ที่ไหน    .ที่บ้าน   แม้จะเป็นเวลานานมากแล้วก็ตาม   แต่ความทรงจำก็ไม่มีวันลบเลือนไปจากหัวใจของเคนได้เลย   แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียงระยะสั้นๆที่เขารู้จักกับแคลแต่มันก็ทำให้เขามีความสุขจนถึงทุกวันนี้   ถึงแม้เธอจะไม่รู้ตัวว่ามีคนๆนึงแอบรักเธออยู่ก็ตาม   …เขาคิด

10 ปีที่ผ่านมา   เขาและเธอต่างก็ผ่านอะไรๆมามากมาย   ทั้งดีและไม่ดีก่อเกิดเป็นประสบการณ์ใหม่ๆให้กับชีวิตของคนทั้งสอง   เขาและเธอไม่เคยพบกันเลยตั้งแต่ครั้งเมื่อวันวานในอดีต   ไม่รู้ว่าเขาและเธอหรือเธอแลเขาจะคิดถึงกันหรือไม่   แต่ประสบการณ์ที่มีค่าซึ่งเขาและเธอได้เรียนรู้จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นและไหลผ่านเข้ามาในชวิตทำให้มีสิ่งหนึ่งที่ต่างคนต่างก็ได้ค้นพบ   สัมผัส   และเรียนรู้ด้วยตัวเองคือ ปาฏิหาริย์

เพราะไม่กี่วันต่อมา   เคนและแคลเดินทางมาพบกันด้วยโชคชะตาดั่งฟ้าลิขิต   ทันทีที่เขาและเธอเจอกัน   ทั้งคู่ก็ต่างโผเข้ากอดกันและกันในทันทีด้วยความคิดถึง   และทักทายตามประสาเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยในความทรงจำเมื่อครั้งก่อน   เขาและเธอไม่รู้ว่าอนาคตของทั้งสองจะดำเนินหรือเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด   แต่สิ่งที่พวกเขารู้คือ…   เราไม่มีวันกำหนดมันได้   โลกที่คงยังหมุนไป   กาลเวลาที่เปลี่ยนผันอย่างรวดเร็ว   รอให้เราก้าวเดินตามให้ทัน   ปลดปล่อยชีวิตให้ดำเนินไปตามวิถีของมัน   ในวันข้างหน้า   อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด   ไม่มีใครล่วงรู้…

คนเราถ้าเชื่อในเรื่องคู่แท้  โชคชะตา   และพรหมลิขิตจริงๆแล้วล่ะก็…   ต่อให้อยู่ห่างไกลแค่ไหนหรือจากกันไปนานเท่าไหร่ก็ตาม   ล้วนต้องมีวันพบกันอยู่ดี   เพราะสิ่งนี้ถูกกำหนดมาแล้วในชีวิตของคนทุกคน…

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

นิลเป็นผู้ชายที่ชอบเล่นกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ   เพราะพ่อแม่สอนให้เขารู้จักเล่นกีฬาดีกว่าเสียเวลาไปกับยาเสพติดและการพนัน   ดังนั้นทั้งสองสิ่งนี้เขาจึงไม่เคยยุ่งเลยแม้แต่น้อย   โดยเฉพาะการพนันที่เขาเกลียดสุดๆ   แต่เมื่อสิ่งที่นิลเกลียดที่สุดต้องมาเจอเข้ากับตัวซะเอง   เมื่อแฟนของนิลเป็นคนที่ชอบเล่นไพ่มากๆ   วันๆไม่ทำอะไรนอกเสียจากจับกลุ่มตั้งวงไพ่กับเพื่อนๆโดยที่เธอจะได้เป็นเจ้ามืออยู่เสมอจากการโหวตของเพื่อนๆเนื่องด้วยความชำนาญ

หลายครั้งที่นิลเตือนแพรว่าให้เลิกเล่น   จนเวลาผ่านไปหลายปีเขาก็ยังเตือนเธออยู่ทุกวันหรือแม้แต่ทุกครั้งที่เธอเริ่มตั้งวงก็ตาม   นิลรู้ว่าแพรรำคาญเขามากและเขาก็รู้สึกรำคาญไม่น้อยไปกว่าเธอ   จนกระทั่งวันหนึ่งเรื่องที่นิลเตือนแพรบ่อยๆชักจะเป็นเรื่องน่าเบื่อขึ้นมาก   ไม่นานต่อจากนั้นมันก็กลายเป็นเรื่องตลกไปในที่สุด   ถึงขนาดที่ว่านิลคิดจะโทรแจ้งตำรวจให้มาจับแพร   แต่เธอก็ไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

ตอนนี้ดูเหมือนว่าต่างคนต่างแยกกันอยู่ชั่วคราว   เมื่อผู้ชายรักที่จะเล่นกีฬา   และผู้หญิงรักที่จะเล่นการพนัน   เขาและเธอคงเดินไปด้วยกันไม่ได้   ถึงแม้ว่าจะอยู่ใกล้กันแค่ไหนแต่ก็ดูเหมือนห่างไกลกันทุกครั้งเสมอ   เพราะตอนนี้นิลและแพรเลือกเดินบนถนนคนละสายที่แต่ละสายต่างก็ทอดยาวออกไป   ไม่มีวันที่จะมาบรรจบกันได้อย่างแน่นอน

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

เกียร์เดินผ่านหน้าร้านเช่าวีซีดีร้านหนึ่ง   ร้านนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เปลี่ยวที่สุด ณ ชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าย่านชานเมืองที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่านเท่าไรนัก  ด้วยความสะดุดตากับวีซีดีหนัง 4-5 เรื่องที่วางอยู่บนชั้นวางหันหน้าออกมาทางหน้าร้านเป็นแถวแรก   เขาหยุด   ยืนมอง   และคิด…   มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก   เพราะหน้าร้านนี้ติดป้ายไว้ว่า “เซ้ง   สนใจห้องว่างติดต่อ คุณมะลิ ชื่นย้วย   โทร:x-xxxx-xxxx   รีบโทรมาตอนนี้รับดอกเบี้ย 0%”   และภายในร้านทางเจ้าของก็เคลียร์วีซีดีออกจากชั้นวางหมดแล้ว   ดูได้จากการมองผ่านกระจกใสเข้าไปด้านใน   แต่ทำไมยังเผลอทิ้งวีซีดีหนังอีก 4-5 เรื่องทิ้งไว้ล่ะ   และมันยังตั้งโชว์หน้าร้านที่ไฟปิดหมดทุกดวง   เป็นที่ดึงดูดให้กับผู้ที่เดินผ่านมาให้พบเห็นได้ง่าย  …เขาไม่เข้าใจจริงๆ…

มะลิเจตนาที่จะทิ้งวีซีดีหนังจำนวนหนึ่งไว้ในร้านในวันสุดท้ายของการเคลียร์แผ่นวีซีดีจากชั้นลงลัง   เพราะสาเหตุที่แท้จริงของการเซ้งร้านครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ทำเลแย่   แต่เป็นเพราะว่าเธอติดหนี้ธนาคารอยู่หลายแสนบาทจากการกู้เงินไปรักษาแม่ที่ป่วยหนักถึงขั้นเข้าๆออกๆโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเพราะต้องผ่าตัดอยู่บ่อยๆ   การที่เธอตั้งใจลืมวีซีดีเหล่านั้นทิ้งไว้เพราะหวังว่าจะมีใครสักคนที่นึกอยากดูหนังเหล่านั้นใจจะขาด   จนถึงขนาดทุบกระจกร้านเพื่อเข้าไปเอามันมาดู   และเมื่อกระจกร้านแตก (ร้านถูกพัง)   ทางห้างก็จะให้เงินทดแทนเป็นค่าซ่อมบำรุงเริ่มต้นด้วยหลักหมื่นขึ้น   ถึงแม้มันจะเป็นเงินที่เล็กน้อยแต่มะลิก็คิดว่ามันมีค่ากับเธอมากสำหรับตอนนี้   …แม้จะเป็นเพียงแค่ความหวังเล็กๆเพียงเศษเสี้ยวก็ตาม   แต่เธอกลับเฝ้าภาวนาทุกคืนวัน…

10 ปีต่อมา   เกียร์กับมะลิมีลูกด้วยกัน   (คงไม่ต้องถามหรอกนะว่าเค้าทั้งคู่เจอกันได้ยังไง)   เนื่องจากในช่วง10 ปีที่แล้วมะลิถังแตก   เกียร์เป็นเศรษฐีที่กำลังตามล่าหนังเรื่องหนึ่งอยู่   และเมื่อเขามาพบหนังที่อยากได้อยู่ในร้านของมะลิ   เขาจึงจัดการทุบกระจกร้านเพื่อเอามันมาไว้ในครอบครอง   …เมื่อตำรวจตามจับเขาได้   ทางห้างจึงมอบเงินจำนวน 40,000 บาท ให้กับมะลิ   และสุดท้าย…เมื่อมะลิกับเกียร์ได้พบกัน   แววตาของเกียร์กลับส่งประกายไปให้มะลิที่รับรู้ได้โดยไม่ต้องบอก   มะลิรู้ในทันทีว่าเขาคือคนที่เธอตามหาอย่างแน่นอน

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

วันนี้เกร็กพบนินนี่   ทั้งๆที่แนนซี่…แฟนของเกร็กก็ไปด้วย   แต่เขาแสดงท่าทีคล้ายกับว่าแนนซี่ไม่ได้มากับเขาด้วยเลย   เพราะเรื่องงานเขาและเธอจึงพบกัน   พอสบตากันในวันนั้น   เกร็กก็รู้เลยว่าเขาต้องเตรียมตัวผิดศีลธรรมก็คราวนี้   .จากที่เขาไปหานินนี่ทุกอาทิตย์ก็กลายเป็นทุกวัน   แรกๆแนนซี่ยังไม่สงสัย   8-9 เดือนผ่านไปเธอก็เริ่มครุ่นคิดและพอรู้   จนในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปได้เกือบสองปีเธอก็ดูออก   .แนนซี่ไปโวยนินนี่ถึงบ้าน   เธอตบหน้านินนี่อย่างแรงแล้ววิ่งหนีออกไป   เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอสั่งให้เกร็กเลิกคบในทันที   .10 ปีที่ผ่านมา   ชีวิตของเกร็กกับแนนซี่ก็มีความ สุขกันดี   จนถึงวันนี้…วันที่แนนซี่จับได้ว่าตลอดเวลา10 ปีที่ล่วงเลย   เกร็กแอบติดต่อกับนินนี่มาตลอดโดยที่เขาปิดไม่ให้เธอรู้

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

หลายต่อหลายคนเริ่มไม่ชอบขี้หน้าอีฟ   เธอเป็นพวกโลกส่วนตัวจัด  บ้าพลัง  ชอบพูดหยาบคาย  ด่าคนอื่นเสียๆหายๆไม่มีที่สิ้นสุด   …เธอเริ่มก้าวร้าวมากขึ้นหลังจากตัดสินใจเข้ากลุ่มหญิงโฉดประจำชุมชน   .นิสัยเว่อร์ๆของเธอมักจะนำพาความเดือดร้อนมาสู่ผู้อื่นอยู่เสมอ   ไม่เว้นแม้กระทั่งการที่เธอชอบทำอะไรต่อมิอะไรให้เพื่อนสนิททั้งๆที่เพื่อนยังไม่ได้ร้องขอโดยพลการ   .นานวันเข้าเพื่อนหลายสนิทหลายคนเริ่มรำคาญและเมินหน้าหนีช้าๆเพื่อไม่ให้อีฟรู้ตัว  …จนในที่สุดเธอก็พบว่าไม่มีใครรักเธอได้ดีเท่ากับเธอรักตัวเอง   อีฟเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวให้นานขึ้น   เธอสัมผัสกับความเหงาในชวิตที่ไร้ซึ่งคนข้างกายอยู่นานจนคุ้นเคยกับมันในที่สุด

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

โอ่งเป็นนักเดินทางที่เดินมาไกลหลายกิโลแล้ว   เขาเหนื่อย  ท้อ  ร้อน  เซ็ง   หลังจากที่ผ่านบ้านพักเก่าๆหลังหนึ่งมาได้สักพักแล้ว   เขารู้ว่าตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้วและเขาก็ง่วงมาก   เพียงแต่ที่โอ่งต้องการคือที่พักระดับห้าดาวเท่านั้น  ไม่ใช่ที่พักกระจอกๆแบบนั้น   เพราะตัวบ้านที่เก่าและดูเหมือนว่าจะพังแหล่มิพังแหล่ทำให้เขาคิดว่าคงไม่ปลอดภัยเท่าไรนัก   แต่หลังจากที่เดินมาหลายชั่วโมงแล้ว เขายังไม่เจอที่พักอีกเลยบนถนนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาที่ขนาบข้างไปด้วยทุ่งหญ้านี้   .ตอนนี้เขาต้องตัดสินใจแล้ว  เขาจะเลือกเดินต่อไปเพื่อหาที่พักที่ดีกว่าทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าจะเจอหรือเปล่า หรือ เขาจะตัดสินใจเดินทางกลับไปยังบ้านพักเก่าๆหลังนั้นดี   เขาลังเล…

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

เพราะความจริงไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยความเชื่อ   มานะจึงต้องจำใจตีความไปว่าการที่เขาเห็นสาและต้าอยู่ด้วยกันสองต่อสองอาจหมายความว่าเขาและเธอเป็นเพียงเพื่อนกันตามที่สาบอกเขาก็ได้   .ลูกหินเป็นเด็กชายตัวเล็กๆที่ชอบทำอะไรใหญ่ๆอยู่เสมอ   สิ่งที่เขาทำไปอาจเกินตัวอยู่เสมอก็จริงแต่กลับสมบูรณ์แบบทุกครั้งเพราะลูกหินทำด้วยใจอย่างเต็มแรงสุดความสามาถที่มี   เขาโชคดีที่รู้ทางเดินของตัวเองเองอย่างชัดเจน   ลูกหินจึงเลือกที่จะเดินอยู่บนทางตลอดเวลา   หลายคนที่รู้จักจึงมักชื่นชมเขาจากใจจจริง   .เคตง่วงนอนแล้ว   แต่เธอต้องจำใจอ่านหนังสือสอบต่อไปด้วยสาเหตุที่ว่าพรุ่งนี้มีสอบ   .เคตอ่านหนังสือมาตลอดระยะเวลามากกว่า 5 สัปดาห์ที่ผ่านมาโดยไม่ได้พักเท่าไหร่นักด้วยความมุ่งมั่นเต็มร้อย   เธอหวังจะเอาที่หนึ่งไปฝากแม่ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตให้ได้  .เคตทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจไปกับหนังสือทุกเล่ม  ตัวหนังสือทุกบรรทัด  หรือแม้กระทั่งตัวอักษรทุกตัวที่เธออ่าน   จนในที่สุด แม้ผลสอบจะออกมาว่าเธอสอบไม่ผ่านก็ตาม   แต่เคตกลับไม่เสียใจและคิดว่า…สิ่งที่เธอได้พยายามและทำมันเต็มที่แล้ว  หากไม่เป็นอย่างที่ใจต้องการ  ก็จงภูมิใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเถิด เพราะแค่เราคิดว่าได้ทำจนสุดความสามารถ  เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว…

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

โดบิแนงเฝ้าฝันว่าสักวันหนึ่งเขาจะได้เจอผู้หญิงดีๆสักคน  ผู้ซึ่งรักเขาจริงและเข้ามาเติมเต็มชวิตส่วนที่ขาดหายให้ส่องสว่างต่อไป   เขารอแล้วรอเล่า…   จนกระทั่งวันหนึ่ง ตาเปลก็เข้ามา   เธอคือผู้หญิงคนนั้น   คนที่โดบิแนงพร้อมจะฝากชีวิตเอาไว้กับเธอ   คนที่เปรียบเสมือนแม่ของลูกในอนาคต   .3 ปีถัดจากงานแต่งงานของคนทั้งสอง โดบิแนงกลายเป็นขอทานอยู่ข้างถนน   ตาแปลขโมยทุกสิ่งในชีวิตของเขาไปหมดแล้วและตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ใดบนโลก   .ตาแปลเดินทางข้ามมายังประเทศอันห่างไกลจากบ้านเกิดมากพร้อมกับทรัย์สินมูลค่าหลายล้านของโดบิแนง   เธอหัวเราะร่าและยิ้มรับกับความสำเร็จจากการใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

หลังจากที่ฮูลาล่าตายได้ไม่กี่วัน  อาจจะกล่าวได้ว่าชีวิตของคุเงกีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยก็ว่าได้   เขาไม่เคยเสียใจอะไรมากมายเช่นนี้มาก่อนในชีวิต  เธอคือคู่หมั้นของเขาและกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  แต่เธอก็ต้องมาด่วนจากไปก่อนเวลาอันควรด้วยโรคมะเร็งขั้นสุดท้าย  .ชีวิตของคุเงกีในทุกวันนี้   ช่างโหดร้ายเสียนี่กระไร   แต่ละวันผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนเหมือนเป็นปี   จนบางทีเขาก็คิดว่าเวลาอาจหยุดเดินชั่วขณะ   คุเงกีอยู่ด้วยความเศร้าโศกที่มีต่อโลกสีเทาหม่นกลมๆใบนี้อย่างอ่อนแรง   ไร้ซึ่งกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไปบนทางเดินที่โหดร้ายและหนักหนา   .สุดท้าย  คุเงกีก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงด้วยการผูกคอตาย   ซึ่งเป็นการลาโลกที่งดงามอย่างเงียบเชียบ   …แต่เขาก็รอดมาได้จากช่วยเหลือของไวฟร่า   เธอผู้นี้สอนให้เข้ารู้จักที่จะดำเนินชีวิตต่อไป   เรียนรู้ที่จะเผชิญหนากับความจริง  ความกลัว  และสิ่งที่ท้าทายในแต่ละวัน   .เขาได้กำลังใจจากเธอ   และค้นพบว่า สิ่งมีค่าที่สุดมักจะรอเราอยู่ข้างหน้าเสมอ   …สิ่งที่สวยงามในชีวิตยังคงรอเราอยู่ไม่ไกลถ้าเปิดใจรับ   พร้อมกับรับรู้ความจริงว่า คนที่มีชะตากรรมหนักกว่าเขา ยังไม่เคยคิดท้อเลย   …แล้วทำไมเขาถึงไม่คิดสู้ดูบ้างล่ะ ?

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

เพื่อความรัก…สำหรับชาง เขายอมทำได้ทุกอย่าง   ต่อให้พิงแววจะอยู่แห่งหนไหน   จะไกลเท่าไหร่   ต่อให้ยากลำบากสักเพียงใด   เขาไม่หวั่น   เขาจะไปหาเธอ   ตามเธอไปทุกที่   อยู่กับเธอตลอดเวลา   ได้ใกล้เธอทุกนาทีที่มีชีวิตอยู่   และชางสัญญาว่าจะอยู่กับพิงแววจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต   จนกว่าความตายจะพรากจากกัน   …ต่อให้เขาต้องเจอกับอุปสรรคมากมายเท่าไหร่ก็ตาม   เขาไม่สน   เขาขอสู้สุดใจเพื่อความรัก   เขาจะดูแลเธอ   ปกป้องและทะนุถนอมเธอยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง  …เขา ให้เธอได้แม้กระทั่งชีวิต   …เพราะทั้งตัวและหัวใจของชางอยู่กับพิงแววเพียงคนเดียว   .แต่ทั้งหมดนี่ คงเป็นได้แค่เพียงความฝันชองชายยากจนคนหนึ่งที่มีต่อลูกสาวกำนัน ผู้ซึ่งเป็นหญิงสาวสวยที่สุดในตำบล และเป็นที่หมายปองของชายทุกคนก็ว่าได้

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

คืนหนึ่งในเดือนที่ฤดูหนาวเวียนมาถึงอีกครั้ง   อากาศเย็นอันหนาวเหน็บแผ่ปกคลุมถนนทุกสายในตัวเมือง   ผู้คนต่างดูรื่นเริงเป็นพิเศษในคืนนี้   เพราะวันนี้เป็นวันคริสต์มาส   แสงไฟสีเหลืองนวลส่องไสวตามริมถนน   ขณะที่บรรยากาศในตอนนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตรของผู้คนในเมืองซึ่งกำลังสนุกสนานกับวันสำคัญ เพราะปีหนึ่งมีจะเพียงครั้งเดียว   ตามเสาไฟเกือบทุกต้นมีการประดับประดาด้วยช่อดอกไม้เล็กๆ   บางต้นก็ถูกตกแต่งด้วยการนำถุงเท้ามาแขวนไว้ด้วย   . ณ ถนนสายหลักของเมืองช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่เหล่าคณะประสานเสียงทุกคณะต้องยุติการเล่นลงก่อนอย่างชั่วคราวเพื่อหลีกทางให้กับขบวนพาเหรดชุดใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปีซึ่งกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้………

เพราะเมลานีทำให้สึบูริเข้าใจผิด   เขาจะไปเข้าค่ายเพื่อจีบเธอแต่ปรากฎว่า   รีฟ แฟนของเมลานีแอบตามเธอเข้ามาด้วยเช่นกัน   .สุดท้ายคือสึบูริไม่ได้หวังที่จะให้เมลานีมาหลงรักหรือสนใจเขา   เพราะสึบูริมาค่ายนี้ด้วยใจที่เปลี่ยนไปหลังจากได้รู้ความจริง   หากแต่เพราะเขาเพิ่งรู้ความจริงในวินาทีสุดท้ายก่อนค่ายเปิดไม่กี่นาทีนี่เอง   .รีฟตามเมลานีเข้ามาจู๋จี๋กันในค่ายโดยเขายอมแหกกฎที่สั่งห้ามให้คู่รักมานัวเนียกันสองต่อสองเพื่อเธอ   .เมลานีไม่คิดอย่างนั้น  เธอกลับรำคาญเขาซะด้วยซ้ำไป

อมราชิงบัตรคอนเสิร์ตใบสุดท้ายจากโด่งได้อย่างเฉียดฉิว   เธอไม่เข้าใจเลยว่าการที่เธอยืนรอรับบัตรฟรีจากคูปองชิงโชคที่อมราส่งเข้าไปเกือบพันใบ   เหตุใดเธอถึงไม่สมควรได้รับมัน   .แต่เพราะโด่งอารมณ์เสียสุดๆจากการเสียบัตรคอนเสิร์ตใบสุดท้ายให้กับผู้หญิงผู้ซึ่งเป็นศัตรูกับเขามานาน   วันนี้เป็นโอกาสเหมาะที่เขาจะลงมือดักทำร้ายเธอสักที

จ๋อมร้องไห้ฟูมฟายเนื่องจากเธอเพิ่งสูญเสียแม่ไปได้ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา   เธอกลายเป็นเด็กเร่ร่อนในทันที   .ทันใดนั้นซอนย่าก็มาถึงพร้อมฌอน   ซ่อนย่าบอกฌอนให้อยู่กับจ๋อมเป็นการปลอบใจ   .ทว่ายาคลีจเพิ่งขออย่ากับวีนัสเป็นการยุติบทบาทชีวิตคู่ลงย่างน่าสมเพช   .แมนดาลีหัดเรียนวาดรูปเพื่อให้ปานาหันมาสนใจเธอเหมือนเดิม   แต่ทุกวันที่แมนดาลีเหลือบหันไปมองเขาเพื่อหวังที่จะพิชิตใจ   ปรากฎว่าปานาต้องแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเธอทุกครั้งไป   .สำลีชอบไปจตุรัสกลางเมือง   เขาหวังที่จะมีแฟนเป็นเป็นตัวเป็นตนเหมือนกับคนอื่นๆบ้างสักที   แต่เมื่อเขาไปถึง  ปานาต้องหิ้วโสเภณีอย่างน้อย 3 รายกลับบ้านด้วยทุกคืน   .โคกังนารี๊เป็นกะเทยที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในโลก   เธอมักจะเจอผู้ชายเข้ามาจีบหรือขอจับ…เป็นประจำ   สุดท้ายแล้วเธอจึงสมยอมให้กับการีห์แต่เพียงผู้เดียว   .งูยารัลว์เกลียดสเตฟานเข้าไส้เพราะเธอเล่นกินไส้จระเข้สดหมดโดยที่ไม่บอกเขา   .สามปีสี่เดือน แครกนี่ไม่เคยกลับบ้านเลย  หารู้ไม่ว่าโตโงโบะเฝ้ารอเขาอยู่ด้วยใจอันแสนหนื่อยล้าจากการเฝ้าภาวนาผ่านดวงดาว   …เธอขอให้ความฝันได้สมหวังเข้าสักที

  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –            –  –  –  –  –  –   –  – –  –  –  –

หลังจากที่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสผ่านพ้นไปได้มานานก็เข้าสู่สิ้นปี   ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ของผู้คนทั่วโลก   ปีเก่ากำลังผ่านพ้นไปและปีใหม่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้…

รียากำลังพับการด์เชิญใส่ซองเพื่อนำแจกเพื่อนฝูงและญาติพี่น้องอยู่   เป็นธรรมเนียมที่บ้านของเธอใช้เป็นสถานที่เพื่อจัดงานปาร์ตี้ปีใหม่ทุกปี   แต่ปีนี้มีเซอร์ไพรส์อยู่ตรงสระว่ายน้ำ   ซึ่งไม่กี่เดือนก่อนรียาจ้างคนให้มาขุดสระเพื่องานปาร์ตี้โดยเฉพาะ   …จากวันนี้ไปเหลือเพียงอีกไม่กี่วันเท่านั้น

07.00 น.   ฟ้าแดง   ลมแรง   ฟ้าร้อง   ปุ่มเครื่องกรองอากาศเปลี่ยนเป็นสีแดง (หมายถึงว่ามีฝุ่นเยอะเครื่องทำงานหนัก)   …ไม่กี่นาทีต่อมาฝนเริ่มตก   จากเม็ดเล็กๆกลายเป็นเม็ดใหญ่   และหนักขึ้นเรื่อยๆ   ทว่าอากาศยังคงร้อนอบอ้าวเหมือนเช่นเคย   .โมโม่สะดุ้งตื่นขึ้นด้วยอาการตกใจกลัวจากฝันร้าย   เขาลุกขึ้นและเดินไปที่หน้าต้าง   ทอดสายตามองออกไปข้างนอก   .โมโม่ยกวิทยุขึ้นมาและเปิดเพลง…   ดนตรีร็อกถูกเปิดคลอกับสายฝนที่กำลังตกอย่างไม่ลืมหูลืมตาอยู่ในขณะนี้   เขาเหลือบมางนาฬิกาและเพิ่งรู้ว่าเขาสายแล้ว…   วันนี้เขานัดเฟย์ไว้ตอนเช้าที่ใต้ต้นโพธิ์ข้างกรมทหารเรือ   เมื่อวานอาจเป็นเพราะเขาเล่นกีฬาเยอะจึงทำให้เพลีย   แต่ที่สำคัญคือตอนนี้เขาสายมากแล้วด้วย   .เฟย์ยืนรอโมโม่ได้เกือบชั่วโมงแล้ว   ในช่วงเวลาที่เธอคิดถอดใจและกำลังหันหลังกลับเขาก็มาถึงทันที

เมื่อหลายวันก่อน แกลบอกเลิกกับธีร์ด้วยสาเหตุที่ว่าเธอเบื่อการที่มีคนคอยมาตามตื้อทุกเวลา  แถมยังไม่หล่อด้วย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะลักษณะนิสัยของเขาต่างกับเธอมากเกินไปจึงทำให้ไปด้วยกันไม่ได้   และเธอก็ให้เขาได้แค่เพื่อนจริงๆ   แค่นี้ก็เต็มที่แล้วสำหรับธีร์…   ความจริงแล้วที่แกลบอกเลิกไปก็เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้โดม…ชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคนหนึ่งที่เข้ามาจีบเธอพร้อมๆกับธีร์   แต่โชคร้ายที่แกลตัดสินใจบอกคบกับธีร์ไปก่อนเขาเพียงไม่นาน   โดมคนนี้คือคนที่แกลใฝ่ฝันถึงและอยากจะเข้าไปทำความรู้จักเป็นที่สุด   แต่เพราะตอนนี้ ในมื่อเธอไม่มีธีร์อยู่แล้ว   ชีวิตจึงถูกปลดปล่อยเป็นอิสระอีกครั้งหนึ่ง   รอว่าในเวลาไม่นานนี้ เธอจะได้พบกับคนที่มีนิสัยเหมือนกันและเข้ากับเธอได้จริงๆ   …ทันทีที่โดมรู้ข่าวการบอกเลิกของแกลกับธีร์   เขาดีใจมากๆ   และถือเป็นการสิ้นสุดการรอคอยสักที   แม้ว่าเขาและเธอต่างก็เพิ่งรู้จักกันไม่นาน   แม้ว่าเขาและเธอจะเจอกันไม่บ่อยก็ตาม   แต่เพราะความเหมือนกันในหลายๆอย่างทำให้เขาและเธอได้รู้จักกันอย่างรวดเร็ว   โดยที่คนรอบข้างของทั้งสองต่างก็เชียร์ให้คนทั้งสองเป็นแฟนกันอยู่ร่ำไป   .โดมและแกลสบตากัน   เขาและเธอพร้อมแล้วที่จะได้เรียนรู้บางสิ่งที่ขาดหายและบางสิ่งที่เขาและเธอตามหาอยู่มาเนิ่นนานไปพร้อมๆกัน   ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล…

จูดิตเข้าข่ายทำดีแต่ไม่มีคนเห็นมาโดยตลอด…   ช่วงระยะเวลาหลายปีในชีวิตที่เธอทุ่มเทให้กับครอบครัว  หน้าที่การงาน  และสังคมที่น้อยคนนักจะทำได้เหมือนเธอ   แต่กลับกลายเป็นว่าหลายคนๆต่างพากันมองข้ามเธอไปอย่างง่ายดาย   จูดิตไม่คิดเสียใจแต่จะหมั่นขยันทำดีต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่ท้อถอย  เพราะเชื่อว่าสักวันต้องมีคนเห็นถึงความดีที่เธอทำ   เนื่องจากคนเลวที่เธอรู้จักยังได้ดีและตอนนี้ยังไป ไกลกว่าเธอแล้วด้วย   ทำให้เธอแปรเปลี่ยนเหตุการณ์นี้เป็นกำลังใจเพื่อที่จะได้เผชิญหน้ากับความจริงในชีวิตอย่างสดใส   …ถ้ามันจะตายเพราะทำดีแล้วไม่ได้ดีก็ให้มันรู้กันไป…

และแล้วค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองก็มาถึง   ปาร์ตี้สระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว   มีผู้คนมากมายทั่วสารทิศหลั่งไหลกันมาร่วมพันคนจากทุกเชื้อชาติในโลก   ทั้งที่ได้รับการ์ดเชิญและไม่ได้รับการ์ดเชิญก็ตาม   .ตอนนี้เป็นเวลาประมาณ 19.00 น.   รียากำลังสาละวนอยู่กับการตกแต่งสถานที่ขั้นสุดท้าย   (เธอนำหญ้าจำลองมาปูเต็มบริเวณ  และนำอาหารมาตั้งโต๊ะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์  จ้างพ่อครัวระดับห้าดาวมาทำอาหารในงานนี้โดยเฉพาะ  เป็นต้น)   จนผ่านไปครึ่งชั่วโมง   นั่นเป็นเวลาที่แขกบางส่วนเริ่มเดินทางมาถึงงานแล้วพร้อมการ์ดเชิญ   .รียาย้ายตัวเองไปโต๊ะลงทะเบียนหน้างานอย่างเร่งรีบ   เพราะด้วยบริเวณการจัดงานที่มากกว่า 2 ไร่ ทำให้ถึงกับต้องวิ่งเลยทีเดียว   แขกคนสำคัญที่ได้รับการ์ดเชิญและจะได้รับการบริการเป็นพิเศษในค่ำคืนนี้ต่างก็เดินเข้างานมาอย่างต่อเนื่อง มีดังนี้…

19.30 น.  แอน  อ้น  ฝน  ตั้ม  ตูน  ปอ  ส้ม  แคท  เล็ก  เก่ง  จ๋า  เฟร็ด  พิงค์  ปิแอร์  มารี  เอริก้า  ยูยะ  มิชิโกะ  เรียวคิ  ยามาดะ  ชูเฮอิ  โมริ  แอนนา  อากิโก  เหล่านี้คือคนกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงงานปาร์ตี้

20.00 น.  นาตาลี  แซม  เบอร์นาร์ด  คาร์ล  ไบรอัน  ลอร่า  เดวิด  โทนี่  คาแรน  บ๊อบ  เอริก  โอมาห์  นาธาน  อับดุล  ชามีร่า  อาโนลด์  ชาลี  โรตาห์  เดงกะ โซเล  จาคืองี  ชาสกี้  คริสตอฟ  นาเวียร์  เบดี  การ์สกี้  ลุดวิค   ต่างก็ทยอยเดินทางมาตามลำดับในช่วงที่คอนเสิร์ตเล็กๆบนเวทีเริ่มต้นขึ้นพอดี

ช่วงประมาณ 20.30 น.  จอร์แดน  นาล่า  เฮ็กเตอร์  กาฟ์เว่น  โรแบร์โต้  เคน  แคล  นิล  แพร  เกียร์  มะลิ  เกร็ก  นินนี่  แนนซี่  อีฟ  โอ่ง  มานะ  สา ลูกหิน  เคต  โดบิแนง  ตาแปล  ฮูลาล่า  คุเงกี  ไวฟร่า  ชาง  พิงแวว  เมลานี  สึบูริ  รีฟ  อมรา  โด่ง  จ๋อม  ซอนย่า  ฌอน   ต่างก็มาถึงงานในช่วงเวลาที่มีผู้เข้าร่วมงานหลั่งไหลกันมามากที่สุด

21.30 น.  ยาคลีจ  วีนัส  แมนดาลี  ปานา  สำลี  โคกังนารี๊  การีห์  งูยารัลห์  สเตฟาน   มาถึงในช่งที่งานปาร์ตี้เริ่มไปได้สักพักแล้วและจำนวนแขกที่เดินทางมาถึงก็เริ่มน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

22.00 น.  รียา  โมโม่  เฟย์  แกล  ธีร์  โดม  จูดิต   เป็นแขกคนสำคัญกลุ่มสุดท้ายที่เดินทางมาถึงในช่วงที่รียาเพิ่งจะปิดรับลงทะเบียนไปได้สักพัก

แขกทุกคนที่มาร่วมงานต่างก็สนุกสนานและเต็มที่กับงานปาร์ตี้นี้กันสุดเหวี่ยง   ช่วงหัวค่ำมีการแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องร็อกชั้นนำที่เดินทางมาจากต่างประเทศถึง 5 วงด้วยกัน   ถัดจากนั้น เป็นช่วงเวลาของเหล่าดีเจที่ขึ้นมาเปิดเพลงให้กับผู้ร่วมงานทุกคนได้โยกตามไปกับจังหวะดนตรีที่สุดเร้าใจกันอย่างต่อเนื่อง   จนถึงช่วงเวลาสำคัญ  นั่นคือการจับฉลาก   มีหลายคนที่ได้รับของที่ถูกใจ   และบางคนที่ต้องผิดหวังกับของที่ได้  คละเคล้ากันไป   และไม่นาน…เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง   ช่วงเวลาแห่งการนับถอยหลังเข้าสู่วันใหม่   วันที่หนึ่งของปีใหม่นั่นเอง   10…9…8…7…6….5……4……..3…………2………………..1………….….   สิ้นเสียงนับถอยหลังของผู้ร่วมงานทุกคน   พลุจำนวนมากว่า 10 ดอกก็ถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าในยามค่ำคืน  ส่องสว่างเป็นประกายที่งดงามยิ่ง  …เพลงปีใหม่ดังขึ้นจากวนดนตรีเล่นสดบนเวที   ผู้คนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักกันต่างก็หันมาอวยพรให้แก่กันและกันเป็นธรรมเนียม   ในเวลาไม่นานนัก พวกเขาต่างก็เริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านไปโดยสวัสดิภาพ

อาจจะกล่าวได้ว่า ผู้คนที่มาร่วมงานในครั้งนี้   มีทั้งที่รู้จักกันมาก่อนและไม่รู้จักกันมาก่อน  มีทั้งเคยพบเจอประสบการณ์เดียวกันหรือแตกต่าง  หรืออาจมีวิถีชีวิตที่ตคล้ายกันแต่ไม่เคยถูกอีกฝ่ายล่วงรู้มาก่อน ฯลฯ   .ที่สุดแล้ว  พวกเขาเหล่านี้ก็เดินทางมาพบกัน ณ สถานที่แห่งหนึ่งบนโลก   ต่างคน ต่างยิ้ม ทักทาย พูดคุยตามประสาคนกันเองแบบสบายๆ   มีทั้งถูกคอและไม่ถูกคอบ้าง   แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต่างก็มีเหมือนกัน   นั่นคือชีวิตที่ดำเนินไปอย่างยากลำบากและแสนง่ายดาย…แตกต่างกันไป   .ช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตของพวกเขา  ล้วนต้องพบเจอและผ่านมันไปให้ได้   แต่จะยากหรือจะง่ายขึ้นอยู่กับความพยายามของแต่ละคน   …พวกเขาต่างก็ได้เรียนรู้ถึงความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างแท้จริง   .ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกค้นผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้  สิ่งนั้นพวกเราต่างเรียกกันว่า  

 ความรัก  .

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

I have been Love (ฉันมีความรัก) / 2006 / นวนิยายขนาดสั้น / พิมพ์ / Mac Book / Drama, Romance

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s