ชีวิตผ่านสายน้ำ (2011)

ชีวิตผ่านสายน้ำ
(A Lives through Stream)

หลังผมได้จากบ้านไปเช่าบ้านพักริมทะเลต่างจังหวัด และกลายสภาพเป็นผู้อพยพร่วมเดือน ซึ่งเมื่อกลับมาพบว่าน้ำไม่ท่วมบ้านสักนิด ไม่เข้าใจว่าไปทำไม? / ผมตั้งข้อสังเกตว่าบ้านคนรู้จักที่น้ำท่วม ส่วนใหญ่พวกเขาไม่ได้เตรียมพร้อม คิดว่ายังไงน้ำไม่เข้าแน่ ๆ แล้วสุดท้ายน้ำก็มา ต่างจากคนที่เตรียมพร้อมอย่างดี ป้องกัน เตรียมรับมือกับน้ำเต็มที่ อย่างบ้านผม น้ำก็กลับไม่เข้า .. น่าแปลกจริง ๆ ! แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดี และในความโชคดีผมก็ได้บทเรียนว่า เราวิตกมากเกินไปหรือเปล่า เล่นห่อของเกือบทุกอย่าง ยกของขึ้นที่สูง ไอ้ตอนแกะ หรือย้ายของกลับมาวางที่เดิมไม่เท่าไหร่ แต่แทนที่ผมจะได้อยู่บ้านทำงานกลับต้องเสียเวลาไปนั่ง ๆ นอน ๆ กิน ๆ ที่ต่างจังหวัด มันทำให้ผมน้ำหนักขึ้นอีกหลายกิโลฯ แถมยังไม่ได้ทำงานด้วยสิ!

ทว่าข้อดีของน้ำท่วมครั้งนี้ก็มี นั่นคือทำให้ผมได้พบกับตัวตนและจิตวิญาณของคนในครอบครัวด้วยความใกล้ชิด ได้พบญาติที่ไม่พบกันมานานอีกครั้งและอยู่ด้วยกันช่วงหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความอบอุ่นและสานสัมพันธ์ไมตรีให้กับครอบครัว และในช่วงเกิดเหตุวิกฤติมหาอุทกภัยที่ทำให้คนไทยเกิดความรัก ความสามัคคีเพิ่มมากขึ้น (หรือเปล่า?) รวมถึงมันทำให้ผมและคนทั้งประเทศได้เรียนรู้ชื่อคลองต่าง ๆ ที่เราไม่เคยจดจำ เรียนรู้ภูมิประเทศประเทศไทยจากข่าวที่กระหน่ำเสนอทุกวันเป็นอย่างดี และการไปต่างจังหวัดครั้งนี้ก็ถือเป็นการพักผ่อนของผมอย่างแท้จริง ผมได้ดูหนังไปสามสิบเรื่องเห็นจะได้มั้ง!

ข้อดีของการหนีน้ำ(ไม่)ท่วมไปต่างจังหวัดประการสุดท้ายก็คือ นี่เป็นการเปิดโอกาสให้ผมใช้เวลาว่างในการเขียนเรื่องราวชีวิตของผมและครอบครัว(ใหญ่)ที่พบเจอและรู้สึก พร้อมกับได้ทบทวนเรื่องราวและเรียนรู้ชีวิตผ่านตัวหนังสือเหล่านี้ จากความทรงจำแปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรม โดยที่สามารถอ่านเรื่องราวที่ผมเขียนได้ที่…

01 อ่านนี่ก่อน!
02 ชีวิตผ่านสายน้ำ

ต้องขอบคุณ ‘น้ำ’ ตลอดระยะเวลา 30 วัน (หรือ 1 เดือน) ที่ผ่านมา มันทำให้ผมพบอะไรหลายอย่าง แบบที่ถ้าน้ำไม่ท่วมผมก็คงไม่ได้ค้นพบมัน ทั้งเรื่องตัวผมเองและครอบครัวจากเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา นิสัยและตัวตนที่แท้จริงของบางคน ความสัมพันธ์ของใครหลายคน มุมมองที่ผมมีต่อครอบครัว-สังคม-โลก ฯลฯ แม้เหตุการณ์ครั้งนี้กำลังผ่านพ้นไป แต่ผมเชื่อว่าต่อจากนี้ทุกคนคงมอง ‘น้ำ’ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เมื่อเห็นน้ำ (ตามที่ไหน ๆ ก็ตาม เช่น ท้องถนน) อาจจะรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา แต่เราต้องไม่มัวยึดติดอยู่กับอดีต หรือความทุกข์ (ที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอแน่นอน หากว่าตอนนี้ใครมีความทุกข์ก็ขอให้คิดในแง่ดีว่าเป็นธรรมดาที่เราต้องพบเจอมันก่อน หากจะให้ชีวิตพบความสุขเลย แล้ววันหนึ่งข้างหน้าเมื่อเราพบความทุกข์ เราจะทำยังไงถ้าไม่คิดเรียนรู้วิธีเผชิญหน้ากับมันซะตั้งแต่ตอนนี้ ในวันข้างหน้าเมื่อเราเจอความทุกข์อีกเราก็จะได้พูดได้เต็มปากว่าเราผ่านมันมาแล้ว และสามารถเผชิญหน้ากับมันได้อย่างสบาย ยิ่งถ้าเราเคยผ่านความทุกข์ที่หนักที่สุดมาอย่างวิกฤติมหาอุทกภัยในครั้งนี้ เชื่อเหลือเกินว่าคงไม่มีทางที่เราจะได้พบความทุกข์ที่หนักไปกว่านี้อีกแล้ว วันข้างหน้าที่สดใสรอเราอยู่..) เพียงเลือกมองความทุกข์แต่ด้านดี คิดเสียว่าเป็นเพียงเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่นานก็จะผ่านไป เท่านี้ชีวิตก็จะมีความสุข เพราะอย่าลืมว่าแท้จริงแล้ว ‘น้ำ’ มีบุญคุณต่อแผ่นดินมาก เพราะมีมาตั้งแต่ก่อนเราเกิด หรือพร้อม ๆ กับโลกถือกำเนิดมาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย น้ำก็จะยังอยู่กับเราต่อไป ไม่สามารถหลีกหนีไปไหนได้ ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

 
“If doesn’t matter if the water is cold or warm if you’re going to have to wade through it anyway.”
(มันไม่เกี่ยวหรอกว่าน้ำจะร้อนหรือจะเย็น ถ้าอย่างไรเสียคุณก็ต้องลุยผ่านมันไปอยู่ดี)
– Pierre Teilhard de Chardin

ชีวิตผ่านสายน้ำ (A Lives through Stream) / 2011 / บันทึก / พิมพ์ / Documentary

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s