The Tribe – ปริมลฑลของความเงียบ

hovelvideo

the-tribe-poster (1)

The Tribe / Miroslav Slaboshpitsky / Ukraine|Netherlands / 2014

ประเด็นของหนังเรื่องนี้สำหรับผู้เขียนแล้วอาจจะไม่ได้ใหม่อะไร แต่ Form ของหนังและวิธีการเล่านั้นถือว่าน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนกล้อง หรือการแสดง(ซึ่งเป็น Gesture ที่เราอาจจะไม่เข้าใจใน Detail ต่างๆ แต่มันนำพาเราไปทำความรู้จักภาษาที่เราไม่คุ้นเคย) และสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเราคือการเคลื่อนกล้องของหนัง ซึ่งเป็น Long take เสียส่วนใหญ่ (1 scene อาจจะเท่ากับ 1 Shot เท่านั้น) วิธีการเช่นนี้ไม่ใช่ว่ายังไม่เคยมีคนทำ แต่มันก็น่าสนใจไม่น้อยในการเปลี่ยนสถานที่และอารมณ์ของนักแสดงที่สมูทมากๆ รวมถึงการจัดวาง (blocking) ต่างๆในเฟรมภาพที่เรียกได้ว่าน่าทึ่งเลยทีเดียว

เมื่อกล่าวถึงประเด็นของหนังที่พูดถึง Social Pressure ตัวหนังจัดวางและเล่าในแบบที่ผู้เขียนรู้สึกว่า กลุ่มคนในหนังเรื่องนี้เหมือนเป็นกลุ่มวานรในยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นรูปแบบสังคมรูปแบบหนึ่งที่สัตว์จำพวกหนึ่งได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา แต่ทีนี้การเลือกใช้กลุ่มคนที่เป็น deaf ในหนังเรื่องนี้เป็นกลุ่มที่เป็นภาพแทนสังคมหนึ่งนั้นก็ยิ่งตอกย้ำในการย้อนยุคกลับไปสำรวจความเป็นสังคมแบบดิบๆและการสื่อสารกันในแบบที่สังคมยังไม่ได้ผลิตภาษากันขึ้นมา(หรือตกอยู่ในโครงสร้างของภาษาพูด) กล่าวอีกอย่างหนังเรื่องนี้สื่อสารกันด้วยการมอง ซึ่งเป็นการสื่อสารที่มาก่อนภาษาที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาทีหลัง นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนชอบและได้รู้สึกไปทั่วอนูของร่างกายในการชมหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ เพราะตัวหนังมันเรียกร้องให้เรามองดูภาพมากกว่าที่จะฟังหรือแม้แต่อ่าน Subtitle ส่วนในเรื่องของ Social Pressure ที่เป็นประเด็นของตัวละครหลักนั้น ตัวละครก็มีเส้นกราฟในการพัฒนาอารมณ์และพฤติกรรมอย่างชัดเจน(แม้เราจะไม่เห็น Background ของตัวละครหลักก็ตาม) จนไปถึงจุด Peak ของตัวละครในตอนสุดท้ายนั้นเป็นสิ่งที่น่าศึกษาต่อในประเด็นของการทำความเข้าใจกับบริบทของสังคมกับความรุนแรงในระดับปัจเจกที่่ผู้เขียนคิดว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไม่อาจตัดขาดได้ (อีกประเด็นหนึ่งที่ผู้เขียนคิดอยู่แต่ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวไหมคือประเด็นเรื่อง Human Trafficking) ซึ่งสุดท้ายแล้ว Pressure ในสังคมก็เป็นตัวผลักดันให้การกระทำระดับปัจเจกเกิดความรุนแรงได้ มีหนังอีกเรื่องที่ประเด็นคล้ายๆกันคือ 71 Fragments ของ Michael Haneke ซึ่งก็มีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน

สุดท้ายอีกสิ่งหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ “ความเงียบ” ความเงียบในหนังเรื่องนี้เป็นเหมือนตัวละครหนึ่ง อย่างที่กล่าวไปข้างต้น”ความเงียบ”นี้นำพาเราดำดิ่งไปกับภาพและชีวิตของตัวละครกลุ่มนี้และมันเรียกร้องสมาธิให้เราต้องมองภาพที่ปรากฏอยู่บนจอหนัง มันไม่ใช่ความเงียบแบบไม่มีเสียง แต่มันเป็นความเงียบที่ทำให้เราได้เรียนรู้กับปริมลฑลที่เราไม่คุ้นเคย

View original post

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s