Batman v Superman: Dawn of Justice Film Talk

Another Opinion to BVS.

puroii

มาทำความเข้าใจกันก่อนอ่าน

  1. เราไม่เขียนเรื่องย่อ เพราะคิดว่าเสิร์ชหาได้เองตามเว็บไซต์ทั่วไป
  2. เราไม่ให้คะแนน แต่อยากให้อ่านแล้วคิดเอาเอง เพราะส่วนตัวคิดว่าถ้าเห็นคะแนนแล้ว ในใจทุกคนก็จะตัดสินหนังไปแล้วระดับหนึ่ง
  3. อาจเหมาะกับคนที่ดูแล้วมากกว่า เหมือนมานั่งคุยกันหลังดูหนัง (แต่คนยังไม่ดูก็อ่านได้ ถ้าพร้อมรับ spoilers)
  4. เราไม่มีความรู้เรื่องหนังหรือการแสดง เขียนจากความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ

______________________________________

Batman v Superman: Dawn of Justice

Batman-V-Superman-Dawn-of-Justice

หนึ่งคือเราไม่เคยอ่านคอมมิค สองคือเราไม่เคยดูหนังใดๆ เกี่ยวกับแบทแมนหรือซูเปอร์แมนมาก่อน (อย่าแปลกใจเลย บอกแล้วว่าแต่ก่อนไม่ใช่คนดูหนัง) สามคือเราไม่ได้อ่านรีวิวใดๆ เพราะไม่มีเวลา รู้แต่ว่ากระแสสับสนพอสมควร ดังนั้นนี่จะเป็นรีวิวที่เข้าไปแบบโล่งมากและกลับออกมาเขียนแบบจริงใจมาก

แน่นอนว่าหนังก็ไม่ได้เพอร์เฟ็ค ไม่ได้ถึงขั้นน่าอวย แต่ไม่ได้บอกว่ามันแย่ขนาดดูไม่ได้ ค่อนข้างพึงพอใจในระดับหนึ่งสำหรับคนที่เข้าไปแบบไม่ได้คาดหวังอะไรอย่างเรา

บทดูล้นๆ เกินๆ ไปค่อนข้างเยอะ เข้าใจว่าคนเขียนอยากปูเรื่องให้คนเข้าใจที่มาที่ไปและทุกอย่างมันดูน่านำเสนอให้คนดูรู้ แต่ด้วยเวลาจำกัด (ที่ก็นานมากพอแล้ว) ทำให้การดำเนินเรื่องมันสะเปะสะปะไปหน่อย เหมือนมีเรื่องซ้อนเรื่องซ้อนเรื่องเข้าไปอีก ตัดสลับฉากค่อนข้างบ่อยจนอาจสร้างความสับสนให้กับคนดู แต่สุดท้ายก็นำมาที่จุดเดียวกัน ชอบที่ตัวละครต่างมี back story ของตัวเอง แต่จะให้อัดเรื่องของทุกคนเข้ามาในหนังเรื่องเดียวมันทำได้ยากอย่างที่บอก

สิ่งที่ชอบมาก คือ ฉากเปิดแรกของหนูน้อยเวย์นในงานศพพ่อแม่ ตอนที่บรูซวัยเด็กกำลังวิ่งออกมาจากงานศพ ภาพตัดไปที่ flashback ตอนพ่อแม่ถูกฆ่า น้องล้มลุกคลุกคลานแล้วก็ตกลงไปในหลุม มันทั้ง cinematic และ parallel ไปด้วยกันในสถานการณ์ที่แตกต่าง อย่างตอนพ่อโดนยิงล้มลง บรูซก็กำลังล้มลง ถึงจะเห็นฉากนี้มานักต่อนักแล้ว แต่มันสวยงามในแบบที่ต่างออกไป บิ้วท์อารมณ์พอกำลังอินๆ ก็ตัดไปฉากอื่นต่อ เสียดายจนอยากดูฉากนี้ยาวๆ เลย

มาพูดถึงอีกอย่างที่ชอบ คือ การที่ทั้งสองคนหยุดสู้กันเพราะดันมีแม่ชื่อมาร์ธาเหมือนกัน ดูเหมือนน่าขำนะสำหรับชายผู้ความรับผิดชอบยิ่งใหญ่ 2 คน แต่มันเข้าใจได้มากๆ และเราก็ว่าสมเหตุสมผลดี ฮีโร่ส่วนมากก็เซนซิทีฟกับเรื่องครอบครัวอยู่แล้ว เพราะฮีโร่มักจะโดดเดี่ยวและครอบครัวหรือคนสำคัญมักเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวพวกเขาไว้ แบทแมนสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างไร้เหตุผลและเขาเองก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ พอได้ยินคำที่กระตุ้นบาดแผลในจิตใจและเห็นโอกาสเลยอยากย้อนกลับไปแก้ไข

ตอนที่แบทแมนพูดว่า ‘Martha will not die tonight’ ทุกอารมณ์ท่วมท้นเข้ามาเลย จุกอกจริงๆ มันเป็นคำพูดที่แข็งแกร่งแต่อ่อนไหวมาก บรูซรักษามาร์ธา(ของเขา)ไว้ไม่ได้ แต่เขาจะรักษามาร์ธา(ของคลาร์ก)ไว้ให้ได้ เหมือนเป็นภาพสะท้อนถึงแม่ของตัวเอง แบทแมนรู้ว่าการสูญเสียคนที่ตัวเองรักมันเป็นยังไง และเขาก็ไม่อยากให้ใครตกอยู่ในสภาพเดียวกัน แต่ส่วนหนึ่งในใจของเขาก็ทำเพื่อตัวเองด้วย เหมือนเป็นการย้อนไปแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ในตอนนั้น แต่เขาจะทำให้ได้ในตอนนี้

การแสดงของทุกคนในเรื่องดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะเบน เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนทุ่มเทมาก น่าชื่นชมมากในฐานะนักแสดง แต่ Wonder women!!! ทุกคน!!! ทั้งสง่างาม อลังการ แข็งแกร่ง เธอดีมากกกกกก บทน้อยแต่ขโมยซีนทุกฉาก ส่วน Jeremy Irons ที่แสดงเป็นอัลเฟรด มีความเหมือนโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์มากจนอยากตะโกนทุกครั้งว่า นี่นายคือไอรอนแมนหลังเกษียณใช่ไหม!?

อีกอย่างที่ชอบคือสกอร์ Hans Zimmer ก็คือ Hans Zimmer จากผลงานโดดเด่นมากมายจากหนังดังหลายเรื่อง เช่น Interstellar, Inception, Pirates of the Caribbean ล้วนฟังแล้วขนลุก ซาวน์เข้าถึงแต่ละฉากได้ดีมาก กระตุ้นอารมณ์คนดูได้ตลอด

อยากให้ทุกคนลองไปดูด้วยตาตัวเองก่อนตัดสินใจเชื่อใคร แต่ละคนคิดไม่เหมือนกันอยู่แล้วและหนังทุกเรื่องมีอะไรให้เรียนเสมอ ไม่ว่าหนังจะดีหรือแย่ยังไง

View original post

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s