การะเวกของพ่อ (2013)

“การะเวกของพ่อ”
(Father’s Manorangini)

โดย
ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ

 

เรื่องย่อ
เมื่อพ่อวัย 60 ป่วยกะทันหัน ลูก ๆ ทั้ง 6 คน 6 วัย อาศัยอยู่ 6 จังหวัดต่างมุ่งหน้าเดินทางกลับมาเยี่ยมพ่อที่กรุงเทพฯ เรื่องราวชีวิต การเดินทาง และความสัมพันธ์ของบุคคลรายรอบตัวลูก ๆ กลับเชื่อมโยงกันในท้ายที่สุดอย่างน่าอัศจรรย์และไม่มีใครคาดคิด


เรื่องสั้น
            โอม (มานิตย์) ตำรวจวัย 33 ย้ายจากกรุงเทพมาอยู่กาญจนบุรี เพื่อตามจับแก๊งค์ค้ายาเสพติดวัยรุ่นที่ใช้สื่อออนไลน์ติดต่อค้าขายกับเด็กมหาลัยทั่วประเทศ  วันหนึ่งเขาตามจับสมุนในแก๊งค์คนหนึ่งได้ (มีข่าวมาถ่ายทำออกอากาศด้วย) ทำให้รู้ว่าหัวหน้าจริง ๆ อยู่เชียงใหม่ เขาจึงจะคิดเดินทางไปที่นั่นและวางแผนปลอมตัวเข้าแก๊งค์เพื่อเข้าจับกุม  ทว่ามีโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน…

อ้น (ขวัญชัย) หนุ่มวัย 21 ปีจากกรุงเทพ เรียนปี 2 ถาปัด ม.เชียงใหม่ เช่าหอพักอยู่ เป็นคนเรียนกลาง ๆ ไม่เก่งมาก  วันหนึ่งมีอาการรู้สึกเบื่อ ไม่อยากเรียน ไม่อยากทำอะไร อยากจะนอนลูกเดียว หลายสัปดาห์เข้าก็คิดว่าต้องมีอะไรผิดปกติจึงไปตรวจพบว่า สารขยันไม่ทำงาน เป็นสาเหตุให้เข้าเริ่มเสพยาจากคำแนะนำของเพื่อน นานวันเข้าก็สนิทกับหัวหน้าใหญ่ จนไว้เนื้อเชื่อใจให้ส่งของ แต่ก็เล็ดลอดการจับกุมจากตำรวจมาได้หวุดหวิด  ต่อมาเขาเผลอทำแตงโม สาวรุ่นน้องวัย 19 ท้องและตัดสินใจพาไปทำแท้ง แต่หมอแนะนำให้เก็บลูกไว้ ตอนนั้นเองที่เขาสลบไปเพราะฤทธิ์สารเสพติดและจินตนาการว่าได้ทำแท้งแล้ว จึงเห็นภาพหลอน ได้ยินเสียงแปลก ๆ เป็นระยะ  อ้นจึงนัดเจอแตงโมคุย ทำให้เขารู้ความจริงและสั่งให้หญิงสาวพักการเรียนและกลับบ้านที่หนองคาย ส่วนเขาจะไปปรึกษาพ่อแม่ที่กรุงเทพเพื่อหาทางออก  แต่ทว่าไม่ได้เป็นไปตามที่ชายหนุ่มบอก หลังแยกกับแตงโมได้ไม่นาน เขาก็ถูกอาจารย์จับกุมตัว ไปคุยกับอธิการบดี และส่งเข้าสถานบำบัด  ในใจตอนนั้นเขาคิดอยากจะเลิกจริง ๆ (อ้นเดินผ่านทีวี เป็นข่าวการบุกจับแก๊งค์ค้ายาที่กาญจนบุรี)    หลายวันต่อมา มีเจ้าหน้าที่สถานบำบัดเข้ามาแจ้งเรื่องหนึ่งกับเขา และเขาก็พูดอะไรบางอย่าง แล้วอ้นก็ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นรถออกจากสถานบำบัดไป..

อิ๋ว (จุฬามณี) สาววัยรุ่นอายุ 19 ปี เรียนอยู่ชั้นม.6 โรงเรียนรัฐบาลในตัวจังหวัดภูเก็ต เป็นคนรักสัตว์ อยู่บ้านกับพ่อ แม่ ย่า และเลี้ยงสุนัขพันธุ์โกลเด้นริทริฟเวอร์ไว้ 1 ตัว  เธออยู่ในช่วงกำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือเพื่อเข้ามหาลัย และกำลังวุ่นวายใจเรื่องความรัก ในขณะที่เพื่อน ๆ มีแฟนกันหมดแล้ว เธอได้แต่เพียงคุยกับชายหนุ่มรูปหล่อจากกรุงเทพที่เจอในเฟซบุ๊ค  เมื่อเรียนจบชายหนุ่มก็นัดเธอเจอที่กรุงเทพ เธอตกลงและเตรียมเก็บข้าวของ ต่อมาเธอก็ค้นพบว่าเธอไม่ใช่ลูกของพ่อแม่ที่แท้จริง เนื่องจากพ่อของเธอแต่งงานมานานแล้วไม่มีลูกจึงขอพี่ชายเอาเธอมาเลี้ยงตั้งแต่เกิดและปกปิดมาโดยตลอด  อิ๋วตะลึงและไม่อยากเชื่อ จึงหุนหันออกจากบ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ก่อนจับรถไฟเข้ากรุงเทพทันที..  บนรถไฟเธอได้ผมกับเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกันในโบกี้เดียวกับเธอ เขาชื่อ เอ ผิวขาว ใส่แว่น ท่าทางเรียบร้อย รักสัตว์ และกำลังรอผลเอ็นท์เข้ามหาลัยเช่นเดียวกับอิ๋ว เขาขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางกลับบ้านที่กรุงเทพหลังมาเที่ยวกับเพื่อนและขอกลับทีหลังเพื่ออยู่เยี่ยมญาติต่อ  ใช่แล้ว! เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น และแอบถ่ายวิดีโอตอนเธอหลับหรือเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่ให้รู้ตัว  และเขาต้องผิดหวังเมื่อเธอเล่าให้ฟังว่านัดหนุ่มคนหนึ่งที่คุยกันมานานไว้ที่กรุงเทพ แต่ต้องทนเก็บอาการไว้จนถึงกรุงเทพ..  เมื่อรถไฟเทียบชานชาลา เอขอเบอร์อิ๋วโดยจดใส่เศษกระดาษไว้ ก่อนมันจะหล่นหายโดยที่เขาไม่รู้ตัวตอนขึ้นรถ  เอเดินไปเอารถที่จอดทิ้งไว้เพื่อขับกลับบ้าน และเมื่อขับออกมาก็เจอชายท่าทางแปลก ๆ โบกรถอยู่กลางถนน เมื่อได้ถามไถ่แล้วเอก็รับขึ้นไปด้วยเพราะบังเอิญอยู่หมู่บ้านเดียวกัน

ฝน (ฐานิดา) หญิงวัย 28 ปีเป็นครูโรงเรียนประถมอยู่ที่หนองคาย มีเพื่อนครูรุ่นพี่ที่สนิทชื่อตุ่ม นั่งอยู่โต๊ะติดกันในห้องพักครู  ฝนมีแฟนชื่อตั้ม อายุ 30 เป็นสถาปนิกจากกรุงเทพมาคุมงานที่นี่และคบกับเธอได้หลายปีแล้ว เขาคอยรับส่งเธอทุกวัน ดูแลอย่างดีจนเพื่อน ๆ ครูอิจฉา  มาวันหนึ่งเรื่องก็เข้าหูฝนว่าตั้มไปมีอะไรกับสาววัยรุ่น เพราะมีคนเห็นบ่อย ๆ ว่าอยู่ด้วยกันสองต่อสอง  ตอนแรกฝนก็ไม่เชื่อและยืนยันว่าไม่ใช่เขาเพราะมั่นใจในตัวตั้ม จนเมื่อคนเริ่มพูดเข้าหูเธอมากขึ้น ด่าว่าตั้มเสีย ๆ หาย ๆ และตุ่มเองก็เกิดเห็นเข้ากับตา บวกกับอารมณ์ที่พรุ่งปรี๊ดของฝนเมื่อรู้ว่ากระเป๋าตังค์หายและคิดว่าตั้มต้องเป็นคนเอาไปให้ไอ้เด็กนั่นแน่! จึงคว้าโทรศัพท์นัดชายหนุ่มมาบอกเลิกทันที  เมื่อตั้มเข้ามาถึงบ้านพักของฝน เธอก็ใส่ไม่ยั้งยังไม่ทันที่เขาจะได้อธิบายอะไร และเขวี้ยงแหวนที่ตั้มเคยให้เธอทิ้งกับพื้น ชายหนุ่มเก็บแหวนและวิ่งออกจากบ้านไป..  จากเหตุการณ์นั้นฝนก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เศร้า เหงา ซึม สอนผิด ๆ ถูก ๆ เหม่อเลย สีหน้าหมองคล้ำเพราะนอนไม่หลับ เมื่อกลับถึงบ้านพักก็มักร้องไห้คนเดียว แม่จากกรุงเทพโทรมาก็ต้องรีบปรับเสียงเป็นปกติฟอร์มว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น  จนคืนออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 เธอไปเที่ยวงานบั้งไฟพญานาค ริมน้ำโขงก็เจอตั้มกับเด็กสาวคนนั้น ๆ จะจะกับตา  ตั้มจึงขอโอกาสอธิบาย แท้จริงแล้วเด็กสาววัย 20 คนนั้นคือ จูน คนระยองตามพ่อซึ่งเป็นกรรมกรก่อสร้างอาคารที่เขาดูแลมาทำงานที่นี่ (หลังต่อเติมอาคารในฟาร์มกล้วยไม้ที่ระยองเสร็จ) เธอมีน้องชายสองคนอายุ 9 ขวบกับ 5 ขวบ ทั้งสามไม่ได้เรียนหนังสือหลังแม่ตายได้หลายปี เธอต้องหาเงินเลี้ยงน้องและตามพ่อไปทำงานตามที่ต่าง ๆ  แล้วแต่นายจ้าง นอกจากไม่ได้เรียนหนังสือแล้วซ้ำยังไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งแม้พ่อจะเป็นถึงคนงานก่อสร้างบ้านก็ตาม ด้วยตั้มเคยถูกแม่ทิ้งในวัยเด็ก และเป็นคนชอบช่วยเหลือคนจึงแอบให้เงินเธอไปใช้ซื้อข้าวของเป็นระยะ โดยที่ไม่ให้พ่อเธอรู้เพราะพ่อจูนสอนเสมอว่า ถึงเราจะยากจนแต่ต้องไม่ขอใครกิน แต่ตั้มก็ถูกจับได้เมื่อหลายวันก่อน จนมาวันนี้เขาตั้งใจจะนัดเจอเด็กสาวเพื่อให้เงินครั้งสุดท้าย สำหรับเลี้ยงน้องและช่วยค่ารักษาพ่อของเธอซึ่งประสบอุบัติเหตุที่ไซต์งาน ขณะนี้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล.. (ใช่สิ! ผมมันคนเกิดวันอาทิตย์ ทำดีไม่ขึ้น ต่อให้ทำดีมานานแค่ไหน ถ้าลองได้ทำผิดให้คนเห็นครั้งเดียว ไอ้ความดีที่ทำมันหายหมดเลย) เพราะความจริงไม่ได้เป็นอย่างเห็น และฝนเองก็ไม่คาดคิดจึงได้แต่ขอโทษตั้ม เมื่อปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งสองก็คืนดีกัน ตั้มเอาแหวนที่เก็บมาสวมคืนให้หญิงสาว  เขาและเธอตัดสินใจเข้ากรุงเทพเพื่อบอกพ่อแม่ของทั้งสองเรื่องแต่งงาน  แต่ก่อนไปทั้งสองหากระต๊อบเล็ก ๆ ให้จูน น้อง และพ่อเธออยู่  และไม่กี่วันก่อนจะออกเดินทาง เธอก็เจอกระเป๋าตังค์ในตะกร้าผ้า  ที่บ้านพัก โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขณะที่เธอกำลังอาบน้ำอยู่ ฝนไม่ได้ยิน..

บิว (ประจวบ) ชายวัยรุ่นชาวกรุงเทพวัย 25 ปี ผู้ซึ่งใครต่อใครคนเรียกชื่อเขาไม่เคยจะถูก (บอย บ๊วย บูม ฯลฯ) หลังเรียนจบได้เคยทำงานมาแล้วมากมาย แต่เพราะยังไม่ใช่แนวเลยเปลี่ยนมันเรื่อย ๆ เฉลี่ยงานละ 2 – 3 เดือน  แรกเริ่มจากเป็นสตาฟฟ์งานอีเว้นท์ – พนักงานส่งของ – อาสาสมัครกู้ภัยปอเต็กตึ๊ง – พนักงานร้านเซเว่น – มัคทายกประจำวัด จนมาลงเอยที่ฟาร์มกล้วยไม้จังหวัดระยองในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ  เขาเล่าให้ผู้จัดการคนใหม่ (ซึ่งมาแทนคนเก่าที่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ) ฟัง ถึงงานที่เขาเคยทำมามากมายอย่างติดตลก  ผู้จัดการคนใหม่ย้ายเข้ามาได้ไม่กี่วันก่อนพร้อมกับการปรับปรุง-ตกแต่งอาคารในฟาร์มกล้วยไม้เสร็จสิ้นพอดี ทว่าบิวกลับไม่ได้เล่าถึงโรคประจำตัวของเขาคือ ระยะหลังนี้ความขี้ลืมชักกำเริบหนักขึ้น เช่น บางวันเขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ต้องนั่งนึกสักพัก หรือเขารู้ว่าจะไปทำอะไร ที่ไหน แต่เมื่อออกเดินไปสักพักก็มักลืมว่าตัวเองทำอะไรอยู่ บิวแก้ปัญหาด้วยการจดทุกอย่างใส่กระดาษ และไปหาหมอ หมอก็ให้ยามากินแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  นานวันเข้างานที่ทำเริ่มผิดพลาดชัดเจนจนผู้จัดการจับได้และถามถึงสาเหตุ เขาจึงสารภาพตามตรง และสัญญาว่าจะต้องรักษาหายแน่นอน  เมื่อเขาไปหาหมอ คราวนี้หมอแนะนำให้เขาไปหาจิตแพทย์ เขาจึงได้รู้ว่าอาการขี้ลืมของเขาเป็นผลมาจากความทรงจำอันเจ็บปวดในวัยเด็ก ถ้าจะรักษาให้หาย เขาต้องนึกถึงปมความทรงจำนั้นให้ได้ เมื่อได้ยินดังนั้น บิวจึงขอลางานกลับไปตามหาความทรงจำที่บ้าน กรุงเทพ..  ระหว่างเดินทางโดยรถไฟ เพราะความขี้ลืมและขี้เซา (ขนาดโทรศัพท์เข้าเขาก็ไม่ตื่น) จึงทำให้ของถูกขโมยและหายเกลี้ยง ทั้งมือถือ ของใช้ เสื้อผ้า จบกัน! .. เมื่อรถไฟมาถึงชานชาลา เขาก็เหลือแต่ตัวเปล่า เดินออกมาโบกรถหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง โชคดีดันไปเจอเด็กหนุ่มใส่แว่นคนหนึ่งรับขึ้นรถมาเพราะอยู่หมู่บ้านเดียวกัน  เด็กหนุ่มส่งเขาลงหน้าหมู่บ้าน เพราะบิวต้องใช้เวลานึกว่าบ้านอยู่ซอยไหน เด็กหนุ่มขับเข้าไปจอดในบ้าน ซอย 9 เมื่อลงจากรถ หมาพันธุ์โกลเด้นริทริฟเวอร์ที่เขาเลี้ยงก็พุ่งเข้าหาด้วยความดีใจ  เด็กหนุ่มขึ้นไปที่ห้องนอน เปิดหน้าต่างมองเห็นถนนหน้าบ้าน และเปิดคอมดูผลเอ็นท์ (บิวเดินเข้ามากดกริ่งบ้านหลังถัดจากเด็กหนุ่มโดยที่เขาไม่เห็น) ปรากฏว่าเขาติดคณะสัตวแพทย์ ม.เกษตรตามที่ตั้งใจไว้ รายชื่อของเขาอยู่ในลำดับที่ 24 ถัดจากชื่อจุฬามณี  แล้วเขาก็เอาเมกล้องวิดีโอที่ถ่ายบนรถไฟมาโหลด เขามองเด็กสาวในจอด้วยความเสน่หา และเมื่อล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเศษกระดาษที่จดเบอร์ของเธอไว้ก็พบว่ามันไม่อยู่แล้ว

บัว (ภัทธิรา) สาวกรุงเทพ ทำงานเป็นพยาบาลแผนกต่อต้านความชราครบวงจรที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่งงานเมื่ออายุ 25 กับนายแพทย์ศัลยกรรม และให้กำเนิดลูกชายปีถัดมา  ทว่าไม่นานสามีเธอก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ โดยงานที่เธอทำไม่สามารถช่วยชีวิตสามีให้กลับคืนมาได้เลย ปัจจุบันบัวในวัย 30 ยังคงทำงานเป็นพยาบาล และจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกวัย 4 ขวบที่บ้านย่านปทุมธานีซึ่งสามีเธอซื้อไว้เป็นเรือนหออยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล เสาร์-อาทิตย์จึงจะพาลูกไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านแถววงแหวนสักครั้ง บางอาทิตย์เธอกับลูกก็อยู่ค้างเพื่อจะได้ตื่นขึ้นมาใส่บาตรกับพ่อและแม่ของเธอ .. วันหนึ่งแม่โทรมาบอกว่าพ่อประสบอุบัติเหตุตกบันได อาการสาหัส เธอรีบพาพ่อไปส่งโรงพยาบาลทันที และหมอได้ตรวจพบว่าสมองกระทบกระเทือนทำให้ความทรงจำบางส่วนลบเลือน  ไม่กี่วันต่อมา อาการพ่อทรุดลงเพราะมีโรคแทรกซ้อน ร่างของพ่อนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงมีเครื่องช่วยหายใจทำงาน  เธอขอหมอให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน เผื่ออยู่ในที่คุ้นเคยอาการจะดีขึ้น  บัวโทรบอกพี่น้องเรื่องพ่อให้ทุกคนรู้ ซึ่งนาน ๆ จะได้เจอกันที เพราะต่างคนต่างก็อยู่คนละจังหวัดไกลกัน

(บุญ) ประสงค์ หนุ่มผิวสีแทนชาวภูเก็ต จากบ้านเข้ามาหางานทำในเมืองกรุงด้วยความฝันอยากจะเป็นครู แต่จับพลัดจับผลูได้เป็นนักหนังสือพิมพ์จนถึงวัยเกษียณ เขาได้พบกับ อี๊ด (พรทิพย์) หญิงสาวชาวจีนอายุน้อยกว่าเขา 4 ปี ผู้ซึ่งพ่อแม่ของเธอหอบเสื่อผืนหมอนใบมาตั้งรกรากที่ประเทศไทย  เมื่อคบกันเป็นแฟนสักพัก และฝ่าด่านพ่อตาด้วยความยากลำบากได้สำเร็จ ก็มาถึงวันที่เขารอคอย วันที่เขาจะครองรักกับหญิงสาวที่สัญญาว่าจะทุ่มเทความรักให้หมดใจชั่วนิรันดร์  และบุญกับอี๊ดก็มีลูกด้วยกัน 6 คน แต่ลูกคนสุดท้องเขายกให้น้องชายที่แต่งงานนานแล้วไม่มีลูกไปตั้งแต่เกิด เขาซื้อบ้านแถววงแหวนจากเงินเก็บมานานแรมปีด้วยความภาคภูมิใจ  ยามว่างของพ่อชอบถ่ายภาพธรรมชาติ และปลูกต้นไม้ ที่หน้าบ้านมีต้นการะเวกที่พ่อปลูกด้วยความรัก ทุกเย็นพ่อจะรดน้ำและเก็บดอกเอามาไว้ในห้องส่งกลิ่นหอมฟุ้งชื่นใจ พ่อมักเปรียบชีวิตเหมือนดอกการะเวกให้ลูกฟังบ่อยครั้ง … ลูก ๆ ของพ่อก็เหมือนกลีบดอกการะเวกแต่ละกลีบ แต่ละคนไม่ว่าจะเติบโตไปใช้ชีวิตที่ไหน สุดท้ายลูกของพ่อทุกคนก็จะต้องกลับคืนสู่ที่ ๆ จากมา เหมือนการะเวกที่ส่งกลิ่นหอมในยามเย็น ต่อให้หอมแค่ไหนก็เหี่ยวและหมดกลิ่นยามรุ่งอรุณ  ชีวิตคนเราล้วนมีเกิด-มีดับไม่ต่างกัน  หากแต่วันนี้ วันที่เรายังมีลมหายใจอยู่ก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนฟันฝ่าอุปสรรคกันไป การะเวกเองยังเลื้อยไปตามทิศทางของแสงเพื่อหาทางเจริญเติบโตเลย … และพ่อยังแบ่งเวลามาสอนหนังสือและบทเรียนชีวิตให้กับลูก ๆ ทุกวัน และใฝ่ฝันอยากให้ลูกรับราชการในอนาคต  จนเมื่อลูกแต่ละคนเติบโต มีวิถีชีวิต ทางเดินแตกต่างกันไป และเขาเองยังคงทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์เรื่อยมา แต่มาในระยะหลังเริ่มความจำไม่ค่อยดีและขามีปัญหา เดินไม่ค่อยไหว งานที่ส่งไปจึงถูกแก้บ่อย ๆ  ลูกที่อยู่กรุงเทพ (บัว) บอกให้เขาเลิกทำและพักผ่อนได้แล้ว แต่เขารั้นจะทำต่อ และดึงดันจะเดินเองโดยไม่ใช้รถเข็นหรือไม้เท้าทำให้เขามีปากเสียงกับภรรยาและลูกผู้หวังดีเป็นประจำ  จนเมื่อบุญอายุครบเกษียณ อาการขาอักเสบก็กำเริบขึ้น เป็นเหตุให้วันหนึ่งเขาพลาดตกบันได หัวกระทบพื้นรุนแรง

——————————————————

            บิว เดินทางมาถึงบ้านเป็นคนแรก และพบว่าเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเป็นโรคทางความจำคือเหตุการณ์พ่อผลักแม่ตกบันไดโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างมีปากเสียงกัน และเขาในวัยเด็กก็อยู่ในเหตุการณ์เพียงคนเดียว  ลูก ๆ คนอื่นเพียงรับรู้ว่าแม่ป่วยต้องไปรักษาตัว  เมื่อรื้อฟื้นความทรงจำได้แล้วเขาก็หายเป็นปกติ

โอม มาถึงเป็นคนที่สอง

ฝนกับตั้มเดินทางมาถึง และตั้มก็พบว่าบัวคือคนรักคนแรกของเขาสมัยมัธยม แต่เนื่องด้วยสาเหตุบางประการที่ทำให้บัวไม่สามารถรับรักตั้มได้ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองก็คบกันมาสักพักและต่างรู้สึกดีต่อกัน  เมื่อจบ ม.6 แล้วเขาและเธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย  เมื่อทราบว่าสามีบัวเสียได้หลายปีแล้ว ขณะที่ฝนพูดเรื่องแต่งงาน ตั้มกลับมีสีหน้าลังเล

อ้น มาพร้อมรถสถานบำบัด และได้โอมจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ โอมขอให้รถกลับไปก่อนแล้วเดี๋ยวเขาจะไปส่งน้องที่เชียงใหม่เอง อ้นเล่าถึงสาเหตุที่เสพยาให้พี่น้องทุกคนฟัง และเรื่องที่เขาทำรุ่นน้องที่มหาลัยท้องเพราะฤทธิ์ยา  โอมถามเรื่องแก๊งค์ค้ายาเพื่อจะนำกำลังเข้าจับกุม เพราะความที่อ้นอยากจะเลิกและกลับตัวเป็นคนดีจึงคิดให้ความเหลือมือกับพี่ชายเขา แต่โอมต้องให้สัญญากับเขาก่อนว่าจะช่วยหาทางออกทุกเรื่องที่เขาสร้างจริง ๆ   พี่ชายตกลงให้คำสัญญากับน้องชาย

อิ๋ว มาถึงบ้านโดยวิธีดูชื่อพ่อที่แท้จริงจากสูติบัตร หาเบอร์ในสมุดปกเหลือง และโทรไปถามที่อยู่จาก 1133  เมื่อเข้ามาถึงพี่น้องทุกคนตกใจและไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะมีน้องสาวอีกคนที่ไม่มีใครรู้เรื่องเลยยกเว้นพ่อกับแม่  อี๊ดเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง อิ๋วน้อยเนื้อต่ำใจที่แม่แท้ ๆ ทำกับเธอได้ลงคอ เลยวิ่งหนีออกจากบ้านไป  เอ เด็กหนุ่มบ้านติดกันบังเอิญมองออกมาจากหน้าต่างชั้นสองพอดีรีบวิ่งตามไปแต่ไม่ทัน แต่ก็หาทางแอบติดตามเด็กสาวไปโดยไม่ให้รู้ตัว..  อิ๋วเดินทางไปสยามตามที่ ก้อง เด็กหนุ่มกรุงเทพที่คุยกันในเฟซบุ๊คมานานได้นัดไว้ แล้วเธอก็พบว่าตัวจริง ๆ กับในรูปแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เขาไม่ได้ไกลเคียงกับชายหนุ่มที่เธอวาดฝันไว้เลยแม้แต่น้อย!  ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด อิ๋ววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต จนไปชนกับเข้ากับ เอ เด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดาแต่มีอะไรคล้ายกับเธอหลายอย่างและรู้สึกดีเวลาคุยด้วย ก้องที่วิ่งตามมาจึงหยุดเมื่อเห็นอิ๋วอยู่กับชายคนหนึ่ง เอเข้าไปคุยอะไรบางอย่างกับก้อง ก้องจากไป และอิ๋วก็เล่าทุกอย่างให้เอฟังเรื่องผู้ชายจอมกะล่อนในเฟซบุ๊คคนนั้นและพ่อที่แท้จริงของเธอ

——————————————————

            5 นาฬิกาวันรุ่งขึ้น ลูกทุกคนมานั่งล้อมวงที่เตียงพ่อที่หายใจแผ่วเบา บุญเพิ่งรู้สึกตัวเมื่อชั่วครู่และขอถอดเครื่องช่วยหายใจออก บัวจึงรีบตามพี่น้องทุกคนทันที ฝนมาถึงคนสุดท้ายพร้อมดอกการะเวกหนึ่งกำและวางมันลงที่หัวเตียง กลิ่นของมันกำลังจะหมดในไม่ช้า..

ฝนบอกกับพ่อว่า เธอรับราชการเป็นครูตามที่ความตั้งใจของพ่อแล้ว

โอมก็ไม่ต่างจากฝน เขาพูดในทำนองเดียวกัน ตัวเขาเองรับราชการเป็นตำรวจตามที่พ่อปรารถนาอยากให้ลูกเป็นเมื่อโตขึ้นแล้ว พ่อสบายใจได้

บัว ทำงานเป็นพยาบาลในแผนกต่อต้านความชรา แต่ก็ไม่ยื้อชีวิตสามีเอาไว้ได้ พ่ออย่าทำให้เธอรู้สึกผิดและเสียใจเป็นครั้งที่สองนะ

อ้น สัญญากับพ่อว่าถ้าพ่อหายเขาจะกลับตัวเป็นคนดี ไม่ยุ่งกับยาเสพติดอีก

อิ๋ว เพิ่งจะเจอพ่อที่แท้จริง เธอไม่คาดคิดว่าพ่อจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

มีเพียงบิวที่รู้สึกเศร้าเสียใจแต่ไม่แสดงอาการมากมายเหมือนพี่น้องคนอื่น ๆ เขาหวนนึกถึงสาเหตุที่ทำให้พ่อต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

พ่อรับรู้ได้ถึงคำพูดของลูก ๆ และเอาดอกการะเวกที่ฝนส่งให้มาดมและพูดขึ้นว่า ทะเล พร้อมกับชี้ไปที่กล้องถ่ายรูป  ทุกคนเข้าใจได้ทันที จึงจัดการพาพ่อนั่งรถเข็นไปยังทะเลที่ใกล้ที่สุด นั่นคือ หาดบางปู โดยไม่ลืมส่งกล้องถ่ายรูปให้พ่อเมื่อมาถึงและจอดรถเข็นที่ริมหาด นกนางนวลบินเป็นฝูง แสงสีส้มจากดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นมาจากผื่นนำส่องมาที่พ่อ ขณะยกกล้องที่คล้องคอขึ้นถ่ายรูป พ่อก็หมดลมอย่างสงบ ชัตเตอร์ถูกกดก่อนที่พ่อจะปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที การะเวกที่เหี่ยวและเพิ่งหมดกลิ่นบนตักพ่อถูกลมพัดไหวร่วงลงสู่ทะเล แม่และลูกทั้ง 6 คนที่ยืนอยู่เบื้องหลังรถเข็นต่างกอดกันร่ำไห้มองพระอาทิตย์ทอแสงสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายปรากฏที่เบื้องหน้าทุกคน

——————————————————

            หลังงานศพเสร็จสิ้น..

โอม สามารถจับกุมแก๊งค์ค้ายาเสพติดที่ใช้สื่อออนไลน์เผยแพร่ในวัยรุ่นและเด็กมหาลัยทั่วประเทศได้ที่เชียงใหม่ ก็ได้รับเลื่อนยศและย้ายกลับมาประจำการที่กรุงเทพตามเดิม เพื่อดูแลแม่ที่ยังคงรับจ้างเย็บผ้าโดยอาศัยมุมเล็ก ๆ หน้าบ้านเล็กเป็นที่ทำงานทุกวัน  หากวันไหนโอมตื่นเช้าจะต้องช่วยแม่เตรียมอาหารใส่บาตรเหมือนที่พ่อเคยทำตอนมีชีวิตอยู่เสมอ

บัว เลื่อนขั้นเป็นแพทย์หญิง มีความสุขกับงานโรงพยาบาล เลี้ยงลูก ปลูกและดูแลต้นไม้พันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงการะเวกที่สวนหน้าบ้านของเธอ ทุกอาทิตย์เธอจะพาลูกชายไปเยี่ยมอาม่าเสมอ

ฝน แต่งงานกับตั้ม มีลูกชาย 2 คน  และกลับไปปักหลักชีวิตครอบครัวที่หนองคาย  ตั้มยังคงเป็นสถาปนิกและออกแบบสร้างบ้านให้ครอบครัวด้วยตัวเอง ส่วนฝนก็ยังคงยึดอาชีพครูต่อไปพ่วงด้วยหน้าที่ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอีกตำแหน่ง

บิว กลับระยอง และทำฟาร์มกล้วยไม้ต่ออีก 5 ปีจนกลายเป็นเจ้าของฟาร์ม แต่เพราะรู้สึกว่างานนี้ยังไม่ใช่ตัวตนของเขา จึงทิ้งกิจการให้ลูกน้องคนสนิทบริหาร เขาเพียงรั้งตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาและเข้าไปช่วยดูอาทิตย์ละครั้งเพื่อหันไปเป็นบุรุษไปรษณีย์ ด้วยเหตุผลที่ว่าจดหมายกำลังจะสูญพันธุ์และเขาเองชอบสังเกตสีหน้าของผู้รับเวลาเขายื่นจดหมายหรือพัสดุให้  และตอนนี้บิวกำลังตกหลุมรักหญิงโรงงานคนหนึ่ง ทุกครั้งที่เขารู้ว่าจะมาส่งจดหมายให้เธอที่บ้าน ชายหนุ่มจะเตรียมการ์ด ดอกกุหลาบ หรือช็อกโกแลตมาส่งให้ด้วยเสมอ ทำเอาเพื่อนบ้านเธอแซวกันเป็นแถว ๆ

อ้น กลับไปเชียงใหม่เพื่อให้ความร่วมมือกับโอมจับแก๊งค์ค้ายา และเข้ารับการบำบัดเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะออกมาเรียนต่อ โดยที่โอม พี่ชายส่งเงินให้ แตงโม ภรรยาของอ้นที่หนองคายใช้จ่ายทุกเดือน  เมื่อเขาเรียนจบก็มุ่งหน้าไปหาลูกและภรรยาที่หนองคายทันที และกราบขอบพระคุณ ตุ่ม แม่ของแตงโมที่เลี้ยงลูกเขาตลอดหลายปีที่เขาอยู่เชียงใหม่ ต่อมาอ้นพบว่าตุ่มรับราชการครูโรงเรียนเดียวกับฝน พี่สาวของเขา และทั้งสองสนิทกันมากมานานแล้ว  อ้นตัดสินใจบวช 1 พรรษา ก่อนจะสึกออกมาหางานทำเลี้ยงลูกและภรรยา และทุกช่วงเย็นสุดสัปดาห์เขาจะพาครอบครัวไปทำอาหารกินกับครอบครัวของฝน ณ สนามหญ้าหน้าบ้านของพี่สาวเป็นประจำ

อิ๋ว ย้ายมาอยู่บ้านที่กรุงเทพและไปเรียนมหาลัยกับเอประจำ วันไหนที่ว่าง ๆ เธอจะหาโอกาสกลับไปเยี่ยมย่าและพ่อแม่คนที่สองของเธอเสมอ อิ๋วกับเอช่วยกันติวหนังสือจนจบด้วยเกียรตินิยมทั้งคู่  หลังเรียนจบ อิ๋วกลับไปภูเก็ตและเปิดคลินิกรักษาสัตว์เล็ก ๆ กับเอ  ทุกวันหยุดหรือเมื่อสบโอกาสเหมาะเอมักจะพาเธอและเจ้าสุนัขพันธ์โกลเด้นริทริฟเวอร์ขึ้นเรือเที่ยวชมเกาะและลงสำรวจเป็นประจำ นี่เป็นกิจกรรมที่เธอโปรดปรานมาก และอาจเป็นสาเหตุให้เธอกลับมาภูเก็ตเพื่ออยู่ใกล้ชิดทะเลที่เธอเติบโตมา

จูน ขายก๋วยเตี๋ยวรถเข็นหน้าโรงเรียนหาเงินส่งน้องทั้งสองเรียนที่ระยอง ขณะที่พ่อของเธอเป็นหัวหน้าผู้รับเหมาก่อสร้าง เดินทางไปทำงานต่างถิ่นน้อยลง เธอและครอบครัวรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณตั้มอย่างที่ไม่สามารถหาสิ่งใดมาตอบแทนได้ ถ้าไม่ได้เงินทั้งหลายที่ตั้มช่วยเหลือในวันนั้น เธอคงไม่มีวันนี้ ซึ่งเธอและพ่อที่ใจอ่อนก็ได้เอาเงินก้อนนั้นมาเป็นทุนตั้งตัวที่ระยองจนชีวิตดีขึ้นกว่าเก่า ไม่เจ็บไข้ ใช้จ่าย ซื้อของใช้เท่าที่จำเป็น อยู่อย่างพอเพียง ไม่เดือดร้อน และไม่ขอใครกินก็เป็นสุขแล้ว..  เธอมักเขียนจดหมายไปคุยกับตั้มบ่อยครั้ง เพื่อเล่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่ค่อย ๆ ดีขึ้น .. ทุกครั้งจูนจะหย่อนจดหมายลงตู้ไปรษณีย์ที่บิวมาไขเก็บใส่กระสอบประจำ

——————————————————

            งานทำบุญวันตายพ่อครบ 10 ปี ณ บ้านที่กรุงเทพ

ลูก ๆ หลาน ๆ มากันเต็มบ้านส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวจนบ้านขนาดกลางดูเล็กไปถนัดตา  หลังเสร็จพิธีไหว้ที่หลุมฝังศพแบบฮวงซุ้ยซึ่งตั้งอยู่ใต้ต้นการะเวกต้นใหญ่หน้าบ้านแล้ว ทั้งหมดก็ย้ายไปทานอาหารกันข้างใน  ขณะที่บัวกำลังเก็บกวาดหน้าบ้านอยู่ มีเด็กผู้ชายผิวสีแทนสะพายกล้องของเล่นเดินมาหยุดที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ผู้เป็นแม่ตะโกนเรียกตามมาจากข้างหลังและเดินตามมา เธอถามบัวว่าบ้านในซอยนี้หลังไหนที่ประกาศขาย บัวชี้ไปฝั่งตรงข้าม เธอกล่าวโทษที่ตัวเองที่ไม่ทันสังเกตและขอบคุณที่ช่วยบอก ก่อนจะเรียกลูกเดินจากไป เด็กชายยังคงยืนอยู่และยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปก้อนเมฆบนท้องฟ้า เมื่อเอากล้องลง บัวสบตาเข้ากับเด็กชายพอดี เป็นความรู้สึกคุ้นเคยและแปลกประหลาดอย่างน่าอัศจรรย์  จนเมื่อได้ยินเสียงแม่ตะโกนเรียกเด็กชายอีกครั้ง เขาก็เดินจากไป  ขณะนั้นมีลมพัดมาเบา ๆ ทำให้ดอกการะเวกดอกหนึ่งร่วงจากลำต้นใหญ่ลงสู่มือเธอพอดี หญิงสาวหยิบขึ้นมาดม รู้สึกถึงความหอมของมัน และจ้องมองรูปพ่อที่แผ่นหินบนฮวงซุ้ย สายลมยังคงพัดมาเอื่อย ๆ  บัวยิ้มทั้งน้ำตา

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s