บันทึกการเดินทาง “รับน้อง..สร้างสรรค์?” (2016-2017)

บันทึกการเดินทาง “รับน้อง..สร้างสรรค์?”
(2016-2017)

เกิดจากพระอาจารย์บอย-อนุวัฒน์ โพธิ์ทอง ผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวเรื่องรับน้องมายาวนานอย่างไม่เปิดเผยตัว (ที่รู้จักท่านเพราะเมื่อปี 2015 ได้นำ “ทันตะ มธ. รับน้องไม่ว้าก” สารคดีรับน้องเรื่องก่อนหน้าที่ท่านอำนวยการสร้างมาฉายในงาน Doc Weekend ที่เราจัด) ได้เขียนบทขึ้นและอยากสร้างเป็นหนังสั้นเลยติดต่อเรามา แต่ตอนนั้นงานเยอะ ไม่สะดวกกำกับ เลยขอรับหน้าที่อำนวยการสร้าง แล้วให้น้องเฟรม-เปรมประพันธ์ที่เคยช่วยตัดคลิป Thai Aurora ของเรามากำกับ เพราะดูจากสไตล์งานที่ผ่านมาของเค้าแล้วพอเข้ากับหนังสั้นเรื่องนี้ได้ โดยทีมงานและนักแสดงสมทบของเรื่องก็มาจากเฟรมเช่นกัน. แล้วพระอาจารย์ก็อยากได้น้องฟรัง-นรีกุลมาแสดง เพราะคาแรคเตอร์ เนย ที่เขียนมีส่วนคล้ายคลึงกัน เราเลยไปติดต่อมาแสดงซึ่งน้องก็ตอบตกลง
 
หลังจากถ่ายทำช่วง พ.ค. ปีที่แล้วเสร็จ หนังเรื่องนี้ก็ผ่านกระบวนการตัดต่อที่กินระยะเวลายาวนาน จนเพิ่งมาเสร็จเมื่อส.ค.ที่ผ่านมา โดยผ่านมือคนตัดต่อถึง 3 คน.. คนแรก เฟรม ผกก. และคนต่อมาคือ อั้น ผกก.สารคดี “ทันตะ มธ. รับน้องไม่ว้าก” และคนสุดท้ายคือเราเอง ซึ่งเสร็จสิ้นที่ดราฟ 5 โดยสั้นกว่าดราฟแรก 4-5 นาที เพราะตัดบทสัมภาษณ์ฟรังตอนท้ายเรื่องออกไป ทำเป็นคลิปแยกต่างหาก
 
จากนั้น เราก็ติดต่อสถานที่ฉาย โดยได้ Connection จาก เปิ้ล รุ่นน้องที่ม.เกษตร ก็เลยได้จัดฉายรอบพรีเมียร์ที่ขอนแก่นเมื่อวันเสาร์ที่ 2 ธ.ค. 2560 และวันอาทิตย์ที่ 3 ธ.ค. 2560 มหาสารคาม
 
ที่ขอนแก่น :
ขอบคุณ โดม-อติเทพ จันทร์เทศ ผกก.หนังสารคดีที่ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ตั้งแต่ยานพาหนะ การเดินทาง ไปจนถึงเรื่องที่พักและที่ฉายซึ่งเป็นที่เดียวกัน รวมถึงเจ้าของห้องพัก พี่คล้าว ที่สละห้อง 2 คืนเพื่อให้เราพักชั่วคราว
 
ส่วนผู้ชมก็น่ารัก มีทั้งมาจากนิตยสารชีวจิต , ทำอยู่ TED , นักศึกษาจาก ม.ขอนแก่น ที่ต่างก็ร่วมแสดงความคิดเห็นหลังหนังฉาย และน้องโชคที่สนใจเรื่องรับน้องเป็นพิเศษ อยู่คุยกับพระอ.บอยเรื่องรับน้องต่อหลังงานเลิกยาว จนเห็นว่าดึกมากแล้วเลยค้างคืนและกลับพร้อมกับเราในเช้าวันรุ่งขึ้น. ส่วนเราขอตัวออกมาทานผัดไทยต้มยำร้านที่โดมแนะนำ ต่อด้วยขนมหวานร้านข้างๆที่ไฟสวยมาก ชื่อ CoCoa More รอบดึก.
 
ส่วนการเดินทางที่ขอนแก่นก็สะดวกสบาย เพราะมี Grab และ Uber ไปถึงแล้ว แต่เรียกแล้วต้องทำใจรอนานนิดหน่อย
 
ที่มหาสารคาม :
จากขอนแก่น เราเดินทางไปที่ บขส. เพื่อขึ้นรถบัสสีชมพู เดินทาง 2 ชั่วโมง ทั้งที่ถ้าเป็นรถยนต์คงประมาณแค่ชั่วโมงเดียวก็น่าจะถึง. เมื่อถึงแล้ว ตอนแรกติดต่อน้องโอเล่ไว้ แต่พอดีกับเป็นช่วงที่เขาไปฝึกงานที่เชียงใหม่ เลยให้น้องช้าง-ปวเรศน์ ปุยฝ้าย ช่วยดูแล ซึ่งก็อำนวยความสะดวกให้อย่างดี ทั้งเรื่องรถ การเดินทาง โดยมี จง เพื่อนของช้างช่วยขับรถรับส่งจาก บขส.ไปส่งที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามให้
 
ไปถึงก็ใกล้เวลาฉาย และเกิดปัญหาระหว่าง Set เนื่องจาก Notebook ที่เราเตรียมไป เมื่อเสียบสายโปรเจคเตอร์แล้วสัญญาณไม่เข้าตั้งแต่รอบเมื่อวาน ที่ขอนแก่นเลยใช้ Notebook โดมฉาย แต่ที่มหาสารคาม ช้างก็ได้เตรียม Notebook ไว้ให้แล้ว แต่ปรากฏเสียงไม่ออกเพราะ Notebook เป็นช่อง HDMI ก็เลยต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการสลับกำหนดการ เป็นเสวนาก่อน โดยมีเราเป็นพิธีกรจำเป็น (รอบก่อนเป็นน้องโดม) เพื่อให้ช้างขับรถไปเอา Notebook ที่บ้าน ก่อนจะกลับมาฉาย. ฉายเสร็จแล้วก็มีเสวนาต่ออีกนิด โดยมีน้องต้อม ช่วยบันทึกภาพงานเสวนาไว้ให้. ขอบคุณน้องทั้งสองมากๆครับ
 
ส่วนจำนวนผู้ชม เราเห็นจากหน้า Facebook Event ที่มหาสารคามว่ามีคนกดเข้าร่วมน้อยกว่าขอนแก่น แต่ปรากฏว่าพอวันฉายจริงคนมาเยอะกว่า. สรุป ที่มหาสารคามมีผู้ชมประมาณ 20 กว่าคน ในขณะที่ขอนแก่น 10 กว่าคน
 
และรอบนี้ก็มีอาจารย์คณะนิติศาสตร์ และภาคปรัชญา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2 ท่านให้เกียรติมาร่วมเสวนาด้วย ทำให้ได้มุมมองหลากหลายเกี่ยวกับเรื่องรับน้องมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เป็นการนำเสนอวิธีแก้ปัญหารับน้องในมุมของพระอาจารย์บอยเพียงมุมเดียว. หลังเลิกงานก็มีกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวเรื่องรับน้องจาก ม.มหาสารคาม นั่งคุยต่อกับพระอาจารย์ ซึ่งมีบางคนเคยอ่านบทหนังเรื่องนี้มาแล้วจากที่แชร์ใน internet + มีเพื่อนส่งต่อกันมา และส่วนหนึ่งที่รู้ว่ามีงานฉายหนังเรื่องนี้ก็เห็นมาจากฟีดใน Facebook. สักพักเราก็ขอตัวออกไปก่อนเพราะว่าต้องเคลียร์เรื่องตั๋วรถขากลับให้พระอาจารย์ และทานข้าวกับช้างในตลาดแถว บขส.
 
พอรถทัวร์ใกล้ออก จงก็ขับรถมาส่งพระอาจารย์ มีน้องจาก ม.มหาสารคาม ตามมาส่งด้วย จนประมาณสามทุ่มกว่า เรากับพระอาจารย์ก็ขึ้นรถทัวร์นครชัยแอร์กลับถึงกรุงเทพฯตอนเช้ามืดวันจันทร์โดยสวัสดิภาพ จบทริป 2 วัน 3 คืน
 
——–
 
ที่ไปไกลถึงภาคอีสาน นอกจากไปฉายก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนมากมาย นอกจากเข้าไปเดินเล่นดูพิพิธภัณฑ์ใน ม.ขอนแก่น แต่เราได้พบเจอผู้คน และสร้าง Connection ใหม่ๆ เช่น น้องแทม เรียนแพทย์ มข. ซึ่งเคลื่อนไหวเรื่องจัดงานฉายหนังทางภาคอีสาน ซึ่งเร็วๆนี้จะมีจัดงานฉายหนังใน มข. หรือพี่แบงค์ จาก The Isaan Record _ ยินดีที่ได้รู้จักครับ 😀
 
การเดินทางไปฉายหนังแต่ละครั้งจะมีเสน่ห์และสิ่งที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไปเฉพาะที่ ต่อให้เราเดินทางครั้งใหม่ก็คงจะไม่พบเจออะไรหลายอย่าง หรือพบกับเหตุการณ์เหมือนครั้งเก่า. แม้ว่าแต่ละครั้งจะมีคนดูไม่เยอะ แต่สิ่งที่เราคาดหวังคือการต่อยอดทางความคิดจากการชมหรือการแลกเปลี่ยน-เสวนาที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ที่เป็นผลพลอยได้จากการที่มีผู้ชมให้ความสนใจและสละเวลาเดินทางมาดู ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ชื่นใจที่สุดครับ
 
นอกจากผู้ชมและน้องๆที่เอ่ยชื่อมาด้านบนแล้ว ก็ขอบคุณ น้องฟรัง (เนื่องด้วยเป็นตจว.ฟรังเลยไม่สะดวกเดินทางไปพูดคุยหลังฉาย) , พี่ปิง , นักแสดงและทีมงานทุกคน รวมถึงพี่ตอย Acting Coach _ ในที่สุดเรื่องนี้ก็ได้ฉายแล้วครับ LOL
 
รอติดตามว่าครั้งต่อไป หนังสั้นเรื่องนี้จะฉายและเสวนาที่ไหน และจะมีน้องฟรัง/ทีมนักแสดงมาร่วมพูดคุยด้วยหรือไม่ จากทางเพจ FB.me/RubNongShortFilm นะครับ
ไว้มีโอกาสมาดูหนังกัน 😀
 
#รับน้องเราเปลี่ยนได้
 
Ps. พระอาจารย์บอย (ผู้เขียนบท) มีเรื่องสั้นแนวสะท้อนสังคมเยอะมาก. Filmmaker ท่านใดสนใจ หลังไมค์มาขออ่านเพื่อพิจารณานำไปทำเป็นหนังสั้นได้. ประเด็นต่อไปที่อยากแปลงจากตัวหนังสือให้เป็นภาพ เป็นเรื่องฆ่าตัวตายครับ
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s