หรือเราไม่ควรคาดหวังกับความรักต่างวัย ?

Liberal Arts (2012) เป็นเรื่องราวความรักของ “Jesse Fischer” อาจารย์วัย 35 ปี กับ “Zibby” นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัย Ohio liberal arts college วัย 19 ปี ซึ่งทั้งสองอายุห่างกัน 16 ปี ที่ตอนแรกดูจะแฮปปี้ดี แต่หลังๆดูเป็นอุปสรรค ทำให้ในบทสรุปสุดท้าย ฝ่ายชายตัดสินใจเลือกที่จะเดินออกจากชีวิตของหญิงสาว เพื่อไปเลือกรัก-ลงหลักปักฐาน-ใช้ชีวิตกับ Ana หญิงสาวที่อายุเท่ากันแทน // ในโลกความเป็นจริงแล้ว เราว่าคนที่อายุห่างกันเป็น 10 ปี แต่เป็นแฟนกันและคบกันยืนยาวก็มีเยอะนะ ขึ้นอยู่กับบุคลิก-นิสัยใจคอที่เข้ากันและไปด้วยกันได้ หรือการปรับจูนเข้าหากันมากกว่า

ในส่วนของตัวหนัง ดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆมาเรียงๆ  “Josh Radnor” นักแสดงนำของเรื่อง ยังเป็นผู้เขียนบทและกำกับเอง // ส่วนนักแสดงนำฝ่ายหญิงคือ “Elizabeth Olsen” ที่มาแสดงเรื่องนี้ก่อนที่จะโด่งดังและเป็นที่รู้จักจากบท Scarlet Witch หนึ่งในสมาชิกทีม The Avengers // ในขณะที่เคมีระหว่างพระเอก-นางเอกก็น่ารัก ดูมีเสน่ห์ประมาณนึง // ส่วนงาน Production นั้นดูธรรมดา ตามมาตรฐานหนังอินดี้เล็กๆ // ถ้าเทียบกับหนังรักต่างวัยที่เราเคยดูมาบ้าง .. เรื่องนี้ถือว่าธรรมดา ออกจะน่าเบื่อ+ชวนง่วงในบางช่วง // หากว่ากันถึงหนังแนวรักต่างวัยที่เราว่าเจ๋ง ขอแนะนำ Badlands (1973) ของผู้กำกับ Terrence Malick กับเรื่องรักต่างวัยของหนุ่มอาชญากรวัย 25 กับเด็กสาววัยรุ่นวัย 15 ที่ชวนกันหนีออกจากบ้านและออกท่องโลกด้วยกัน โดยมีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง

กลับมาพูดถึง Liberal Arts .. สาเหตุที่หยิบหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดูก็เพราะเมื่อหลายเดือนก่อน เรารู้สึกอินประเด็นนี้ เพราะไปเจอน้องคนนึงที่แอบชอบซึ่งเค้าอายุน้อยกว่า 10 ปี หลังจากลองคุยไปได้สักพักก็พบว่า เขาเริ่มไม่ใช่อย่างที่เราหวังไว้เหมือนแวบแรกที่เห็น บวกกับว่าเค้ามีแฟนอยู่แล้ว เราก็เลยถอยออกมาดีกว่า .. แต่ข้อดีของการที่เราได้รู้จักน้องเค้าคือ ทำให้เราได้เข้าไปอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง ได้รู้ว่าเด็กในวัยนี้เป็นยังไง-คิดยังไง ได้สัมผัสกับอารมณ์ที่แปรปรวนได้ทุกเมื่อของเด็กวัยเรียน // ในขณะที่ตัวหนังก็มีการนำเสนอให้เห็น Moment ที่ Jesse ก้าวเข้าไปในโลกของ Zibby ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ที่ Zibby แนะนำหนังสือเล่มนึงให้ Jesse อ่าน โดยหนังก็ไม่ได้ลงลึกอะไรมากนัก (แบบที่ทำให้เห็นว่าฝ่ายชายได้ก้าวเข้าไปและรับรู้เรื่องราวของฝ่ายหญิงมากมาย) ซึ่งแตกต่างกับในชีวิตจริงของเรา

ขณะที่ดูไปจนถึงประมาณกลางเรื่องก็ลุ้นว่า จากความรู้สึกดีๆที่ก่อตัวขึ้นของชายหนุ่ม-เด็กสาวต่างวัยคู่นี้ สุดท้ายแล้วจะพัฒนาไปในทิศทางใด .. Jesse จะลงเอยกับ Zibby หรือเปล่า .. แต่ก็ไม่ .. หนังเลือกที่จะจบให้ Jesse ได้แค่รับรู้และเรียนรู้บางสิ่งในโลกของ Zibby แล้วก็จากออกไปดำเนินชีวิตกับคนที่คู่ควรและเหมาะสมมากกว่า // ตอนแรกเราค่อนข้าง “งง” ว่าทำไมบทสรุปถึงเลือกจบอย่างนี้ (ดูเมื่อ 17 ธ.ค. 2016) มันน่าจะมีหนทางหรือควรจบให้คนต่างวัยลงเอย+แฮปปี้ด้วยกันไม่ใช่เหรอ .. นี่มันหนังรักของคนต่างวัยอะไรของมันวะ! // แสดงว่าตัวผู้กำกับเองหรือคนส่วนใหญ่ที่เคยพบเจอประสบการณ์เช่นนี้ แล้วมักจะเลือกคนที่อายุใกล้เคียงกัน เพราะดูมีอนาคตและยืนยาวมากกว่าหรือเปล่า?

ขณะเดียวกันในโลกแห่งความเป็นจริง วันนี้ (29 ก.ย. 2017) พอมองย้อนกลับมาดูตัวเองก็พบว่า ในท้ายที่สุด เราก็ตัดสินใจไม่ต่างจาก Jesse เลยนะ .. เออเว้ย! // หนังรัก(ไม่สมหวัง)เรื่องนี้เลยโดนเราในแง่นี้ .. แต่ Liberal Arts ทำให้เรารู้อย่างหนึ่งว่า ที่สำคัญกว่าอายุนั้น มันขึ้นอยู่กับความเข้าใจของคนสองคนมากกว่า ต่อให้คุณจะเกิดไปตกหลุมรักใครที่อายุน้อยกว่า นั่นไม่ใช่ประเด็น .. ประเด็นอยู่ที่เค้าใช่สำหรับเรา เราใช่สำหรับเค้าหรือเปล่าต่างหาก .. เพราะถ้าเค้าไม่ใช่สำหรับเรา ยังไงมันก็ไม่ใช่อยู่ดี // จบกันที 11 เดือนแห่งความทรงจำ .. ยินดีที่รู้จักน้องนะครับ .. แล้วเราจะเฝ้ารอคอยคนที่ใช่ .. คนที่จะเป็น “รักแท้” ต่อไป

Advertisements

ว่าด้วยช่วง CINEshorts ในรายการ CineCut

เป็นระยะเวลา 9 เดือนที่รายการ CineCut ได้ให้พื้นที่เล็กๆกับหนังสั้นไทยและต่างประเทศได้ปรากฏสู่ผู้ชมในวงกว้างผ่านรายการ CineCut ผ่านการเลือกสรรหนังสั้นคุณภาพที่น่าสนใจมานำเสนอถึง 74 เรื่อง ย่อมต้องมีเรื่องที่ผู้ชมจะชอบและไม่ชอบแตกต่างกันไป ขณะเดียวกันในฐานะ Producer เราก็มีเรื่องที่ชอบโดยส่วนตัว ซึ่งอาจแตกต่างจากคนอื่น เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และจากการเลือกอยู่นาน เราก็ได้หนังสั้นมาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะคัดเลือกเรื่องที่ชอบที่สุดเพียงเรื่องเดียว โดยแบ่งหนังสั้นตามประเภทต่างๆไว้ 5 ประเภท ดังนี้

(คลิกชมได้ที่ชื่อเรื่อง)

หนังสั้นไทย

 

“พิไล” กำกับโดย สิรดนัย ผึ้งน้อย

เป็นเรื่องของคนแก่ที่เล่าแบบจริงใจ คาแรคเตอร์คุณยายในเรื่องเป็นอะไรที่ใกล้ตัวเรามากๆ ถึงโปรดักชั่นจะไม่ได้เนี้ยบ แต่เราชอบ Mood & Tone ที่ดูเหงาและแปลกตาในความเรียบง่าย

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“Intersection” กำกับโดย มานุสส วรสิงห์

“N is for Nuptials” กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล

“Nobody” กำกับโดย ธนกฤต อมรนุกูล

“Time” กำกับโดย ปรีชญญ์ รัตนดิลกชัย

 

 

2. หนังสั้นต่างประเทศ

“The Black Hole” กำกับโดย Philip Sansom & Olly Williams

รู้สึกทึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ดู มันมีเสน่ห์ของความเป็นหนังสั้นจริงๆ น่าสงสัยและชวนติดตาม แล้วนักแสดงก็เล่นดี ดูเข้ากับบทพนักงานออฟฟิศใคร่รู้. หนังเล่าเรื่องในเวลาไม่กี่นาทีแต่กลับให้อะไรมากกว่าหนังยาวบางเรื่อง เหตุเกิดเพราะโลภจนได้เรื่อง

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“Happy Sushi” กำกับโดย Andy Green

“2AM: The Smiling Man” กำกับโดย Michael Evans

“Interferences” กำกับโดย David Bertram

“Support” กำกับโดย Börkur Sigþórsson

 

3. แอนิเมชั่นไทย

“Footstep” กำกับโดย พณิดา รัตรสาร

เล่าถึงเส้นทางชีวิต การเติบโตของเด็กน้อยสู่วัยผู้ใหญ่ แทรกด้วยประเด็นความรักที่พ่อมีต่อลูก ลายเซ็นน่ารักได้ใจเราไปเต็มๆ

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“มะเมี๊ยะ” กำกับโดย มนพร ศรีศุทธยานนท์

“หนูนุ้ย” กำกับโดย จรรยา เหตะโยธิน

 

4. แอนิเมชั่นต่างประเทศ

 

“Lambs” กำกับโดย Gottfried Mentor

มันพูดถึงความแตกต่าง และชวนตั้งคำถามว่าเราจำเป็นต้องเหมือนคนอื่นจริงหรือ.. นำเสนอเรื่องราวของลูกแกะน้อยที่ร้องไม่เหมือนพ่อแม่ เราชอบประเด็นนี้เพราะทำให้รู้สึกกล้าแสดงออก ภูมิใจและยอมรับในความแตกต่างของตัวเอง

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“The Man Who Was Afraid Of Falling” กำกับโดย Joseph Wallace

“Le retour” (The Return) กำกับโดย Natalia Chernysheva

 

5. Music Video

“แด่เธอผู้เดียว (Scars)” กำกับโดย จุฬญาณนนท์ ศิริผล

ดูเป็นงาน Art + Experimental ที่ผ่านการคิดและทำการบ้านมาอย่างดี เราได้เห็นภาพการปะทุของพื้นผิวดวงอาทิตย์อันร้อนแรง และการเผาไหม้ของม้วนเทปวิดีโอที่ดูเศร้าแต่สวยงาม หลายๆองค์ประกอบในงานชิ้นนี้ดูมีนัยยะที่เปิดโอกาสให้คนดูพากันตีความไปต่างๆนาๆได้แบบไม่มีผิดไม่มีถูก

 

MV อื่นๆที่น่าสนใจ

“Bunny House” กำกับโดย ปกรณ์ อยู่อิน

“Bathtub IV” กำกับโดย Keith Loutit

 

ขณะนี้ทางรายการได้มีการนำช่วงใหม่ CineCut Attractions เข้ามาแทน กับการนำเสนอหนังที่น่าสนใจจากเทศกาลที่จัดขึ้นในไทยและต่างประเทศ. ใครที่สนใจ อย่าลืมติดตามชมนะครับ ทุกวันจันทร์ & พฤหัสบดี 17:50 น. ทางช่อง M Channel (88) หรือดูย้อนหลังได้ที่ http://j.mp/CineCutChannel

 

จนกว่าจะพบกันใหม่ครับ ◡̈

—————————————

หนังสั้นทั้งหมดจากช่วง CINEshorts
-> https://goo.gl/d9XrDJ

The 100 Greatest Movies in My Memories of All Time (1940-2013)

เพราะภาพยนตร์.. เป็นตัวแทนของความทรงจำ
เพราะภาพยนตร์.. เป็นตัวแทนของช่วงเวลา
เพราะภาพยนตร์.. สามารถบ่งบอกถึงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และจิตใจ
เพราะสำหรับเรา.. ภาพยนตร์เป็นมากกว่าภาพยนตร์

นี่คือ List หนังในห้วงความทรงจำ ที่รู้สึกมากกว่าเพียงการดูชม
มันอาจจะเป็นหนังที่งี่เง่า ห่วยแตก หรือยอดแย่ของใครบางคนด้วยซ้ำ
หรืออาจจะเป็นหนังในดวงใจใครหลายคนอยู่แล้วก็เป็นได้

100 เรื่องที่คัดมานี้ คละด้วยหนังจากทุกประเทศ ทุกแนว และทุกรูปแบบ
บันทึกไว้ ณ ที่ตรงนี้ หากเมื่อใดมีใครถามถึงหนังในดวงใจ เราจะส่งมอบ List นี้ให้เป็นคำตอบ
ทั้งยังสามารถคลิกชื่อเรื่อง หรือชื่อผู้กำกับ เพื่อดูรายละเอียดในเว็บ IMDb ได้อีกด้วย

Thx to visit & be part of my memories.
All of 100 Movies: Highly Recommended by Me!

Enjoy 😉

1940-1990
1. Citizen Kane (1941 l Orson Welles l USA)
2. A Clockwork Orange (1971 l Stanley Kubrick l UK, USA)
3. Days of Heaven (1978 l Terrence Malick l USA)
4. Cinema Paradiso (1988 l Giuseppe Tornatore  l Italy, France)

1991-2000
5. Groundhog Day (1993 l Harold Ramis l USA)
6. The Shawshank Redemption (1994 l Frank Darabont l USA)
7. Pulp Fiction (1994 l Quentin Tarantino l USA)
8. Comrades: Almost a Love Story (1996 l Peter Chan l Hong Kong)
9. Mystery Men (1999 l Kinka Usher l USA)
10. Bowfinger (1999 l Frank Oz l USA)
11. American Beauty (1999 l Sam Mendes l USA)
12. Detroit Rock City (1999 l Adam Rifkin l USA)
13. My Loving Trouble 7 (1999 l James Yuen l Hong Kong)
14. Final Destination (2000 l James Wong l USA, Canada)
15. Gladiator (2000 l Ridley Scott l USA, UK)
16. Happy Times (2000 l Yimou Zhang l China)

2001-2010
17. Moulin Rouge! (2001 l Baz Luhrmann l USA, Australia)
18. Just Visiting (2001 l Jean-Marie Gaubert l France, USA)
19. The Others (2001 l Alejandro Amenábar l USA, Spain, France, Italy)
20. A Beautiful Mind (2001 l Ron Howard l USA)
21. Irréversible (2002 l Gaspar Noé l France)
22. Dead Weight (2002 l Alain BerbérianFrédéric Forestier l France, UK)
23. Turn Left, Turn Right (2003 l Johnnie ToWai Ka Fai l Hong Kong, Singapore)
24. 21 Grams (2003 l Alejandro González Iñárritu l USA)
25. Love Actually (2003 l Richard Curtis l UK, USA, France)
26. Dogville (2003 l Lars Von Trier l DEN, SWE, UK, FRA, GER, NET, NOR, FIN, ITA)
27. Evil (2003 l Mikael Håfström l Sweden, Denmark)

28. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004 l Michel Gondry l USA)
29. I Heart Huckabees (2004 l David O. Russell l USA, UK, Germany)
30. Tropical Malady (2004 l Apichatpong Weerasethakul l Thailand, France, Germany, Italy)
31. Bangkok Loco (2004 l Pornchai Hongrattanaporn l Thailand)
32. Sideways (2004 l Alexander Payne l USA)
33. The Chorus (2004 l Christophe Barratier l France, Switzerland, Germany)
34. Perhaps Love (2005 l Peter Chan l China, Malaysia, Hong Kong)

35. Me and You and Everyone We Know (2005 l Miranda July l USA, UK)
36. Transamerica (2005 l Duncan Tucker l USA)
37. The Constant Gardener (2005 l Fernando Meirelles l UK, USA, Germany, China)
38. Lemming (2005 l Dominik Moll l France)
39. Dear Dakanda (2005 l Komgrit Triwimol l Thailand)
40. Dumber Heroes (2005 l Rerkchai Paungpetch l Thailand)
41. The Promise (2005 l Kaige Chen l China, South Korea, USA)
42. Little Miss Sunshine (2006 l Jonathan DaytonValerie Faris l USA)
43. The Illusionist (2006 l Neil Burger l USA, Czech Republic)
44. United 93 (2006 l Paul Greengrass l France, UK, USA)
45. Babel (2006 l Alejandro González Iñárritu l France, USA, Mexico)
46. The Fountain (2006 l Darren Aronofsky l USA, Canada)
47. Syndromes and a Century (2006 l Apichatpong Weerasethakul l Thailand, France, Austria)
48. Children of Men (2006 l Alfonso Cuarón l USA, UK)
49. Dreams (2006 l Mohamed Al Daradji l Iraq)
50. Superman Returns (2006 l Bryan Singer l USA)
51. Miami Vice (2006 l Michael Mann l USA, Germany, Paraguay, Uruguay)
52. Pao’s Story (2006 l Quang Hai Ngo l Vietnam)
53. Shut Up & Sing (2006 l Barbara KoppleCecilia Peck l USA)
54. The Night Time Picnic (2006 l Masahiko Nagasawa l Japan)

55. The Diving Bell and the Butterfly (2007 l Julian Schnabel l France, USA)
56. The Sun Also Rises (2007 l Wen Jiang l China)
57. Across the Universe (2007 l Julie Taymor l USA, UK)
58. The Darjeeling Limited (2007 l Wes Anderson l USA)
59. Silent Light  (2007 l Carlos Reygadas l Mexico, France, Netherlands, Germany)
60. Lars and the Real Girl (2007 l Craig Gillespie l USA, Canada)
61. Body #19 (2007 l Paween Purijitpanya l Thailand)
62. Trade (2007 l Marco Kreuzpaintner l Germany, USA)
63. Hot Fuzz (2007 l Edgar Wright l UK, France, USA)
64. The Orphanage (2007 l J.A. Bayona l Spain)
65. There Will Be Blood (2007 l Paul Thomas Anderson l USA)
66. Water Lilies (2007 l Céline Sciamma l France)

67. Be Kind Rewind (2008 l Michel Gondry l UK, USA)
68. Good Morning, Luang Prabang (2008 l Sakchai DeenanAnousone Sirisackda l Thailand, Laos)
69. The First Day of the Rest of Your Life (2008 l Rémi Bezançon l France)
70. The Dark Knight (2008 l Christopher Nolan l USA, UK)
71. Rachel Getting Married (2008 l Jonathan Demme l USA)
72. (500) Days of Summer (2009 l Marc Webb l USA)
73. Star Trek (2009 l J.J. Abrams l USA, Germany)
74. Mary and Max (2009 l Adam Elliot l Australia)
75. Drag Me to Hell (2009 l Sam Raimi l USA)

76. Shutter Island (2010 l Martin Scorsese l USA)
77. Inception (2010 l Christopher Nolan l USA, UK)
78. Black Swan (2010 l Darren Aronofsky l USA)
79. Insidious (2010 l James Wan l USA, Canada)
80. Let the Bullets Fly (2010 l Wen Jiang l China, Hong Kong)

2011-2013
81. The Adjustment Bureau (2011 l George Nolfi l USA)
82. The Tree of Life (2011 l Terrence Malick l USA)
83. Contagion (2011 l Steven Soderbergh l USA, UAE)

84. Doraemon: Nobita and the New Steel Troops: Angel Wings (2011 l Yukiyo Teramoto l Japan)
85. Give Up Tomorrow (2011 l Michael Collins l USA)
86. Green Days (2011 l Jaehoon AnHyejin Han l South Korea)
87. Friday Killer (2011 l Yuthlert Sippapak l Thailand)
88. The Artist (2011 l Michel Hazanavicius l France, Belgium, USA)
89. Prometheus (2012 l Ridley Scott l USA, UK)
90. Holy Motors (2012 l Leos Carax l France, Germany)
91. Cloud Atlas (2012 l Tom TykwerAndy WachowskiLana Wachowski l GER, USA, HK, Singapore)
92. To the Wonder (2012 l Terrence Malick l USA)

93. Brave (2012 l Mark AndrewsBrenda Chapman l USA)
94. The Dark Knight Rises (2012 l Christopher Nolan l USA, UK)
95. The Secret Life of Walter Mitty (2013 l Ben Stiller l USA)
96. Frozen (2013 l Chris BuckJennifer Lee l USA)

97. The Kings of Summer (2013 l Jordan Vogt-Roberts l USA)
98. Elysium (2013 l Neill Blomkamp l USA)
99. Gravity (2013 l Alfonso Cuarón l USA, UK)
100. Mood Indigo (2013 l Michel Gondry l France, Belgium)

——————————————————————————-

The Other Ones
1. My Cousin Vinny (1992 l Jonathan Lynn l USA)
2. Magnolia (1999 l Paul Thomas Anderson l USA)
3. The Specials (2000 l Craig Mazin l USA)
4. Amélie (2001 l Jean-Pierre Jeunet l France, Germany)
5. Catch Me If You Can (2002 l Steven Spielberg l USA, Canada)
6. Fahrenheit 9/11 (2004 l Michael Moore l USA)
7. Love Is in the Air (2005 l Rémi Bezançon l France)
8. Hidden (2005 l Michael Haneke l France, Austria, Germany, Italy, USA)
9. The Nativity Story (2006 l Catherine Hardwicke l USA)
10. Departures (2008 l Yôjirô Takita l Japan)
11. Tokyo Sonata (2008 l Kiyoshi Kurosawa l Japan, Hong Kong, Netherlands)
12. Flipped (2010 l Rob Reiner l USA)
13. The Ghost Writer (2010 l Roman Polanski l France, Germany, UK)
14. I Carried You Home (2011 l Tongpong Chantarangkul l Thailand, Singapore)

Film’s Characters Conflict

DID YOU KNOW?

ตัวละครหลักจากหนัง 11 เรื่องนี้มีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน..

1. คู่สมรสวัยชรา Georges และ Anne ที่ฝ่ายหญิงมีปัญหาทางความทรงจำ (AMOUR)

2. Rudy Donatello นักดนตรีเกย์ตกอับผู้ต่อสู้เพื่อ Marco Deison เด็กดาวน์ซินโดรมวัย 14 ปี (ANY DAY NOW)

3. กลุ่มวัยรุ่นอเมริกันคลั่งดารา (THE BLING RING)

4. Daigo Kobayashi ชายหนุ่มผู้ได้มองชีวิตในมุมที่ตนไม่เคยสำรวจมาก่อน (DEPARTURES)

5. Max ชายผู้เรียกร้องความยุติธรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของตัวเองและผู้คนอีกมากมาย (ELYSIUM)

6. Roy สตันท์แมน และ Alexandria เด็กหญิงวัย 5 ขวบ (THE FALL)

7. หัวหน้าพนักงานบริการบนเครื่องบินกับลูกน้องของเขา และผู้โดยสาร (I’M SO EXCITED)

8. เด็กหญิงกับชายร่างอ้วนวัย 40 ที่อาศัยอยู่คนละซีกโลก (MARY AND MAX)

9. Tim ชายหนุ่มวัย 21 ปีผู้มีพรสวรรค์พิเศษ (ABOUT TIME)

10. Jasmine หญิงสาวผู้ละสายตาจากสภาพความเป็นจริงและโลกที่ตัวเองอาศัยอยู่ (BLUE JASMINE)

11.ครอบครัวมาเฟียมีอดีตอันฉาวโฉ่ (MALAVITA aka.THE FAMILY)

นั่นคือ..

พวกเขาเหล่านี้กำลังพยายามอย่างสุดกำลังที่จะแก้ปัญหา (Conflict) ที่ตัวเองหรือใครบางคนสร้างขึ้น ทำให้คนดูต้องลุ้น ติดตาม เอาใจช่วยบรรดาตัวละครผู้คิดวิธีแก้ปัญหาแบบฉลาด ๆ (หนังสนุกว่ะ!) หรือแบบโง่ ๆ (หนังอะไรวะ!)

ดังนั้น เมื่อดูจากเส้นเรื่อง.. เจ้าของปัญหา, การแก้ไขปัญหา และบทสรุป ต้องมีความน่าสนใจมากพอ คนดูจึงจะเชื่อถือ รู้สึกสนุก และคล้อยตามไปกับเรื่องราว

หนังที่ดีจึงหลอกล่อให้เรา identify เป็นตัวละครในเรื่องได้อย่างสนิทใจ และหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของพวกเขาจนลืมเวลาเลยล่ะครับ

 

มาดูสารคดี The Pirate Bay กันเถอะ!

ใครที่พลาดงาน TPB10: 10 ปี The Pirate Bay ไป ยกมือขึ้น..

*งานฉายภาพยนตร์สารคดี TPB-AFK และพูดคุยกับ อธิป จิตตฤกษ์ เรื่องการต่อสู้ของ The Pirate Bay กรณีกฏหมายและการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ และเรื่องเสรีภาพของข้อมูลข่าวสารและความรู้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2556 ณ The Reading Room, Bangkok สีลม 19*
https://www.facebook.com/events/621726157850507

ไม่ต้องเสียใจ!
เรามี..

– ภาพจากงาน
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.577694315623920.1073741840.165723333487689&type=1

– คลิปจากงาน 10 ปี The Pirate Bay + พูดคุยกับ อธิป จิตตฤกษ์
http://youtu.be/IrsirwuZjLk

– ลิงค์สำหรับดาวน์โหลดบิททอร์เรนท์ของหนัง TPB:AFK พร้อมซับไตเติ้ลไทย
http://www.mediafire.com/download/939otzsi8sejbr6/TPB_AFK.nrg.torrent
ถ้าใครสนใจดูหนังออนไลน์ (ซับอังกฤษ) ก็ดูได้ที่websiteนี้เลย >>http://watch.tpbafk.tv

– Mechanix Clothing ยังทำเสื้อ 10 ปี The Pirate Bay จำหน่ายด้วยนะ มี 2 สี /สนใจสั่งซื้อ จิ้ม
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=613217098729353&set=a.607687692615627.1073741831.605631632821233&type=1&relevant_count=1

*******************************

ปี 2013 เป็นปีที่ครบรอบ 10 ปี การเปิดทำการเว็บไซต์สวีดิช The Pirate Bay ที่ให้บริการแลกเปลี่ยนไฟล์แบบ peer-to-peer ผ่านระบบบิททอร์เรนต์ โดย The Pirate Bay เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายต่อต้านกฏหมายลิขสิทธิ์ของสวีเดนที่สนับสนุนการแชร์ข้อมูล วัฒนธรรม และทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเสรี โดยในระยะเวลา 10 ปีนี้ The Pirate Bay ต้องเผชิญหน้ากับการฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฏหมายอยู่บ่อยครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม – http://thaipublica.org/2013/06/tpb-afk/

#TPB AFK: The Pirate Bay Away From Keyboard Official

ไม่ได้ดูสารคดีที่เจ๋งขนาดนี้มานาน
เฉือดเฉือน(ด้วยคำพูด)ไปมา ชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
ส่วนหนึ่งเพราะมันเป็นเรื่องจริงและใกล้ตัวเราด้วยล่ะ
ไม่อยากให้พลาดจริง ๆ ครับ

TPB AFK: THE PIRATE BAY AWAY FROM KEYBOARD / 2013 / SIMON KLOSE / DOCUMENTARY / SWE, DEN, NOR, NET, GER, UK / 82 MIN / DVD / 17.09.13 / A+

ภาพยนตร์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 
คุณโดม สุขวงศ์ (2494 – , นักวิชาการภาพยนตร์ ผู้ก่อตั้งหอภาพยนตร์แห่งชาติและโครงการอนุรักษ์ภาพยนตร์ในประเทศไทย ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ องค์การมหาชน) ผู้นับถือภาพยนตร์เป็นศาสนา มักเอ่ยอยู่เสมอว่า

“หอภาพยนตร์นั้นเปรียบเสมือนวัด ที่มีโรงหนังเป็นโบสถ์ มีพิพิธภัณฑ์เป็นวิหาร และมีคลังเก็บฟิล์มเป็นหอไตร”

ซึ่งในวันที่ 7 กันยายน วัดแห่งนี้จะมีอายุครบ 29 ปี ท่ามกลางบรรยากาศเร่งสร้างอาคารคลังแรกรับฯ หรือหอไตรแห่งใหม่ ให้เสร็จสิ้นทันวาระครบรอบสามทศวรรษ (30 ปี หอภาพยนตร์) ที่จะเดินทางมาถึงในปีหน้า 2557 นี้ 
>> Support Thai Cinematheque <<

และเปรียบเปรยผู้กำกับหนังลุงบุญมีระลึกชาติ (ชนะเลิศปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ปี 2553) ว่า

“อภิชาติพงศ์เป็นภาพยนตร์ศาสนิกคนหนึ่ง เขาทำภาพยนตร์เพื่อแสดงธรรม ภาพยนตร์ของเขานำผู้ชมไปสู่สัจจะอันรื่นรมย์ และนำสัจจะมาสู่ผู้ชม ด้วยเจตจำนงที่ผ่านการครุ่นคิด และท่าทีที่ซื่อสัตย์ต่อสามัญสำนึก”

(จดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ปีที่ 3 ฉบับที่ 17 # ก.ย. – ต.ค. 2556)

 
………………………………………………………………..

+ Footnote +
* ประวัติคุณโดม จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
http://th.wikipedia.org/wiki/โดม_สุขวงศ์

* รู้จักพี่เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล (Apichatpong Weerasethakul) ผ่านบทสัมภาษณ์ 4 หน้าโดยนิตยสารสารคดีได้ที่นี่เลย 
http://www.sarakadee.com/2010/08/30/apichatpong

Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Livesหนังไทยอิสระแนวเข้าฉายจำกัดโรงที่บ้านเราเมื่อปลายปี 2553 หลังคว้ารางวัลจากคานส์กลับมา ทว่ายังไม่มีดีวีดีลิขสิทธิ์วางจำหน่ายจนถึงบัดนี้ หากแต่ผู้สนใจสามารถหางานก่อนหน้าของผู้กำกับท่านนี้มาชมได้ อาทิเช่น Blissfully Yours (สุดเสน่หา), The Adventures of Iron Pussy (หัวใจทรนง), Tropical Malady (สัตว์ประหลาด) เป็นต้น

* Uncle Boonmee Trailer – http://youtu.be/tlPRe9peigI

* ล่าสุดพี่เจ้ยก่อตั้งกลุ่ม ‘Free Thai Cinema : ปลดแอกหนังไทย’ ขึ้นเพื่อรณรงค์เพื่อให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ. 2551 กรณีหนังไทยหลายเรื่องถูกแบนและห้ามเผยแพร่ในประเทศด้วยเหตุผลอันไม่ชอบธรรม 
สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ในแฟนเพจนี้ครับ –www.facebook.com/freethaicinema

 
 
CROSS STITCH : สัมภาษณ์ศิลปินต้นทาง : อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

 
———————————————————-
มูลนิธิหนังไทย
http://thaifilm.com
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) l Thai Film Archive
http://www.fapot.org/th/home.php
 
 

เพราะคิดถึง เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ (Bangkok International Film Festival)

 

คิดถึงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ (Bangkok International Film Festival) ที่จัดทุกช่วงต้นหรือกลางปีเป็นประจำ ตั้งแต่ 2003-2009 “7 ครั้ง” แล้วก็หายเลย …. ผ่านมา 4 ปีแล้ว ยังไร้วี่แวว ใครพอรู้สาเหตุบ้างครับ?

เมื่อตอนปีแรก ๆ ที่เทศกาลจัดหลายโรงทั่วกรุงเทพ: เอ็มโพเรี่ยม สยาม ลิโด้ ฯลฯ ครั้งนั้นเป็นอะไรที่เจ๋งมากและสนุกสุด ๆ คิดถึงตอนที่ได้เดินทางแข่งกับเวลาไปตามโรงหนัง สำหรับคนที่ตั้งใจจะไปดูจริงๆ และบัตรก็ถูกมาก & เป็นบัตรการ์ดอย่างดี ซื้อได้ที่ ThaiTicketMaster อีกด้วย.. คิดถึงดารานักแสดงไทยและตปท.บน Red Carpet.. คิดถึงหนังสือพิมพ์ที่รายงานข่าวเทศกาลรายวัน.. คิดถึงรางวัลกินรีทองคำ.. etc.

ปีหลัง ๆ เปลี่ยนมาจัดโรงเดียว: พารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์ สะดวกขึ้นจริง แต่ขาดอารมณ์เทศกาลหนังของแท้ไป

ตอนนี้ประเทศไทยเลยเหลือเทศกาลหนังนานาชาติเทศกาลเดียวแล้วครับ “World Film Festival of Bangkok” โดย เนชั่น ซึ่งแยกตัวออกมาจาก BIFF เพื่อจัดเองทุกปลายปี
WFF ครั้งที่ 13 ปีนี้จะมีขึ้นในวันที่ 15-24 พ.ย.นี้ .. เลยอยากเชิญชวนให้ทุกคนไปดูหนังกัน ก่อนที่เทศกาลนี้จะหายตามไปอีก และจะไม่มีเทศกาลหนังใด ๆ ที่บ้านเราหลงเหลืออีกเลย / www.worldfilmbkk.com

ps.โชคยังดีที่แต่ละปีจะมีหนังเทศกาลหนังของประเทศต่าง ๆ จัดขึ้นประจำ: ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อินเดีย, ยุโรป มีหนังตั้งแต่ 9-20 เรื่อง ระยะเวลาประมาณสัปดาห์ ณ โรงภาพยนตร์ตามหัวเมืองที่ใดที่หนึ่ง และยังมีเทศกาลหนังธีมเดิ้ล ๆ อย่าง เทศกาลหนังอาหาร, หนังแฟชั่น, หนังตลก ฯลฯ แต่งานเหล่านี้ต้องคอหนังจริง ๆ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะมีการประชาสัมพันธ์ค่อนข้างในวงจำกัดครับ

ps2.สำหรับคนที่ไม่เคยดูหนังเทศกาลเลย เริ่มจาก WFF นี่ล่ะ จิ้มหนังสักเรื่องแล้วเดินเข้าโรงแบบหัวว่างๆดู จะพบว่าหนังอย่างนี้ก็มีในโลกจริง ๆ ด้วย LoL