2,565 (2015)

2,565

       
ต้น เด็กหนุ่มวัย 18 ในช่วงมรสุมชีวิตที่พ่อมีปัญหาธุรกิจ ทำให้ปีหน้าต้องย้ายจากโรงเรียนเอกชนอินเตอร์ไปโรงเรียนรัฐบาล ตัวเองมักมีปัญหากับแม่ แถมแฟนยังมาขอเลิก ทำให้เขาคิดฆ่าตัวตาย แต่แม่มาเห็นเข้าพอดี จึงพาต้นไปอยู่บ้านน้องสาว (น้า) ที่ต่างจังหวัด ในขณะที่เธอและสามีต้องเดินทางไปทำธุระที่ต่างประเทศเป็นเวลาร่วมเดือน

ที่บ้านน้า ต้นได้เปลี่ยนแปลงตัวเองที่จะนำมาซึ่งการยุติปัญหาที่มีกับแม่ได้ นั่นคือการได้ลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง อีกทั้งได้พบคนที่เข้าใจเขาและทำให้เขารู้สึกดีอย่าง ‘น้าจิต’ นักจิตวิทยา ที่ทำให้เขารู้ความลับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับแม่ แท้จริงแล้วมาจากตัวพ่อ-แม่ของแม่เองที่เลี้ยงดูแม่ให้มีบุคลิกเช่นนี้ เข้าใจว่าส่วนหนึ่งของการที่แฟนบอกเลิกมาจากนิสัยของเขาที่ได้รับมาจากการเลี้ยงดูของแม่(ต่อมาอีกที)โดยไม่รู้ตัว … ‘น้องเจได’ ลูกน้าจิต วัยกำลังซน ผู้มี ‘ยาย’ คอยแอบทำอะไรให้ สร้างนิสัยเสียให้กับเด็กไม่รู้ตัว ต้นเห็นแล้วอดคิดถึงตัวเขาเองตอนเด็กไม่ได้ แต่เขาทำได้เพียงห้ามยายไม่ให้ตามใจเพราะไม่อยากเห็นเจไดโตมามีปัญหาแบบเขา แต่ยายบอกว่าพยายามอยู่ แต่ห้ามใจตัวเองไม่ได้สักที และ ‘ส้ม’ เด็กสาวบ้านตรงข้ามที่สนิทกันในเวลารวดเร็ว ด้วยบุคลิกที่ช่างคุยของเธอ ทำให้ต้นได้เล่าเรื่องต่าง ๆ, แชร์ความรูสึกอัดอั้นตันใจที่มีมากมายให้เด็กสาวฟัง จนเผลอสารภาพความในใจว่าเขาตกหลุมรักเธอ แต่ส้มคิดว่าเขายังไม่ใช่สำหรับเธอมากนักจึงปฏิเสธความรักจากต้นไปอย่างอ้อมๆ

ต่อมา ต้น ตัดสินใจออกเดินทางไปยัง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ จุดที่สูงสุดในไทยซึ่งเขาใฝ่ฝันว่าต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต มันจึงเป็นการออกเดินทางคนเดียวครั้งแรก  เมื่อไปถึง ต้นมองลงมาจากยอดดอยที่ความสูง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล และได้หวนคิดเรื่องต่างๆ ถ้าแม่ไม่ไปพบในวันนั้น เขาคงจบชีวิตลงโดยไม่มีวันรู้ความลับของแม่จากน้า และก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ลึกๆแล้วเขารู้สึกเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น

Advertisements

ทางชีวิต (Free Me) [2015]

ทางชีวิต
(Free Me)

 

Short Story
เมื่อเด็กสาวต่างจังหวัดคนหนึ่งตัดสินใจสอบเข้าเรียนต่อมัธยมปลายที่กรุงเทพตามเพื่อนชายที่เธอแอบชอบ เรื่องราวที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น..

 

Story (Undisclosed Ending)
เรื่องราวของเด็กสาวต่างจังหวัดวัย 16 ปีคนหนึ่งที่เติบโตมาในครอบครัวชนชนมีฐานะโดยมีแม่เลี้ยงดูราวกับไข่ในหิน เมื่อเธอคิดสอบเข้าเรียนต่อมัธยมปลายที่กรุงเทพตามต้น เพื่อนชายที่เธอแอบชอบ เขาแก่กว่าเธอ 1 ปีและเปรียบเสมือนพี่ชายที่เสียไปตั้งแต่เกิด เนื่องจากโตมาด้วยกันและบ้านอยู่ใกล้กัน ทำให้ทั้งสองสนิทกันมากจนเด็กสาวรู้สึกกับเขาเกินพี่ชาย แต่เขาคิดกับเธอเพียงน้องสาว

เด็กสาวกลับมาบอกครอบครัวเรื่องสอบ พ่อสนับสนุนเต็มที่ ส่วนแม่ที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยแต่ก็ยอมตกลงแบบไม่เต็มใจนัก  ในเวลาต่อมา เด็กสาวก็ทุ่มเทเวลาให้กับการติวหนังสือสอบกับเพื่อนหนุ่มโดยมีพ่อของเธอสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง  เมื่อผลสอบออกมา ปรากฏว่าเธอสอบติด แม่ยืนยันว่าจะไม่ให้เธอไปแต่เมื่อได้รับฟังความเห็นพ่อที่มีแนวคิดการเลี้ยงลูกที่แตกต่างและมีเหตุผล เธอก็ยอมใจอ่อนไปโดยปริยาย

วันที่เด็กสาวจะต้องออกเดินทางเข้ากรุงเทพ เมื่อเธอได้รู้ว่าต้นสอบไม่ติดก็ถึงกับจะล้มเลิกความตั้งใจ แต่ได้พ่อเข้ามาอธิบายจนเด็กสาวเข้าใจและตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่ออนาคตของเธอเอง เป็นการออกไปเผชิญโลกกว้าง พบเจอผู้คนและประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อเรียนรู้ชีวิต คิดตัดสินใจ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วยตัวเอง

 

Scene List
1. พ่อเอาต้นส้มมาปลูกที่บ้าน + แม่ตามผ้าที่จะซักกับส้ม 
2. ต้นชวนส้มสอบเตรียมอุดม
3. ส้มดูเงื่อนไขการสมัครสอบ
4. ส้มขอพ่อแม่สมัครสอบ
5. ส้มเห็นพ่อเอากระถางส้มไปวางกางแดด + ส้มเดินคุยปัญหาชีวิตกับต้น
6. ต้นกับส้มติวหนังสือเตรียมสอบตามที่ต่างๆ (Fast Speed)
7. ต้นวิ่งมาขึ้นรถพ่อส้มไปสอบที่กรุงเทพ
8. วันประกาศผล: ส้มดูประกาศผลสอบ
9. พ่อกับแม่คุยเรื่องตัดสินใจส่งส้มไปเรียนต่อที่กรุงเทพ  
10. ส้มออกไปสูบบุหรี่หลังบ้าน
11. วันเดินทางเข้ากรุงเทพ (วันรุ่งขึ้น): ส้มอ่านข้อความทางแชทเฟสที่ต้นส่งมา รู้ว่าต้นสอบไม่ติด (Flashback)
12. ส้มตามหาต้นตามที่ต่างๆ –> เข้ามาในบ้าน
13. พ่อคุยกับส้มเรื่องอนาคตและการตัดสินใจ 
14. ต้นโทรมาคุยกับพ่อ (FB เฉลย) / พ่อขนของขึ้นรถเสร็จแล้วเรียก “ส้ม” ขึ้นรถ / ส้มลงไปเอาของและหายไป จนพ่อ แม่ ต้นไปตาม / ผลส้มเล็กๆปรากฏขึ้นในกระถางที่พ่อเอามาปลูกซึ่งตั้งอยู่ข้างประตูหลังบ้าน

 

Draft 2

แอน-ไลน์ (2013)

แอน-ไลน์

Theme     
ชีวิตในโลกความจริงกับโลกออนไลน์ที่ส่งผลซึ่งกันและกัน

Concept  
เพราะชีวิตในโลกออนไลน์มีในสิ่งที่โลกความจริงไม่มี  ในทางกลับกัน ชีวิตในโลกความจริงก็มีในสิ่งที่โลกออนไลน์ไม่มี

Main Message       
ไม่ว่าโลกความจริงหรือโลกออนไลน์ต่างก็มีทั้งด้านดี-ด้านแย่เสมอ ขึ้นอยู่กับเรา จะเลือกอยู่บนโลกใบไหนและใช้ชีวิตอย่างไร โดยควบคุมไม่ให้ทั้งสองโลกส่งผลกระทบเลวร้ายซึ่งกันละกัน เพราะอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเราได้

Story
แอน เด็กสาววัยรุ่น ม.6 ชาวสุราษฎร์ธานี พ่อเสียชีวิต ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ก็เป็นไปอย่างไม่สู้ดีนัก  เธอกำลังอยู่ในช่วงคร่ำเคร่งอ่านหนังสือเตรียมเอ็นท์และว้าวุ่นใจที่ยังไม่มีแฟนเหมือนเพื่อนๆ  แต่แล้วแอนก็ได้รู้จัก ตั้ม เพื่อนชายต่างห้อง และเกิดความรู้สึกดี ๆ ขึ้นกับเขา  ต่อมา เพื่อนในกลุ่มแนะนำให้แอนรู้จักกับมือถือสมาร์ทโฟนและแอพฯโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลาย  แอนจึงเอาเงินที่เก็บมานานไปซื้อโทรศัพท์มือถือที่ว่า และติดมันงอมแงม เพราะชอบถ่ายรูป(เพื่อนๆ) & แชร์ จึงทำให้แอนไม่เป็นอันทำอะไร ไม่มีสมาธิจะอ่านหนังสือ..

วันหนึ่งแอนได้พบก้อง เด็กหนุ่มกรุงเทพฯหน้าตาหล่อในไลน์จึงเริ่มแชทคุยกัน  ขณะเดียวกัน แอนก็พบว่าที่ตั้มตีสนิทกับเธอเพียงเพราะต้องการจีบเพื่อนซี้ของเธอ รวมถึงสิ่งที่แอนเคยแชร์ไปโดยไม่ตั้งใจ บัดนี้ได้ย้อนกลับมาทำร้ายเธอจนได้ แอนจึงยุติปัญหาด้วยการขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯเพื่อพบก้องในเวลาต่อมา

ระหว่างการเดินทาง แอนพบกับเอก เด็กหนุ่มชาวกรุง หน้าตาธรรมดา ผู้มีอะไรหลายอย่างคล้ายกับเธอ  และเมื่อมาถึงบ้านลุงที่กรุงเทพฯ แอนก็พบว่าเอ็นท์ไม่ติดมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้ แต่ติดอันดับ 3 ที่เดียวกับเอก  ลุงได้พูดเรื่องความสัมพันธ์ทำให้เธอฉุกคิดเรื่องแม่  และเมื่อแอนได้พบก้อง ผู้ใช้รูปโพรไฟล์หลอกลวง เธอก็รับไม่ได้กับตัวจริงของเขาและพยายามหนี แต่ได้เอกมาช่วยไว้ทัน แอนกลับไปขอโทษแม่และเพื่อน ก่อนเริ่มต้นชีวิตใหม่บนโลกออฟไลน์

คือรัก (The Concealedly Love of the World) [2011]

คือรัก

The Concealedly Love of the World

 

 

ณ หมู่บ้านชนบทอันห่างไกล /  2015
ภายในบ้านหลังหนึ่ง เพียวได้เฝ้าไข้จูนที่กำลังป่วยหนักด้วยโรคที่แพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์เต็ม  นาน ๆ ทีเธอถึงจะรู้สึกตัว

ขณะเดียวกัน ญามี (หญิงลึกลับ) ก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านนี้พอดี เธอเฝ้าตามหาชายหนุ่มที่จะมาช่วยโลกให้กลับเป็นดังเดิมตามคำพยากรณ์อยู่นาน  ว่าแล้วเธอจึงมอบเครื่องย้อนเวลาให้ (อธิบายให้ชายหนุ่มฟังคร่าวๆ..เมื่อย้อนไปแล้วไม่สามารถกลับมาได้อีก) เขารับมางงๆในหัวเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยมากมาย ญามีบอกกับชายหนุ่มก่อนจะออกเดินทางว่า เตรียมใจไว้ให้ดี เธอจะพบความจริงอันน่าตื่นตะลึง


ตัดมาที่เมืองหนึ่ง  /  2010
             หลายปีก่อนตอนที่จูนยังเป็นวัยรุ่นช่วงต้น เพียวหาทางให้จูนได้พบกับเขา  เมื่อเธอพบชายหนุ่ม อาการรักแรกพบก็เกิดขึ้น  /  เหตุการณ์ที่ดำเนินคู่กันไปคือหญิงลึกลับ (ญามี) ผู้มีดวงตาพยากรณ์อ่านเจอในตำราโบราณว่าจะมีอสุรกายเกิดขึ้นและนำซึ่งถึงกาลอวสานโลก เธอจึงออกตามหาหญิงสาวผมยาวตามคำพยากรณ์


2012

วันหนึ่งจูนนัดกับเพื่อนๆไปถ่ายรูปที่สวนสาธารณะ ขณะที่จูนกำลังถ่ายรูปอยู่นั้นเอง (เพื่อนอยู่ไกลออกไป) มีแมลงยักษ์ตัวหนึ่งโผล่มากัด ทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกายขึ้น คือทุกครั้งที่โมโหเธอจะกลายพันธุ์เป็นอสุรกายทันที

เมื่อมีคนเผลอเห็นจูนในร่างอสุรกายบ่อยขึ้นก็กลายเป็นข่าว มีนักวิทยาศาสตร์ดัง ๆ ออกมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุและออกประกาศเตือน ถ้าใครโดนกัดก็จะติดเชื้อเป็นอสุรกายไปด้วย  มีนักล่าอสุรกายเกิดขึ้นด้วยความสมัครใจเพื่อสร้างความสงบสุขให้แก่โลก  โดยนักล่าคนหนึ่งที่ชื่อว่าแซม ตัดสินใจเข้าร่วมทีมเพราะต้องการแก้แค้นให้กับภรรยาที่ถูกจูนกัดจนติดเชื้อ  แต่ในเวลาต่อมาภรรยาของเขาก็จากโลกนี้ไปด้วยน้ำมือของเขาเอง

ประชาชนจำนวนมากที่ได้รับเชื้อจากการโดนอสุรกายกัดก็เริ่มออกอาละวาดถี่ขึ้น แต่ทว่าพวกมันจะตายได้ก็ต่อเมื่อถูกฆ่าด้วยปืนพิเศษของเพียว นักประดิษฐ์ ผู้คิดค้นมันขึ้นมาก่อนจะแจกจ่ายไปให้กับรัฐบาลและตกถึงมือของกลุ่มนักล่า

ไม่นานเพียวก็รู้ความจริงว่าจูนคืออสุรกาย

ญามีได้มาพบกับเพียว  ทันทีที่เห็นเขา เธอก็เกิดญาณรับรู้ว่าเธอเองเป็นคนส่งชายหนุ่มมาจากอนาคต  ญามีเล่าให้ฟังว่า.. เหตุการณ์นี้เป็นไปตามคำทำนายที่จะเกิดขึ้นทุก 2,000 ปี  ตอนนี้ไม่มีทางที่จูนจะหายเป็นปกติหรือกลับคืนสู่ร่างหญิงสาวตลอดไปได้  เพียงแต่หากพบคนรักที่ทำให้เธอมีความสุขอาการก็จะทุเลาลง  ทว่าเมื่อไหร่ที่เธอโกรธก็จะกลายเป็นอสุรกายทันที มีทางเดียวที่จะยุติเรื่องราวนี้ได้คือต้องฆ่าเธอเท่านั้น  เพราะถ้าขืนปล่อยไว้นั่นอาจหมายถึงวันอวสานของโลกเมื่อเหล่าอสุรกายเริ่มแพร่เชื้อไปทั่วโลกอะไรก็หยุดยั้งมันไม่ได้   โชคดีว่าในระหว่างที่จูนหนีไปยังเกาะอันห่างไกล (เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น) เธอได้พบกับเพียวพอดี จูนจึงเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาไม่บ่อยนัก แต่ก็มีหลายครั้งที่เธอโมโหจนกลายพันธุ์แต่แอบไม่ให้ชายหนุ่มรู้  เหตุนี้จึงเป็นที่มาของอาการป่วย (สภาวะการต่อต้านภายในจิตใจของจูน) แล้วญามียังบอกอีกว่า ถ้าเพียวเกิดไม่ได้ย้อนเวลามาจากอนาคต เธอจะแพร่พันธุ์ที่เกาะเมอร์คิวรี่ และตัวเขาเองจะถูกกัดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาต้องทำคือเปลี่ยนแปลงอดีตโดยการไปสังหารเธอ..

วันหนึ่ง เมื่อเพียวสบโอกาสอยู่กับจูนตามลำพังในร่างปกติ เพียวกลับทำใจไม่ได้ที่จะต้องฆ่าเธอ

2 เดือนต่อมา  ย่านใจกลางเมือง /  2013
(Climax)  จูนในร่างอสุรกายออกอาละวาดทำลายข้าวของ ทีมนักล่าตามมาสังหาร  เพียวโผล่เข้ามาปกป้องจูนจากกลุ่มนักล่า + สู้กับอสุรกายในร่างจูนด้วย (จูนในร่างกลายพันธุ์จะอยู่ในสภาวะไร้ความรู้สึก)  เมื่อเพียวไม่สามารถยิงจูนด้วยปืนของเขาได้  จึงวิ่งเข้าไปกอดจูนเพื่อเธอคืนร่างเป็นคนปกติ แต่ด้วยความที่จูนไม่รู้ตัวจึงกัดชายหนุ่มเข้าที่แขน ก่อนเธอจะคืนร่างเป็นคนปกติ   แต่ด้วยความรักเพียวจึงพร้อมให้อภัย และบอกแซมถึงสาเหตุที่เขาปกป้องเธอ  (มีกลุ่มนักล่าเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ตั้งแต่ต้น)  เนื่องจากแซมเคยผ่านเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อนจึงเข้าใจและรู้สึกผิดที่ฆ่าภรรยาตัวเอง ในจังหวะนั้นเองที่เพียวฉวยโอกาสพาจูนหลบหนี ก่อนจะเดินทางไปยังหมู่บ้านในชนบทแห่งหนึ่งไกลออกไปเพื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคน         (จบ)

ZOOM ออกมาเป็นห้องโฮมเธียเตอร์ในบริษัทภาพยนตร์แห่งหนึ่ง  /  2012
ผู้กับหนัง (โดม) นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะเพื่อคุยกับผู้อำนวยการสร้าง 3 คนหลังหนังจบ มีการเรียกร้องให้เขาเปลี่ยนตอนจบของหนังเรื่อง “The Concealedly Love of the World” ใหม่  แต่โดมบอกว่าที่จบเช่นนี้เพราะหวังผลทางธุรกิจที่จะสร้างภาคต่อ แต่ที่ประชุมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย (อยากให้จบสนิท) โดมจึงขอเวลาไม่กี่วันเพื่อกลับไปถ่ายใหม่ (โดมบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงที่เขาค้นพบแต่บอกใครก็ไม่มีใครเชื่อ)

เมื่อกลับมาถึงบ้าน โดมเหลือบเห็นตำราพยากรณ์เปิดทิ้งไว้บนโต๊ะ เขาหยิบขึ้นมาดูหน้าที่เปิดอยู่ มันพูดถึงเรื่องการจะมีแมลงยักษ์ปรากฏตัวขึ้นในวันนี้  เขารีบโทรไปแจ้งสื่อต่าง ๆ ให้ออกประกาศเตือนทันที แต่ไม่มีใครเชื่อเหมือนเช่นเคย ซ้ำยังโดนต่อว่าว่าโทรมาทำไมอีก  จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจคว้าปืน (ลักษณะเหมือนในหนัง) ขับรถออกจากบ้านไปทันที

ผ่านไปหลายชั่วโมง โดมยังคงมองหาร่องรอยของแมลงยักษ์แต่ดูไม่มีวี่แวว แต่ทันใดนั้นเองขณะที่เขาขับรถผ่านสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง (ภูมิทัศน์เหมือนในหนัง) แมลงยักษ์ก็ปรากฏตัว เสียงกรี๊ดของผู้หญิงดังขึ้น โดมหยุดรถ ก่อนจะคว้าปืนพร้อมกับเปิดประตูออกไปทันที!!

THE END.

 

 

 

Story by Supakit Seksuwan & Mas Chitrachinda

THE ADVENT of LOVE (2011)

THE ADVENT of LOVE


                นี่เป็นเรื่องราวความรักของชายหญิง 2 คู่ที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด และมีบทสรุปที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง…

          อาดัม กับ เอวา – ชายหนุ่มหญิงสาวที่คบกันในฐานะแฟน  อาดัมทำงานเป็นหนึ่งในทีมงานรายการโทรทัศน์ ทั้งคู่ไปเที่ยวด้วยกันเป็นระยะ  เขามักจะพาเธอไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งเป็นประจำ  จนอาดัมรู้มาว่าเอวาแอบมีกิ๊กชื่อเซธจึงทำให้ทั้งสองมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา  วันหนึ่งหลังหยุดพักเหนื่อยจากการเดินเล่นที่สวนสาธารณะของทั้งคู่ ชายหนุ่มบอกเธอว่าต้องไปทำงานต่างจังหวัด 7 วันพร้อมกับเอารูปคู่ฉีกเป็นสองส่วน ส่วนที่เป็นรูปเขาให้เธอเก็บไว้ แล้วอีก 7 วันเมื่อเขากลับมา ให้เธอมาเจอเข้าที่นี่ เพื่อนำมันมาต่อเป็นภาพเดียวกันเหมือนเดิม

ผ่านไป 7 วัน  ระหว่างที่เอวารออาดัมอยู่ที่ม้านั่ง ก็มีโทรศัพท์เข้ามาบอกว่าอาดัมประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง สมองกระทบกระเทือน ตอนนี้ยังไม่ได้สติ  เอวาเศร้ากลับบ้าน เธอร้องไห้ไปตลอดทาง  วันรุ่งขึ้นเวลาเดิมเธอก็มารอเขาอีก แต่ทว่าเซธแอบตามมาโดยไม่ให้เอวารู้ เขาเดินไปนั่งลงข้างเธอและปลอบ

ร่างของอาดัมยังคงนอนไม่ได้สติ แต่จิตวิญญาณได้เข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่งแล้ว ที่ที่เป็นดินแดนกว้างใหญ่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ  เขาได้ทบทวนชีวิตในวัยเด็ก กิจกรรมที่เขาทำร่วมกับแม่ ครั้นพอแม่จากไปเขาก็อยู่กับพ่อ (ก็อด) เพียงลำพังสองคน  บางวันเขาก็แอบร้องไห้คิดถึงแม่โดยไม่ให้ใครรู้  /  ในดินแดนนี้อาดัมได้ยินเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากโลกภายนอกเป็นระยะผ่านเสียงที่ดังก้องจากฟากฟ้า เขาได้กับพบเอวาและเซธในรูปของมโนสำนึก  และยังทำให้เขาพบ ชัยฎอน อีกครั้ง

          ชัยฏอน กับ ลิลิธ – (ลิลิธเป็นพี่สาวเอวา อาศัยอยู่ด้วยกันสองพี่น้อง)  ความรักของชายหนุ่มหญิงสาวคู่นี้เริ่มต้นขึ้นที่สวนหย่อมแห่งหนึ่ง เมื่อพรหมลิขิตทำให้เขาพบเธอจากเหตุการณ์ลมพัดกระดาษปลิว  หลายวันต่อมาก็บังเอิญให้เขาพบเธออีกครั้ง ชัยฏอนเข้าไปขอเบอร์และตั้งแต่นั้นทั้งสองก็ได้ไปเที่ยวด้วยกันในเวลาต่อมา  ลิลิธพาชัยฏอนไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งซึ่งเธอบกว่าเป็นที่โปรดของเธอ (ที่เดียวกับที่อาดัมพาเอวาไป)  วันหนึ่งขณะที่ทั้งสองนั่งดื่มกาแฟกันที่ร้านแบบOpen Air เอวากับอาดัมก็เดินผ่านมาพอดี ซึ่งเป็นการพบกันพร้อมหน้าครั้งแรกของทั้งสี่ โดยที่ต่างคนก็ได้ทำความรู้จักกันและกัน (อาดัมเซอร์ไพร์สที่พบชัยฏอนเพราะเมื่อหลายวันก่อนชัยฏอนเพิ่งเข้าไปติดต่องานที่บริษัทที่เขาทำงานอยู่และได้คุยกันด้วย)
แต่โชคร้ายก็มาถึง เมื่อชัยฏอนเกิดตกบันไดที่พัก ทำให้เขาหลับหมดสติไปโดยไม่มีวี่แววว่าจะฟื้น (ลักษณะอาการเดียวกับอาดัมคือ นอนหลับเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ในห้องนอน แต่ยังคงหายใจ)  ทำให้ชัยฏอนได้เดินทางสู่ดินแดนคู่ขนาน ที่นั่นเขาได้พบกับอาดัม และเกลี้ยกล่อมให้เขากลับเข้าร่างโดยเขายอมสละชีวิตเพื่อส่งให้อาดัมได้พบเอวาอีกครั้ง แม้ตัวเองจะเสี่ยงต่อการอยู่ที่นี่ไปตลอดกาลหากไม่มีคนมาช่วยก็ตาม

ในโลกแห่งความจริง ร่างของอาดัมถูกส่งกลับมายังบ้าน โดยมีพี่ชาย (คาอิน) คอยดูแลอยู่ไม่ห่างและเอวาก็มาเยี่ยมประจำ (ระหว่างนี้เซธได้เข้ามาคุยกับเอวาตลอด จนคาอินเกิดความรู้สึกบางอย่าง)   หลายเดือนต่อมา เซธบังเอิญพาเอวามายังสถานที่ศักดิ์สิทธ์ นั่นยิ่งเป็นการกระตุ้นความทรงจำของเธอที่มีต่ออาดัมทำให้เธอวิ่งออกมาจากที่นั่นก่อนเขาจะรู้สึกตัว ไม่นานเซธก็เห็นว่าเอวาหายไป แต่เขาคิดว่าเธอยังคงอยู่ในบริเวณนั้นจึงได้ออกตามหา และพบเข้ากับลิลิธซึ่งมาที่นี่คนเดียว

หลายสัปดาห์ต่อมา เซธโทรมาบอกเอวาว่าต้องไปต่างประเทศด่วนและไม่มีกำหนดกลับ อยากให้เธอไปส่ง  เมื่อวางสายได้ครู่เดียว ลิลิธก็โทรมาบอกชัยฏอนอาการทรุดหนัก เอวาจึงเข้าไปเยี่ยม และบอกพี่สาวว่าเธอกำลังจะไปส่งเซธไปต่างประเทศ ก่อนจะขอตัวเดินทางไปสนามบิน

ชัยฏอนได้ยินเสียงดังก้องจากเบื้องบนเรื่องที่เอวาบอกกับลิลิธ ทำให้เขารีบค้นหาอาดัมและเมื่อพบก็จัดการส่งเขากลับเข้าร่าง  และทันทีที่อาดัมฟื้นหลังจากไม่ได้สติมานานหลายเดือน เขาก็ตรงไปยังสวนสาธารณะพร้อมกับรูปถ่ายขาดครึ่ง(รูปเอวา) ทันที (คาอินโทรบอกเอวาด้วยความดีใจ)  ขณะเดียวกันกับที่ชัยฏอนเริ่มหายใจแผ่วเบาและหยุดหายใจในที่สุด ลิลิธถึงกับร้องไห้อย่างหนักพลางเรียกเขาให้ตื่นแต่ก็หมดสิ้นซึ่งหนทาง

เมื่อเวลาผ่านไป เอวาก็มาพร้อมรูปถ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยน้ำตาแห่งความปิติ  คืนนั้นเอวากลับมาถึงบ้านด้วยรัศมีแห่งความสุข เธอสวนกับลิลิธที่หน้าบ้านและบอกพี่สาวผู้มีท่าทีเศร้าสร้อยว่าอาดัมฟื้นแล้ว ก่อนถามว่าจะไปไหน ลิลิธไม่ตอบและเดินหายไปในความมืด…

หลายปีต่อมา อาดัมนำดอกไม้ไปเปลี่ยนที่หลุมศพชัยฏอนและกลับมาบ้าน เห็นเอวานั่งอ่านหนังสือธรรมะอย่างหมดความหวังที่จะเจอลิลิธอีกครั้ง (เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งสองได้ตามหามาแล้วทุกที่ ทั้งแจ้งความ ถามคนใกล้ชิด ไปจนถึงทำป้ายประกาศหาคน แต่ก็ไม่มีวี่แวว)  อาดัมเดินเข้าไปคุยเพื่อให้เธอสบายใจขึ้น    คืนนั้นเองอาดัมสะดุ้งตื่นกลางดึกและรับรู้ได้ว่าลิลิธจากโลกนี้ไปอยู่กับชัยฏอนแล้วในอีกดินแดนหนึ่งอย่างมีความสุข  เขาบอกเอวาที่เดินออกมาตรงระเบียงและส่งยิ้มให้เธอขณะยืนดูพระจันทร์ด้วยกัน

THE END

————————————–

 

Written by Supakit Seksuwan
© 2011 Streamline Film All Rights Reserved.

New Faces (2015)

About the Idea (ความเป็นมา)
วงการบันเทิงมักถูกมองว่าเป็นพื้นที่คนทั่วไป ไม่ว่าใครก็อยากเข้ามาเพื่อหวังที่จะมีชื่อเสียงโด่งดัง เรามักปฏิเสธไม่ได้ว่าพื้นที่ของสื่อสารมวลชนและดาราในปัจจุบันได้มีพื้นที่และบทบาทต่อผู้คนจำนวนมากในสังคมสมัยใหม่ แต่ทว่าความเข้าใจบทบาทอันหลากหลายในวงการบันเทิงนี้ก็ยังคงเป็นพื้นที่ยังคงไม่ได้มีการถูกนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลายมากนัก ซึ่งกระแสสังคมที่เปลี่ยนผ่านอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความเป็นมา-เป็นไปในอุสาหกรรมบันเทิงนั้นยิ่งมีความซับซ้อนและบางทีก็เต็มไปด้วยสิ่งที่ตรงกันข้าม ย้อนแย้งกับความเป็นจริงในการนำเสนอผ่านสื่อและช่องทางต่าง ๆ ซึ่งทำให้บทบาทของดาราหรือบทบาทของบุคคลสาธารณะเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกสำรวจและนำเสนอผ่านมิติต่าง ๆ ทั้งดีและร้าย รวมถึงเส้นทางสู่ความสำเร็จของแต่ละคนนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

Theme
* บางครั้งเราก็ต้องลบลืมบางคนในอดีตเพราะเหตุผลง่ายๆไม่กี่ข้อ และหนึ่งในนั้นคือ คนบางคนจะไม่ได้อยู่ในอนาคตของเรา
* บางทีมันอาจเป็นความจริงก็ได้ว่าเราจะไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง ๆ จนกระทั่งมีใครบางคนมองเห็นการมีตัวตนของเรา เราจะไม่ได้พูดอะไรได้เลยจริง ๆ จนกว่าจะมีใครสามารถเข้าใจสิ่งที่เราพูดโดยแก่นแท้ เราจะมิได้มีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์จนกว่าจะมีใครรักเรา
* เมื่อเราเลือกที่จะตัดสินใจทำอะไรไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม โดยเฉพาะในวงการบันเทิง พื้นที่ส่วนตัวของเราก็จะลางเลือนระหว่างชื่อเสียงความจริงและความหลอกลวงอันไม่สิ้นสุด
* ชื่อเสียงมักเป็นเหตุปัจจัยของความฝันแต่ขณะเดียวกันก็เหมือนภาพลวงตา

Genre
Drama, Comedy

Very Short Story
เรื่องราวของ ‘ก้อง’ ผู้จัดการดาราชื่อดังที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนานต้องประสบปัญหาการถูกหักหลังจาก ‘บีม’ ดาราเด็กในสังกัดที่เขาปั้นขึ้นมา เพราะบีมดันไปเซ็นสัญญากับค่ายต่างบริษัทที่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอด ทำให้หน้าที่การงานของก้องเองเริ่มสั่นสะเทือน และข่าวลือต่าง ๆ เริ่มแพร่สะพัดออกไปต่าง ๆ นา ๆ ทั้งในวงการและนอกวงการ รวมถึงสื่อก็ต่างให้ความสนใจมากมาย  และด้วยสภาวะจำยอมนี้เอง เขาจึงตัดสินใจที่จะปั้นดาราหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน ซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่น 5 คน เพื่อจะเป็นหน้าใหม่ของวงการบันเทิงอีกครั้ง และเพื่อที่จะพยายามกู้ชื่อเสียงและหาหนทางที่จะเอาคืนเพื่อนที่ได้หักหลังไว้

เขาจึงพยายามที่จะเปิดโปงเรื่องราวความลับต่าง ๆ ในวงการบันเทิงที่โยงใยไปสู่เรื่องราวของเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับมิตรภาพของเขากับเพื่อนและผู้ร่วมงาน รวมถึงการต้องดูแลดารานักแสดงในสังกัดทั้งในจอและนอกจอ อีกทั้งยังนำมาซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความผิดหวัง ความรัก ความแค้นแล้วความเชื่อใจ และในขณะเดียวกัน มิตรภาพที่เริ่มก่อตัวขึ้นครั้งใหม่ระหว่างเด็กวัยรุ่นทั้ง 5 คนนี้ก็กำลังเริ่มต้น

โดย ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ
& วาคิม เนียมทับทิม

Flash Boy (2015)


About the Idea (ความเป็นมา)
ในโลกยุคปัจจุบัน มีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าว่าตัวเองต้องการอะไร อยากเป็นอะไร หรือยังไม่ชัดเจนในเป้าหมาย  ซีรี่ย์นี้จึงมุ่งสะท้อนให้เห็นชีวิตวัยรุ่นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ นั่นคือ ช่วงชั้น ม.6 เข้ามหาวิทยาลัยปี 1 ซึ่งต้องผ่านอุปสรรค การตัดสินใจต่างๆ โดยเล่าเรื่องผ่านเด็กหนุ่มวัยรุ่น 5 คนผู้มีเป้าหมายชีวิตแตกต่างกันไป ดังนี้

“ติ๊ก” เด็กต่างจังหวัด ผู้เข้ามาเติบโต ใช้ชีวิตในกรุงเทพ ต้องพบกับการปรับตัว และเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชิวิต
“โย” เด็กวัยรุ่นผู้ไม่มีความพร้อมในหลายด้านในชีวิต ขาดความมั่นใจในการตัดสินใจ รวมทั้งยังปราศจากจุดมุ่งหมายในชีวิต
  “ตูน” เด็กหนุ่มผู้มีความมั่นใจในตัวเอง มีความทะเยอทะยาน คิดออกนอกกรอบ ชอบออกนอกกฎเกณฑ์ที่ครอบครัวหรือคนอื่นกำหนด
และ “ทิม” ผู้เชื่อว่าการไปถึงจุดหมายไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องใช้ความมุ่งมั่น อดทน ฝึกฝน เพื่อพิสูจน์ตัวตนให้ครอบครัวและคนรอบข้างเห็นถึงความสามารถและพรสวรรค์ที่แท้จริง

โดยเรื่องราวทั้งหมดนี้จะถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์ซีรี่ย์ที่จะทำให้ทุกหัวใจอบอุ่น ซาบซึ้ง เรียกรอยยิ้มพร้อมน้ำตาไปกับเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นผู้มีความฝันและเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกัน แม้ว่าพวกเขาจะต้องพบกับอุปสรรคต่างๆมากมาย  แต่ความฝันและมิตรภาพก็นำพาเขาผ่านพ้นช่วงเวลาอันแสนยากลำบากเหล่านั้นมาได้ในที่สุด

Theme
ชีวิตวัยรุ่นที่พบกับการเปลี่ยนแปลงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่พวกเขาก็ผ่านพ้นเหตุการณ์ต่าง ๆ มาได้ ด้วยการพิสูจน์ตัวเองให้คนรอบข้างเห็นถึงความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง เป็นการเรียนรู้และก้าวข้ามวัยในที่สุด

Genre
Performance / Comedy / Music

Synopsis
เรื่องของเด็กวัยรุ่น 5 คนที่มีคาแรคเตอร์และเรื่องราวแตกต่างกันไปในรั้ว Academy สอนการแสดงแห่งหนึ่ง โดยเรื่องราวจะเล่าถึงชีวิตและเผยปมแต่ละคนออกมา ตัวอย่างเช่น อยากดัง, ไม่ชอบสิ่งที่เรียน (ร้องเพลง), จัดการกับชื่อเสียงไม่ได้ เป็นต้น  ทั้งหมดนี้จะต้องมาแข่งขันในงานประกวดใหญ่ของสถาบันในช่วงท้ายปีการศึกษาและได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง ซึ่งมีค่าพอจะเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาแต่ละคนในท้ายที่สุด

Short Story
เรื่องราวของเด็กวัยรุ่น 5 คน ที่เข้ามาใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยแห่งการแสดง โดยมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้มีการสอนทักษะด้านการแสดงในแขนงต่าง ๆ โดยแต่ละคนก็มีเป้าหมายแตกต่างกัน  ดังนี้..

ติ๊ก (19 ปี / ปี1)
เด็กหนุ่มจากต่างจังหวัด ผู้เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพเพื่อตามหาฝัน นั่นคือการร้องเพลง ทำให้เขาได้ เติบโต เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต ต้องเจอทั้งการปรับตัว และการเปลี่ยนแปลงมากมาย ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้ครอบครัวและชาวบ้านในหมู่บ้านรู้ว่า อาชีพศิลปิน คืออาชีพที่น่าภูมิใจและเป็นที่น่ายอมรับ

โย (19 ปี / ปี1)
เด็กหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปแทบทุกอย่าง จากครอบครัวที่ทำธุรกิจด้านดนตรี นั่นคือสตูดิโออัดเพลง โดยไม่มีใครรู้ว่าลึก ๆ แล้วเขาไม่มีความพร้อม ขาดความมั่นใจ และปราศจากจุดมุ่งหมายในชีวิต  แต่ครอบครัวของโยก็ได้เข้ามามีบทบาท โดยสร้างกรอบ กำหนดแนวทางชีวิตให้เขาด้วยความห่วงใย และหวังว่าโยจะเสียงดี เป็นนักร้องเหมือนพี่ชาย และเข้ามาช่วยสร้างธุรกิจในครอบครัวให้เติบโต  สิ่งนี้เองที่สร้างปมชีวิตให้กับโย เพราะเขาเสียงไม่ดี และบอกตัวเองอยู่เสมอว่า การร้องเพลงไม่ใช่พรสวรรค์ที่แท้จริงของเขา

อั้ม (20 ปี / ปี2)
เด็กหนุ่ม เอก Dance เป็นดารา มีข่าวฉาวประจำ  จัดการชีวิตในโลกมายาไม่ได้ทำให้มีผลกับชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง อั้มมักได้รับการกล่าวถึงเสียๆหายๆจากสื่อและผู้ใหญ่บ่อยๆ แต่เขาไม่แคร์เพราะตราบใดที่มีสาวๆกรี๊ด ให้ความสนใจ เค้าจะดำเนินชีวิตไปยังไงก็ได้  และการที่เข้าไม่สามารถรับมือกับชื่อเสียงหรือความโด่งดังแถมยังขยันสร้างข่าวฉาวนี้ได้ ปัญหาก็เกิดขึ้นตามมา ทำให้เพื่อน และคนใกล้ชิด กำลังจะแบนเขา อั้มต้องหาทางเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง และการสมัครลงแข่ง Creative Performance ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า นอกจากเขาจะไม่ได้มีดีที่หน้าตาอย่างเดียวแล้ว เขายังสามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกได้ เพียงแค่ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

ตูน (21 ปี / ปี 3)
เด็กหนุ่มผู้มีความมั่นใจในตัวเอง มีความทะเยอทะยาน มักคิดนอกกรอบ ออกนอกกฎเกณฑ์ที่ครอบครัวหรือคนอื่นกำหนด เพราะเขามีความฝันว่าอยากเดินหน้าใช้ชีวิตในเส้นทางสายการแสดงให้เป็นที่โด่งดัง แม้ครอบครัวจะไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลที่ว่าอาชีพนี้ไม่น่าชื่นชมและไม่สามารถทำมาหากินได้อย่างยั่งยืน เขาเลยตัดสินใจพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ให้กับครอบครัวเห็น แต่การพิสูจน์ของเขาคือการทำร้ายเพื่อนๆร่วมชั้นเรียนอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้กลายเป็นความเห็นแก่ตัว กลุ่มเพื่อนสนิทไม่ยอมรับ และยังไปทำร้ายเพื่อนสาวคนสนิทเอกเดียวกันที่เขาชอบอีกด้วย  บทพิสูจน์นี้ ตูนจะได้เรียนรู้หรือไม่ ก็คงมีเพียง หยก เพื่อนสาวเอก Dance ที่จะช่วยให้เขาพบความจริงของชีวิต

ทิม (22 ปี / ปี 4)
รุ่นพี่เอกการแสดงของตูน ผู้เชื่อว่าการไปถึงจุดหมายไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องใช้ความมุ่งมั่น การฝึกฝน และการพิสูจน์ตัวตนให้ครอบครัวและคนรอบข้างเห็นถึงความสามารถและพรสวรรค์ที่แท้จริง แต่แล้วความผิดพลาดของเขาได้เกิดขึ้น เมื่อแฟนสาวที่คบกันอยู่เกิดท้องและต้องการความรับผิดชอบจากทิม นำมาซึ่งการพิสูจน์ว่าเขาเป็นพ่อเด็กคนนี้จริงหรือไม่  ทิมจะเป็นตัวแทนของวัยรุ่นที่พูดเรื่องความฝันและรักในวัยเรียนอย่างลึกซึ้ง

ซึ่งในท้ายที่สุด ทั้งหมดก็ได้มาประชันฝีมือและความสามารถในงานประกวดครั้งสำคัญของโรงเรียน (Creative Performance) สู่บทสรุปที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิตที่มากกว่าการแข่งขัน