ว่าด้วยช่วง CINEshorts ในรายการ CineCut

เป็นระยะเวลา 9 เดือนที่รายการ CineCut ได้ให้พื้นที่เล็กๆกับหนังสั้นไทยและต่างประเทศได้ปรากฏสู่ผู้ชมในวงกว้างผ่านรายการ CineCut ผ่านการเลือกสรรหนังสั้นคุณภาพที่น่าสนใจมานำเสนอถึง 74 เรื่อง ย่อมต้องมีเรื่องที่ผู้ชมจะชอบและไม่ชอบแตกต่างกันไป ขณะเดียวกันในฐานะ Producer เราก็มีเรื่องที่ชอบโดยส่วนตัว ซึ่งอาจแตกต่างจากคนอื่น เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และจากการเลือกอยู่นาน เราก็ได้หนังสั้นมาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะคัดเลือกเรื่องที่ชอบที่สุดเพียงเรื่องเดียว โดยแบ่งหนังสั้นตามประเภทต่างๆไว้ 5 ประเภท ดังนี้

(คลิกชมได้ที่ชื่อเรื่อง)

หนังสั้นไทย

 

“พิไล” กำกับโดย สิรดนัย ผึ้งน้อย

เป็นเรื่องของคนแก่ที่เล่าแบบจริงใจ คาแรคเตอร์คุณยายในเรื่องเป็นอะไรที่ใกล้ตัวเรามากๆ ถึงโปรดักชั่นจะไม่ได้เนี้ยบ แต่เราชอบ Mood & Tone ที่ดูเหงาและแปลกตาในความเรียบง่าย

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“Intersection” กำกับโดย มานุสส วรสิงห์

“N is for Nuptials” กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล

“Nobody” กำกับโดย ธนกฤต อมรนุกูล

“Time” กำกับโดย ปรีชญญ์ รัตนดิลกชัย

 

 

2. หนังสั้นต่างประเทศ

“The Black Hole” กำกับโดย Philip Sansom & Olly Williams

รู้สึกทึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ดู มันมีเสน่ห์ของความเป็นหนังสั้นจริงๆ น่าสงสัยและชวนติดตาม แล้วนักแสดงก็เล่นดี ดูเข้ากับบทพนักงานออฟฟิศใคร่รู้. หนังเล่าเรื่องในเวลาไม่กี่นาทีแต่กลับให้อะไรมากกว่าหนังยาวบางเรื่อง เหตุเกิดเพราะโลภจนได้เรื่อง

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“Happy Sushi” กำกับโดย Andy Green

“2AM: The Smiling Man” กำกับโดย Michael Evans

“Interferences” กำกับโดย David Bertram

“Support” กำกับโดย Börkur Sigþórsson

 

3. แอนิเมชั่นไทย

“Footstep” กำกับโดย พณิดา รัตรสาร

เล่าถึงเส้นทางชีวิต การเติบโตของเด็กน้อยสู่วัยผู้ใหญ่ แทรกด้วยประเด็นความรักที่พ่อมีต่อลูก ลายเซ็นน่ารักได้ใจเราไปเต็มๆ

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“มะเมี๊ยะ” กำกับโดย มนพร ศรีศุทธยานนท์

“หนูนุ้ย” กำกับโดย จรรยา เหตะโยธิน

 

4. แอนิเมชั่นต่างประเทศ

 

“Lambs” กำกับโดย Gottfried Mentor

มันพูดถึงความแตกต่าง และชวนตั้งคำถามว่าเราจำเป็นต้องเหมือนคนอื่นจริงหรือ.. นำเสนอเรื่องราวของลูกแกะน้อยที่ร้องไม่เหมือนพ่อแม่ เราชอบประเด็นนี้เพราะทำให้รู้สึกกล้าแสดงออก ภูมิใจและยอมรับในความแตกต่างของตัวเอง

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

“The Man Who Was Afraid Of Falling” กำกับโดย Joseph Wallace

“Le retour” (The Return) กำกับโดย Natalia Chernysheva

 

5. Music Video

“แด่เธอผู้เดียว (Scars)” กำกับโดย จุฬญาณนนท์ ศิริผล

ดูเป็นงาน Art + Experimental ที่ผ่านการคิดและทำการบ้านมาอย่างดี เราได้เห็นภาพการปะทุของพื้นผิวดวงอาทิตย์อันร้อนแรง และการเผาไหม้ของม้วนเทปวิดีโอที่ดูเศร้าแต่สวยงาม หลายๆองค์ประกอบในงานชิ้นนี้ดูมีนัยยะที่เปิดโอกาสให้คนดูพากันตีความไปต่างๆนาๆได้แบบไม่มีผิดไม่มีถูก

 

MV อื่นๆที่น่าสนใจ

“Bunny House” กำกับโดย ปกรณ์ อยู่อิน

“Bathtub IV” กำกับโดย Keith Loutit

 

ขณะนี้ทางรายการได้มีการนำช่วงใหม่ CineCut Attractions เข้ามาแทน กับการนำเสนอหนังที่น่าสนใจจากเทศกาลที่จัดขึ้นในไทยและต่างประเทศ. ใครที่สนใจ อย่าลืมติดตามชมนะครับ ทุกวันจันทร์ & พฤหัสบดี 17:50 น. ทางช่อง M Channel (88) หรือดูย้อนหลังได้ที่ http://j.mp/CineCutChannel

 

จนกว่าจะพบกันใหม่ครับ ◡̈

—————————————

หนังสั้นทั้งหมดจากช่วง CINEshorts
-> https://goo.gl/d9XrDJ

Nontawat Numbenchapol’s Films @แชร์สกรีน 008 : “ยิ่งสูงยิ่งหนาว”

เฮ้าส์ ออฟ คอมมอน คาเฟ่ แอนด์สเปซ และ แชร์สกรีน ขอเสนอ
แชร์สกรีน 008 : “ยิ่งสูงยิ่งหนาว”
รวมงานวิดิโอของนนทวัฒน์ นำเบญจพล ผู้กำกับ “ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง” และ “สายน้ำติดเชื้อ” ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน
วันเสาร์ที่ 7 และ อาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2556 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
ณ ร้านเฮ้าส์ ออฟ คอมมอน คาเฟ่ แอนด์สเปซ (เจริญนคร)

เพราะได้ดูหนังพี่เบิ้ล (Nontawat Numbenchapol) ไปสองวัน เลยอิ่มพอดีคับ
แฮ่..

จานที่ 1 สลัดต้นอ่อนทานตะวันงอก = โลกปะราชญ์ (2006) 
จี๊ดจ๊าด กรุบกรอบ แปลกใหม่

จานที่ 2 มันบดร้อน = BANGKOK NOISE (2007) 
นุ่มนิ่ม ฝาดคอ ร้อนปากพอง

จานที่ 3 กุ้งผัดซอสไวน์ขาว = ระเหย (2007) 
ละมุนลิ้น เมาเล็กน้อย (กินแล้ว)ตัวเบา

จานที่ 4 ยำไข่ยางมะตูม = AFTER LAVA (2008) 
เผ็ด ขมผัก ฉุนเครื่องเคียง

จานที่ 5 ข้าวผัดแฮม = DAY DREAM (2009)
จืดไปนิด รสธรรมดา น่ากินเพราะ’แฮม’

จานที่ 6 ตับห่านฟัวกราส์ย่างเนย = อาณาจักร แห่ง ใจ (2009)
ขม กลมกล่อม ชิ้นใหญ่ (ทานไม่หมด)

จานที่ 7 ตีนจระเข้ซอสสามรส = สายตา รับฟัง (2011) 
ล้ำ แนว กุกินอะไรอยู่นิ!?

จานที่ 8 เนื้อคนดิบ = AURORA PRIMARY (2012)
ไม่รู้รส ล่องลอย ไร้วิญญาณ

จานที่ 9 กบทอดกระเทียมพริกไทยจิ้มซอส = หลิกโห่มหมาย ปางโหลง (2012)
กินตอนร้อน ๆ ยิ่งอร่อยสุด ๆ
ถ้าใครไม่เคยกินกบมาก่อน ต้องลอง!

********************************************

โลกปะราชญ์ 
2006 / Documentary / Sound / Color / 88 min
Directed with อาทิตย์ พันนิกุล
เรื่องย่อ
เรื่องราวของเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่พยายามหาพื้นที่ให้กับชีวิตตัวเองสําหรับสิ่งที่ตนรักนน่ั คอื เสกตบอร์ด ทั้งที่ๆรอบข้างของพวกเค้า เต็มไปด้วยความคิดเห็นในเชิงลบ ต่อสิ่งที่พวกเค้าทํา สารคดีเรื่องนี้นําพาผู้ชมไปพบชีวิตของกลุ่มเสกตบอร์ด พรีดิวซ์ ที่ปัจจุบันประสบความสําเร็จ ที่สุดในประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกลุ่มนี้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว และอุปสรรคนานาประการ ของ การทําให้เสกตบอร์ดกลายเป็นอาชีพได้ดั่งในปัจจุบัน

BANGKOK NOISE
2007 / Documentary Experimental / Sound / Color / 15 mins
เรื่องย่อ
ชีวิตประจำวันกับภาพจำของเสียงรบกวน

ระเหย
2007 / Romantic / Sound / Color / 15 mins
เรื่องย่อ
วันว่าง กับวัฒจักรแห่งความรัก

AFTER LAVA
2008 / Action Comedy / 5 min / no dialog / sound Color
เรื่องย่อ
กลุ่มผู้ต้องสงสัย กำลังฝึกซ้อมสำหรับภาระกิจก่อการร้าย

DAY DREAM
2009 / Romantic Mysterious / 14 minute / sound / colour
เรื่องย่อ
วังวนในความฝันอันปวดร้าว

อาณาจักร แห่ง ใจ 
2009 / Documentary / 80 min / sound / color
เรื่องย่อ
ชีวิตของครอบครัวหนึ่ง ในกรุงเทพ กำลังดำเนินเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่

สายตา รับฟัง 
2011 / Experimental / Sound / Color / 10 mins
เรื่องย่อ
วีดีโอทดลองนําเรื่องเล่าในเชิง โฆษณาชวนเชื่อ ในด้านตำนานในเชิง สมุติเทพด้วยน้ำเสียงที่ชวน เคลิบเคลิ้ม มาบิดและผสมใหม่ ด้วยภาพและเสียงที่รบกวนการรับรู้ทางโสตประสาท

AURORA PRIMARY
2012 / sound / color / 20 mins
เรื่องย่อ
AURORA is the atmospheric phenomenon found in nature. For centuries in the past, people had perceived this particular kind of light with appall and fright until human beings were able to form an explanation of its existence, thanks to atomic and particle measurement.
Long time ago, the aurora was regarded as the recollection of the deceased. It signified the breath which lasted eternally, spanning from the past to the present and the future.
AURORA PRIMARY explores “The foundation of birth, living and death; of past, present, and future” for which three primary colors “blue, yellow and red” will stand. When three colors mutually overlap, the multitude shades of brand new colors would emerge.
This piece is dedicated to the beloved who will shape the future which derives from the pure affection collected in the past that reaches its finale in the present.

หลิกโห่มหมาย ปางโหลง 
2012 / Documentary / Sound / Color / 23 Mins
เรื่องย่อ
เอ็ม เดือน และโม 3 หนุ่มสาวชาวไต เดินทางหนีภัยสงครามเข้ามาอยู่อาศัยและหาท­ำงานในกรุงเทพฯมานานนับปี จนสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของเมือ­งและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมการทำงานในกรุงเ­ทพ พวกเขามีความหวังว่าเมื่อสั่งสมประสบการณ์­และความรู้ในเมืองใหญ่แห่งนี้จนพร้อมแล้ว วันหนึ่งจะได้กลับไป..ทำบางอย่าง..เพื่อบ้­านเกิดของตนเอง

********************************************

ประวัติ นนทวัฒน์ นำเบญจพล

นนทวัฒน์ นำเบญจพล นักทำภาพเคลื่อนไหวที่สนใจงานที่พูดถึงเรื่อง “พื้นที่” ที่มีผลงานทั้งด้านสารคดีทั้งสั้นและยาว งานวิดิโอทดลองมากมาย ที่ได้รับเชิญไปฉายตามเทศกาลต่างๆ มาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับในปีนี้ “ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง” ได้ฉายที่เทศกาลหนังเบอร์ลินเมื่อต้นปีและกลับมาฉายในแบบจำกัดโรงในประเทศไทย หลังจากได้รับเงินทุนสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ มากมาย รวมไปถึง “สายน้ำติดเชื่อ” ที่พึ่งได้รับรางวัล Special Mention ที่เทศกาลโลการ์โน่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ตะลุย ‘เทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 17’ + My works in the 17th Marathon Short Film (2013)

ตะลุย ‘เทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 17’ 
22 ส.ค. – 1 ก.ย. ณ หอศิลป์ กทม.

The 17th Thai Short Film & Video Festival : Opening Ceremony
22 / 8 / 13

เรียงลำดับตามความประทับใจมาก>น้อย LoL

1. Jury (Kim Dong Ho/South Korea)
“กล้า บ้าบ้าบิ่น อิสระที่จะคิด ที่จะทำ ไม่กลัวผิด ไม่ติดอยู่ในกรอบใดกรอบหนึ่ง…” [innerจากคุณป้าแสนดี]

2. กะเทยเป็นเหตุ (กลุ่มพนักงานธนาคารมณฑล/Thailand)
กันมิมีอะไรจะพูด หญิงเทียมสวยมาตั้งแต่50กว่าปีที่แล้วจิงงคับพี่มดx สัณห์ชัย ไม่เอารัฐประหาร

3. Oh Sheep! (Gottfried Mentor/Germany)
มาดูเรื่องนี้แทน Kick-Ass II กันเต๊อะ สะใจกว่าเยอะเบยย

4. Three of Us (Umesh Kulkarni/India)
ซีนเท้าชายพิการลูบหน้าเด็ก แบบว่า .. ….

5. Fifteen Years (Liliana Torres/Mexico)
ออ สิบห้าปีมันลำบากอย่างนี้นิเอง

ps.ฟามจิงก้ชอบทุกเรื่องนะ /อิ.

Thai Digital Forum 4
24 / 8 / 13

ทวาทศมาส แปลว่า สิบสองเดือน เป็นวรรณกรรมไทยสมัยอยุธยา แต่งด้วยโคลงดั้นวิวิธมาลี ทำนองนิราศความพิศวาสเป็นอย่างเอกเรื่องหนึ่ง เข้าใจว่าจะมีหลายท่านนิพนธ์..
และ
เป็นหนังสารคดียาว 3ชม.42นาที ตามเก็บภาพชีวิตผู้คน พิธีกรรมต่างๆ จากวัฒนธรรมผีมาสู่ศาสนา พราหมณ์-พุทธ-คริสต์ และการอยู่ร่วมกันของทั้งสามความเชื่อหลักในหลายจังหวัดทั่วราชอาณาจักรจนครบรอบปี ที่ได้ใช้ความอึดส่วนตัวนั่งดูแต่ต้นจนจบ & รู้สึกว่าคนทำพลังช่างล้นเหลือจริงๆ.. นอกจากถ่าย+ตัดต่อเองแว้ว ยังต้องไปทำความรู้จัก-ตีสินิท-คลุกคลี-อิงอาศัย-ปรับสภาพ-สร้างความคุ้นเคยเพื่อเข้ากับคน/ชุมชนนั้นๆให้มากที่สุดก่อนถ่ายด้วย เลยกว่าจะได้ออกมาสักเหตุการณ์นึงที่เห็นในหนังอย่างใกล่ชิดคงใช้เวลา+ยากลำบากน่าดู
….
หนังเรื่อยๆมาเรียงๆแต่ภาพสวย+ดนตรีประกอบเพราะจุงง
/อิ.
Thawathosamat @Thai Short Film & Video Festival
http://youtu.be/drahYKvgHa4

Thai Digital Forum 2
25 / 8 / 13

마지막 사람 / Before Sunset / 2013 / 37 min. / ศุภฤกษ์ ศิลารังษี, อัจฉรียา จัตุพร (นิเทศ จุฬา) “A”

เฮ๊ย! เรื่องในหนังนี่มันชีวิตจริงเราเลยนี่หว่า 555+ คือก็เคยคิดจะทำหนังแนวนี้นะแต่ยังไม่มีโอกาสสักที..

การแสดงของสองนักแสดงนำดูไหลลื่นและเป็นธรรมชาติ แสดงเหมือนไม่แสดง ประดุจเล่นเป็นตัวเอง เหมาะสมกับบทที่ได้รับเป็นที่สุด .. ชมฝ่าย Casting

เรื่องการลำดับภาพอาจมีขัดใจนิดหน่อยตรงระหว่างฉากที่ทิ้งช่วงจอดำนานไป แต่เข้าใจว่าเพื่อเปลี่ยนเหตุการณ์/อารมณ์หนัง

มีฉากนึงย้อนไปตอนพระเอกอยู่ปี 2 ตอนที่เจอนางเอกอยู่ปี 2 ฉากนี้มีตัวประกอบเยอะ productionใหญ่ขึ้นมากว่าหนังสั้นทั่วไปหน่อย แต่ก็เอาอยู่.. เห็นได้ถึงความตั้งใจของคนทำและทีมงาน

เป็นหนัง(แอบ)รักของเด็กมหาลัยที่ดูเพลินๆแต่อินเอาเรื่อง plot นึกถึงหนังในดวงใจอย่าง (500) Days of Summer (2009) ตะหงิด ๆ แล้วก็จบแบบให้ความหวัง กับชายหนุ่มที่รอคอยหญิงสาวที่แอบรักมานานหลายปี แต่เมื่อเธอคิดว่าเขาไม่ใช่ตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะ 4 ปีทั้งคู่ กิน-นอน-เที่ยว-ทำงาน ในฐานะเพื่อนที่สนิท(มาก)มาโดยตลอด  หากแต่วันหนึ่งข้างหน้า เธอจะคิดว่าเขาเป็นคนที่ใช่หรือไม่ อันนี้ก็น่าติดตาม

ปล.ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษทำให้นึกถึงหนังฝรั่งชื่อเดียวกันที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของชายหญิงคู่หนึ่งในช่วงระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังสั้นเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า

Friends Shift / 2013 / 37 min / บุญฤทธิ์ เวียงนนท์ (ICT ศิลปากร) “B”

สิ่งที่โดดเด้งของจุลนิพนธ์หรือprojectจบของเด็กเรียนหนังม.ศิลปากรเรื่องนี้คือ ทุกอย่างดูสมจริง และผู้ชมรู้สึกใกล้ชิดตัวละครมาก เพราะการถ่ายภาพแบบแฮนด์เฮลด์ทั้งเรื่อง (ผู้กำกับบอกตอน Q&A ว่าเดิมทีจะทำหนังบู๊แอ็คชั่นสไตล์ Cloverfield .. ป๊าด!) และบทที่ได้คุณอมรา แผ่นดินทอง (คนเขียนบทหนังหลายเรื่องของ GTH) เป็นที่ปรึกษา ทำให้หนังแนว ‘แอบรักเพื่อน’ เรื่องนี้ แม้จะมีประเด็นที่นำเสนอเหมือนเรื่องก่อนหน้า (หรืออีกหลาย ๆ เรื่อง ที่ตอนนี้กำลังเป็นเทรนด์ของนักเรียนหนังหลายสถาบัน) ทว่ากลับแตกต่าง ตรงที่เล่าเรื่องหลายคู่ หลายเหตุการณ์ เน้นอารมณ์ดราม่า

ขอติเรื่องเสียงที่เหมือนดังออกไปทางลำโพงซ้ายมากกว่า และการถ่ายทำในทีมืด – ร้านอาหาร – ฉากกลางคืน ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร และการพูดของนักแสดงดูงึมงำ เหมือนคุยกันในลำคอ แต่ก็เป็นธรรมชาติดี (บางคนแอบเล่นเว่อร์ไปหน่อย)

บทสรุปปลายเปิด จบลงแบบกลุ่มเพื่อนส่อแววไปในทางฉิบหายมากกว่า .. ถ้าเทียบกับ Before Sunset สำหรับเรา ชอบเรื่องแรกมากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้ไม่ดีแต่ประการใด ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลครับ


(ผู้กำกับ ‘บุญฤทธิ์ เวียงนนท์’ นั่งตรงกลาง)

Queer
27 / 8 /13


                    หกโมงครึ่ง 27 สิงหา หน้าหอศิลป์กทม.

Queer : เร็ว! เวลามีจำกัด ขอ 3 พยางค์

คณะพนักงานธนาคารมณฑล : ขำขำไป / กะเทยเป็นเหตุ (A)
Victor Lindgren : เอากันเห๊อะ / Undress Me (A)
Marcelo Caetano : ไข่คนดำ ^^ / By Your Side (B+)
Margot Reumont : ล้ำชอบกล / If I were a Man (B+)
Adrien Kuenzy : กูสับสน / The Friend (B)
Jenifer Malmqvist : จนหมดลม.. / On Suffocation (B)
Reetta Aalto : เอ๊ะอีนี่! / Guardian Angel (C+)
Maria Jose San Martin : ไรวะป้า? / Gleisdreieck (C+)

ทุกคน : นี่เมิงจะรีบไปไหนวะ สาดดด

Queer : ว่างๆ ก้อเลยจะมาหาไรใส่หัวไงครับ.. เลิกแร้วต้องรีบกลับบ้าน พรุ่งนี้มีMasterclassของพี่Umesh Kulkarniด้วยง่ะ

คณะพนักงานธนาคารมณฑล : แล้ว?

Queer : เทศกาลหนังสั้นครั้งที่สิบเจ็ดยังมีหนังสั้นดีๆ สรรหาจากหลายหลืบโลกมาให้ทุกคนชมถึงวันที่ 1 กันยานี้นะคะ

Reetta Aalto : (มองค้อน)

Queer : ไปละย่ะ เช๊อะ! (สะบัดหน้า จากไป)

Maria Jose San Martin : ฮ่วย!!

Jenifer Malmqvist : ปัลหลาด

Marcelo Caetano : Gender Does Matter?!? (จ๊วบบบ xxx)

– UNCENSOR –
……………………………………………………………..

18.45 Queer : Gender Does Matter? (106 min.)

กะเทยเป็นเหตุ / Thailand / 1955 / 10 min. / คณะพนักงานธนาคารมณฑล
Marja-Sisko / Guardian Angel /Finland / 2010/ 20 min./Reetta Aalto
Si J’ Etais Un Homme / If I were a Man / Belgium / 2012 / 5 min./Margot Reumont
On Suffocation / Sweden / 2012 / 7 min. / Jenifer Malmqvist
L’ami / The Friend / Switzerland / 2010 / 19 min. / Adrien Kuenzy
Gleisdreieck / Chile / 2012 / 9 min. / Maria Jose San Martin
Na Sua Companhia / By Your Side /Brazil / 2012 / 21 min./
Marcelo Caetano
Ta Av Mig / Undress Me / Sweden / 2013 / 15 min. / Victor Lindgren
#Thai Short Film & Video Festival #Thai Film Archive

International Competition 3
29 / 8 /13

(กรุณาคลิกที่ชื่อโปรแกรมภาพยนตร์สั้นเพื่อดูวิดีโอ)

ขอมอบบทเพลงประกอบให้หนังสั้นที่ดูวันนี้จ่ะ
(เรียงจากฟินมาก > น้อย)

Zebu of Dadilahy / Madagascar / Luck Ambinintsoa Razanajaona
..ลืมตัวเพราะว่าทำงาน ทำงานจนเกิดลืมตัว
ทำงานยิ่งกว่าเป็นวัว วัวพันปีดึกดำบรรพ์..
[วัวลืมตัว, อัสนี วสันต์]

Undress Me / Sweden / Victor Lindgren
..ถอด ต้องถอด ต้องถอด แค่ดูข้างนอกไม่รู้ มันต้องดู ดูข้างใน
ถอด ให้หมด ให้หมด ถ้าคิดจะรักกันแล้ว มันต้องดูถึงหัวใจ..
[หน้ากาก, โดม ปกรณ์]

The Date / Ukraine / Yevhen Matviyenko
..ฉันเหมือนคนไม่มีกำลังและหมดแรงจะยืนจะลุกจะเดินไป
ฉันเหมือนคนกำลังจะตาย ที่ขาดอากาศจะหายใจ
ฉันเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลัง แล้วมันทะลุถึงหัวใจ
เธอจะให้ฉันมีชีวิตต่อไปอย่างไร
ไม่มีอีกแล้ว กับเธอ ไม่มีเหลือสักอย่าง อยากตาย..
[แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ, อ๊อฟ ปองศักดิ์]

Amateur Filmmaker / Belarus / Volha Dashuk
..วันเปลี่ยนและหมุนไป แต่ใจยังเป็นเมื่อวาน
ทุกทุกอย่างในทุกวัน ยังเป็นเธอทุกลมหายใจที่เข้าออก..
[จากวันที่เธอไม่อยู่, พาย]

After The Winter / France, Taiwan, Singapore / Jow Zhi Wei
..ผ่านลมหนาว จะกี่คราวก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีใครให้ใจอุ่น
อยากจะหา คนที่ทำให้ใจสมดุลย์ แต่ไม่เคยสมหวังสักที..
[ลมหนาว, ที ฟอร์ ทรี]

Bandage / Iran / Omid Abdollahi
..ใจของฉันเป็นของเธอ ไม่ว่านานเท่าไร และมันจะเป็นของเธอตลอดไป
ใจของฉันมันเป็นของเธอ คนเดียวทั้งใจ จะรอเธอรักเธอจนตาย ใจเอย..
[ใจฉันเป็นของเธอ, บอย พีซเมกเกอร์]

คนที่ดู ลองไปหาฟังนะ เผื่อจะอินบั้งไรบั้ง
อิ.

ช้างเผือกพิเศษ l Look at Me, I’m Ok l รัตน์ 2
31 / 8 / 13

สามโปรแกรม
สามหนังสั้น
สามความประทับใจ
(ในวันนี้)

1.ช้างเผือกพิเศษ
Love rice / สุรวงศ์ ศรีงาม / ม.4 เจริญศิลป์ศึกษา โพธิ์คำอนสรณ์
วัยรุ่นสาว ท้องนา พึ่งพากัน
http://youtu.be/KOCllAilCWk

2.Look at Me, I’m Ok
My Sweetheart / Daniel Metge / France
ออทิสติก ปลัดขิก จิตว้าวุ่น

3.รัตน์ II
The Age of Anxiety / ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ / Thailand
คนจังไร รอ๑๐อยู่ไหน กูดูอะไร

+มีอีกสอง มอบความสนุกให้ ได้ความอัศจรรย์!

La double vie de Maniejan / พี่อุ้ย
ภาษาสาด ประวัติศาสตร์ สั่นประสาท

ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง / พี่เข้
ป้าแก่ แม่ไก่ ไขข้อเสื่อม

ปยุต l Clermont 2
1 / 9 / 13

08

สองโปรแกรมวันสุดท้ายของเทศกาลหนังสั้น Thai Short Film & Video Festival#17 ชอบสี่เรื่องครับ

*ปยุต (animation)
The Closed Door / ศิริพร มณีวรรณ – ดูแล้วนึกถึงวัยเยาว์
หนูนุ้ย / จรรยา เหตะโยธิน – ดูแล้วอยากเล่นวิ่งไล่จับ

*Clermont 2 (หนังสั้นต่างประเทศ)
Penny Dreadful / USA / Shane Atkinson – ดูแล้วอยากฆ่าเด็ก
Una furtiva lagrima / USA / Carlo Vogele – ดูแล้วเลิกกินปลา
>> http://youtu.be/RkMU_25PUXs

ไม่ได้ดู Anacos จากสเปน เสียดายจุง T-T

ถ้าใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ ต้องขอขอบคุณที่ติดตามนะครับ

…………………………………………………………….

จากการที่ไปดูหนังสั้นในเทศกาลเกือบทุกวัน ทำให้รู้ว่าหนังสั้นดี ๆ เป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา กูทำอะไรอยู่วะ?!?! คือการที่เราเอาสิ่งที่ถ่ายได้ทั้งแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดีมาลำดับภาพเพื่อเล่าเรื่องใหม่ในสไตล์ตัวเอง มันโอเคในแง่ความเป็นธรรมชาติ แสดงเหมือนไม่แสดง แต่กลวิธีการสื่อสารยังไม่แรงพอ ความคิดและสิ่งที่ต้องการจะสื่อยังไม่คมและชัดเจนมากพอ ก็เอาส่งไปโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ดี จึงไม่แปลกที่ส่งหนังสั้นไป 10 เรื่อง และไม่ผ่านเข้ารอบเลยสักเรื่อง! ซึ่งเราคิดว่าการทำงานแบบนี้เราจะยุติลงแต่เพียงเท่านี้ เพราะปริมาณไม่สำคัญเท่ากับคุณภาพ, จำนวนไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าหนังจะดี ไม่ดี ขึ้นอยู่กับตัวหนังเองต่างหาก

ก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่สละเวลามาดูหนังสั้นผมในรอบมาราธอน และให้คำแนะนำดี ๆ เพื่อเอาไปขบคิดมากมาย  … ปีหน้ารอติดตามงานคุณภาพจาก Streamline Film กับ ‘I love you more than you’ll ever know’ นะครับ / แล้วเจอกัน!

…………………………………………………………….

My works in the 17th Marathon Short Film 

5012 A.D.
http://youtu.be/sYxYWEt0fG0

ASIATIQUE dans mes souvenirs
https://vimeo.com/58691020

Employees Leaving the MSN Training Factory
http://youtu.be/w_JTVRyGLCw

I love you more than you’ll ever know (MV & Teaser)
MV – http://youtu.be/Elz260zUwrU
Teaser – http://youtu.be/3XahOjO683o

Nuit de Olivier
http://youtu.be/dp2jrEGk8ZM

กู้โลภ
http://youtu.be/W3HuW1jpqIA

ฉันผิดจริงหรือ?
http://youtu.be/WMZiL6PC-Gs
Details – https://www.facebook.com/photo.php?fbid=3412892540413&set=a.3412875819995.110944.1813023038&type=3&theater

ชีวัน
http://youtu.be/uQMX5I4OhzQ

สงบ
http://youtu.be/VasRvkJt7M0

สองแถวความฝัน 2009-2012 (Project Version)
http://youtu.be/pyJOv7dLJzw

เนื่องด้วยหนังสั้น/สารคดีของผม 10 เรื่องได้ฉายให้ชมฟรีในงานหนังสั้นมาราธอนครั้งที่ 17 ณ ห้องภาพยนตรสถาน (FA Cinemateque) ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 – 28 ก.ค. ที่ผ่านมา ก็มีผู้สนใจไปชมประมาณหนึ่ง และได้รับcommentดีดีตอบกลับมาด้วย 😉 สำหรับผู้ที่พลาด คลิกดูหนังได้ที่ลิงค์ด้านบนโลด!

ขอขอบคุณผู้ชมทุกท่านสำหรับการติดตามผลงาน และพลังใจที่ส่งมาให้นะครับ

ด้วยมิตรภาพ
ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ

Soul Moment (2007)

SOuL MOmeNT

ในช่วงบ่ายฤดูร้อน มีนักเรียนวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนัดกันมาทำรายงานที่โรงเรียนในช่วงปิดเทอม ซึ่งโรงเรียนในยามนี้มีเด็กนักเรียนเข้ามานั่งเล่น ทำงาน หรือเล่นกีฬาอยู่ตลอดแต่ด้วยจำนวนที่บางตาและรวมกันอยู่เป็นกลุ่มๆ เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ประกอบด้วย แอน แจ็ค และเพื่อนๆของแอน…แพรกับตูน หลังจากที่ก้าวพ้นประตูโรงเรียนมาได้ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มมองหาที่นั่งที่อากาศดีและไม่ร้อนจนเกินไป การเดินของพวกเขามีพูดคุย หยอกล้อกันไปเรื่อยทำให้รู้ได้ว่าทุกคนสนิทสนมกันมานานแล้ว

ไม่นานพวกเขาก็เดินมาหยุดที่โต๊ะไม้ตัวหนึ่งใต้อาคารเรียน ที่นั่นเด็กเป็นกลุ่มๆนั่งทำงานหรือพูดคุยกันอยู่แล้ว ทันทีพวกเขานั่งลง แอนก็เปิดวงสนทนาทันที เธอถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของเพื่อนๆด้วยความคิดถึงแม้เพิ่งจะห่างกันไปได้ไม่ถึงเดือนก็ตาม รวมถึงแจ็ค แฟนหนุ่มของเธอด้วย แจ็ค…ผู้ซึ่งบ้ากีฬาขนาดหนักจนได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียน และมีบุคลิกที่ทั้งห้าว ก้าวร้าว และเกเร แถมไม่สนใจคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงได้ชอบเขาขนาดนั้น แต่ด้วยนิสัยอันธพาลหัวโจกนี้แหละ ทำให้นานวันเธอกลับรักเขาขนาดหนักจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยก็ว่าได้ จนเวลาผ่านไปร่วมครึงชั่วโมง สาวๆก็ยังจ้อไม่หยุด แจ็คเริ่มรำคาญและหมดความอดทนกับเรื่องไร้สาระนี้จึงตะโกนตัดบทขึ้นเป็นการปิดวงสนทนาและบอกให้แอนและเพื่อนๆของเธอเริ่มลงมือทำงานสักที ทั้งหมดจึงได้หยุดการพูดคุยและเริ่มลงมือทำงานทันที

ผ่านไปครู่หนึ่ง มีลมจากไหนไม่รู้พัดผ่านแนวโต๊ะบริเวณนั้นอย่างแรง ทำให้เศษกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าแอนปลิวไปตามสายลมร่วงสู่พื้นอย่างช้าๆ จนเมื่อสายลมนั้นสงบลง แอนจึงลุกจากโต๊ะเดินไปเก็บมัน แต่ในขณะนั้นเองมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่าวิน เดินผ่านมาพอดี วินเห็นเศษกระดาษปลิวมาตกลงตรงหน้าพอดี เขาจึงก้มลงเก็บพอดีกับในจังหวะที่แอนเดินมาถึง วินเงยหน้าพร้อมกับยืนขึ้นก่อนจะส่งกระดาษให้เธอ …เขาส่งยิ้มให้แธอ เธอยิ้มตอบ ทั้งสองสบตากัน… ก่อนที่แอนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม

เวลาของเด็กหนุ่มเหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ วินเดินใจลอยไปถึงโต๊ะซึ่งถัดจากโต๊ะของแอนมาสองสามตัว จนเมื่อเขาเดินมาถึง เพื่อนๆของวิน อันได้แก่เจี๊ยบและอาร์มจึงเอ่ยถามสาเหตุที่ทำให้เขาใจลอยด้วยความสงสัย เมื่อความจริงถูกเฉลยจากปากวินถึงสาเหตุที่เขารู้สึกชอบเด็กสาวที่ได้เก็บกระดาษให้เมื่อครู่นี้ทันทีที่ได้พบ เจี๊ยบก็ขัดทันทีเพราะเขารู้จักกับเธอและรู้ว่าแอนมีคนมาจีบเยอะ…เธอเป็นคนที่สวย น่ารักคนหนึ่ง กว่าจะจีบได้คงลำบากและคงจะเข้าไปถึงตัวยากอย่างแน่นอน และที่สำคัญเธอก็มีแฟนที่เธอรักมากและคบกันมานานอยู่แล้วด้วย วิน นิ่ง…ไม่พูดอะไร ได้แต่รับฟังเพื่อนๆ (อย่างไรก็ตาม เขาจะลองดูสักครั้ง เธอจะเป็นแฟนคนแรกในชีวิตของเขาได้หรือไม่?) เมื่อวินกับเพื่อนๆลุกขึ้นไป หารู้ไม่ว่าที่โต๊ะข้างๆ ดอน…เด็กหนุ่มที่ตามแอนมาห่างๆตั้งแต่เธอเดินเข้าประตูโรงเรียนมาและได้นั่งจ้องเธอมาตลอด กลับเริ่มรู้สึกจิตใจว้าวุ่น …เขาลังเล ไม่กล้าเข้าไปทักในขณะที่แฟนและเพื่อนๆของเธอนั่งอยู่เต็มโต๊ะ

แต่ละวันผ่านไป วินขอคำปรึกษากับเพื่อนรักทั้งสอง เจี๊ยบและอาร์มก็ได้สลับกันบอกทั้งเทคนิคและวิธีจีบฯให้เขา วินเป็นคนซื่อและไม่เคยจีบผู้หญิงมาก่อนจึงไม่รู้การวางตัว และเพราะความช่วยเหลือจากเพื่อนๆทำให้สืบรู้ว่าแอนเข้ามาทำงานกับกลุ่มเพื่อนๆทุกจันทร์ พุธ ศุกร์ วินจึงตั้งใจมาดักเจอแอนตอนเช้า ในวันที่แอนมาถึงก่อนแจ็คและเพื่อนๆ

…บางครั้งวินก็เสนอกับเจี๊ยบและอาร์มให้เลือกโต๊ะนั่งทำงานใกล้ๆกับแอน แม้เธอจะไม่รู้ตัว แต่การได้แอบมองและรู้สึกว่ามีคนรักอยู่ใกล้เช่นนี้ก็มีความสุขแล้ว… ยังไงก็แล้วแต่ ดอนยังคงมุ่งมั่นต่อไปในการคอยโอกาสเหมาะที่จะเข้าไปคุยกับแอนในขณะที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับเธอเช่นกัน

จนเมื่อสบโอกาสเหมาะ แอนนั่งอยู่คนเดียว วินเลยเดินเข้าไปแนะนำตัวและพูดคุย จนทำให้ดอนถึงกับเคืองอย่างมากเพราะวินเข้าไปหาเธอในจังหวะที่เขาเองก็กำลังจะลุกไปพอดี

…วันหนึ่งเมื่อโอกาสของดอนมาถึง เขาจึงเข้าไปหาแอนเพื่อแสดงตัวและนัดเธอให้ไปทานเข้ากับเขาในวันรุ่งขึ้น

เพราะหลายวันที่ผ่านมา ทุกวันที่แอนเข้าโรงเรียนมักจะได้คุยกับวินเสมอ ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจึงเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆในเวลาต่อมา

…เมื่อเวลาพักกลางวันของวันรุ่งขึ้นมาถึง ดอนจึงได้กินข้าวกับแอนพลางแนะนำตัวและพูดคุยกันอย่างออกรส แต่ปรากฎว่าแจ็คเดินมาเห็นพอดีจึงรีบวิ่งเข้าไปลากตัวดอนออกมาทันทีก่อนที่จะกล่าวตักเตือน เขาบอกว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เห็นดอนอยู่กับแอนอีก ได้มีเรื่องแน่! จากนั้นจึงปล่อยดอนไปด้วยสายตาที่อาฆาต ทางด้านดอน ใช่ว่าเขาจะกลัวแต่ที่หือไม่ได้แต่เป็นเพราะเขาตัวคนเดียว ไม่มีพรรคพวกนั่นเอง เมื่อดอนเดินไปไกลลับตา แจ็คหันมาทางแอนก่อนที่จะเข้ามานั่งคุย

…เช้าวันหนึ่ง วินตั้งใจมาดักเจอแอนตามปกติ แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อพบว่ามีเด็กหนุ่มที่ไหนไม่รู้เดินมาคู่กับเธอ (เด็กหนุ่มคนนั้นอาจมาดักเจอแอนเหมือนกับเขาก็ได้) พร้อมกำลังยื่นช่อดอกไม้ให้เธอในขณะที่กำลังเดินผ่านหน้าเขาพอดี วินรู้สึกเจ็บใจตัวเองที่ปล่อยโอกาสให้ใครก็ไม่รู้เข้ามาหาแอนได้ …ด้วยความโกรธ ไม่นานเขาก็สืบจนรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นมีชื่อว่าดอน เขาจึงเตรียมวางแผนที่จะเล่นงานดอนทันที!

…หลายวันผ่านไป หลังจากที่รู้ว่าวันไหนแจ็คไม่ได้มากับเธอ วินก็จะแอบเพื่อนๆไปนั่งทำงานให้แอนและเพื่อนๆเธอในอยู่เสมอ ฝ่ายตูนกับแพรก็ห้ามๆ เชิงเตือน แต่แอนก็บอกว่าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น แต่ความจริงแล้วในในเธอก็มีความรู้สึกดีๆเกิดขึ้น …ทว่าในใจของวิน แอนคือคนที่…ใช่เลย!

ในวันที่วินเดินกลับบ้านกับแอน ขณะเดินอยู่เขาบอกเธอว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งจะพาไป …ไม่นานทั้งสองก็มาถึงที่สระว่ายน้ำบนคอนโดฯแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งมีความสงบ ร่มรื่น และมีทิวทัศน์ที่สวยงามเมื่อมองลงไปยังเบื้องล่างจากชั้นนั้น วินบอกกับแอนว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่เขาชอบมาเวลามีเรื่องทุกข์หรือกังวลใจเพื่อหาความสงบให้กับชีวิต หรือบางวันเขาจะมาเพื่อนั่งคิดทบทวนเรื่องต่างๆเพื่อหาคำตอบอีกด้วย แอนรับฟังก่อนจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าตามคำชวนของวิน เขายังบอกกับเธอว่า เวลาที่เขามีเรื่องไม่สบายใจเขามักจะมองขึ้นไปบนฟ้าและพูดกับมัน …จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ทั้งวินและแอนต่างก็รู้สึกมีความสุขมากที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ดีๆให้แก่กัน

จนมาวันหนึ่งวินตั้งใจจะเดินเอาของไปให้แอนที่โรงเรียน เมื่อเดินไปใกล้จะถึงในระยะที่มองเห็นกลุ่มของเธอ เขาเห็นดอนกับแอนนั่งคุยเล่นกันอยู่ วินกลับรีบหลบหลังเสาทันที(ในจังหวะที่แอนคุยกับดอนอยู่แล้วหันมาทางวินพอดี) พลางมองดูของในมือ …เขารู้สึกโกรธสุดขีด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาไม่อยากให้แอนต้องลำบากใจ วินคิดแล้วเดินจากไป… แต่ทว่าโชคร้ายที่แจ็คเดินมาพบดอนอยู่กับแอนเข้าอีก เขารู้สึกเลือดขึ้นหน้าและถึงกับตรงเข้าไปชกดอนทันที (แอนร้องกรี๊ด และตรงเข้าไปผลักแจ็คพร้อมบอกให้เขาหยุดแต่เพราะความแข็งแรงเขาก็จับเธอผลักออกไปอย่างง่ายดาย และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่จะชกต่อ…) ด้วยความเร็วของแจ็ค ดอนจึงหลบไม่ทัน แต่เขาก็ไม่ได้เจ็บมากมายนักจึงตั้งท่าสู้ เขาแลกหมัดกับแจ็คไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ถึงกับนอนหงาย เพราะแจ็คใส่หมัดไม่ยั้งด้วยความโกรธ (ในเวลาต่อมาคนแห่กันมามุงดูมากมาย) แจ็คตะโกนด่าดอนเสียๆหายๆด้วยเสียงที่ดังปกติ วินเดินกลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี แต่ไม่ได้ห้าม เขาได้แต่ยืนมองไกลๆด้วยความดีใจลึกๆ …บัดนี้ดอนกำลังลุกขึ้นจากพื้นในสภาพที่มีเลือดไหลออกมาเปรอะทั่วร่างกาย เขาเดินออกไปพร้อมเสียงด่าและเสียงประนามของแจ็ค ในขณะที่แอนก็ตะโกนบอกให้เขาหยุดสักที …จนเมื่อดอนเดินออกไปไกล แจ็คจึงหันมาต่อว่าเธอทันที (ต่อหน้าคนที่มุงดูเหตุการณ์) ก่อนจะลากเธอไปคุยกันตามลำพัง

บ่ายวันหนึ่งที่บ้านของแอน พ่อ แม่ และเธอนั่งดูโทรทัศน์กันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ก่อนที่พ่อจะขอตัวเข้าไปนอนด้วยความเพลียจากการทำงานที่กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ดึกดื่น

เมื่อพ่อของเธอเข้าไปนอนได้สักพัก แอนก็คิดปรึกษาแม่เรื่องแฟนของเธอ(แจ็ค)อีกครั้ง แต่ทันทีที่เอ่ยว่าจะพาแจ็คเข้าบ้านมาให้แม่รู้จักตามคำขอร้องของเขา ปรากฎว่าแม่ก็เริ่มโวยวายทันทีที่เธอยังพูดไม่จบ จนเมื่อแอนเริ่มย้ำเจตนาเดิมของเธอซ้ำไปซ้ำมา แม่ก็เริ่มหงุดหงิดและเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปครู่หนึ่งอารมณ์ของทั้งแอนและแม่ก็มาถึงจุดขีดสุดเพราะไม่มีใครยอมใคร แอนเริ่มตวาดแม่ ส่วนแม่ก็เริ่มใช้ถ้อยคำรุนแรงที่ทำร้ายจิตใจเธอได้อย่างง่ายดาย เมื่อแอนทนไม่ไหวและขู่จะหนีออกจากบ้าน แม่ของเธอจึงบอกให้ออกไปเลย แล้วอย่ากลับมาอีก …ด้วยความน้อยใจและโกรธสุดขีด เธอถึงกับวิ่งออกไปจากบ้านในขณะนั้นด้วยน้ำตาที่ไหลมาอย่างไม่ทีท่าว่าจะหยุด เมื่อแอนออกไปได้สักพักทั้งตัวและมือไม้ของแม่แอนก็เริ่มสั่นบ่งบอกถึงความรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งทำลงไปถูกต้องหรอไม่ ทางด้านพ่อของแอนกลับหลับสนิททำให้ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย

…ส่วนแอนหลังออกจากบ้านมา เธอเดินไปเรื่อยเปื่อย ไร้ซึ่งจุดหมายพลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ แต่ไม่นานแอนก็นึกขึ้นได้ เธอจึงรีบกดโทรศัพท์ตามวินให้ขี่มอเตอร์ไซด์มารับเธอและพาหนีไป …จะไปที่ไหนก็ได้ แต่ขอให้ไปไกลๆจากบ้านเพราะเธอไม่คิดจะกลับมาอีกแล้ว ตอนแรกแจ็คไม่เห็นด้วยและบอกว่าสิ่งที่เธอทำนั้นไม่ถูก แต่เมื่อแอนรบเร้าเขามากๆ แจ็คก็ถึงกลับใจอ่อนและยอมมารับเธอ …ที่ลานร้างตรงข้ามโรงเรียนฝั่งประตูเล็ก แอนมายืนคอยแจ็คด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นและสับสน สักพักแจ็คก็มาถึงพร้อมกับมอเตอร์ไซด์ ก่อนที่แอนจะนั่งเขาถามเธอว่าแน่ใจแล้วหรือกับสิ่งที่ทำ เธอตอบว่าแน่ใจ มอเตอร์ไซด์จึงออกตัวทันทีที่แอนขึ้นซ้อน พอดีกับที่วินและเพื่อนๆเดินสวนจะเข้าโรงเรียนมาพอดี เมื่อเห็นเข้า วินก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้เก็บไปคิดอย่างไร

2-3วันผ่านไป วินชักเริ่มเอะใจและเริ่มอยากรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองสงสัยนี้จะถูกต้องหรือไม่ เขาจึงออกตามหาแพรกับตูน และเมื่อได้พบกับพวกเธอ เขาจึงถามว่าแอนหายไปไหน ทางด้านตูนกับแพรที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอก็ยังไม่รู้ ซ้ำยังบอกอีกว่าโทรถามไปที่บ้าน แม่ของเธอก็บอกว่าไม่รู้เช่นกัน ว่าแล้ววินจึงเล่าให้แพรและตูนฟังเรื่องที่เขาเห็นแอนซ้อนมอเตอร์ไปกับแจ็ค เมื่อเล่าจบตูนก็ฟันธงเลยว่า…งานนี้หนีตามกันไป ชัวร์! เมื่อวินได้ยินดังนั้นก็เท่ากับเพิ่มความเชื่อมั่นว่าแอนหนีไปแล้วจริงๆ มันทำให้เขาถึงกับรู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที…

…หลายวันผ่านไป แม้ว่าเพื่อนๆจะชวนไปเล่นบาสฯเพื่อให้วินได้หยุดคิดถึงแอน แต่
วินกลับชู้ตทีสองทีก็เลิก ไม่ได้ตั้งใจเล่น และเพราะอาการใจลอยลูกบาสฯจึงไม่ลงแป้น ต่อมาเขาจึงไปนั่งข้างสนาม เฝ้าของให้เพื่อนๆพลางอดคิดถึงเธอไม่ได้เลย เพราะทุกวันที่ผ่านมานี้เขายังคงเฝ้ารอแอน ด้วยการไปที่สระว่ายน้ำบนคอนโดฯทุกวันด้วยความหวังลมๆแล้งๆเพียงเพราะความเชื่อว่า สักวันหนึ่งเธอจะต้องกลับมา

…จนเวลาได้ผ่านไปหลายสัปดาห์ เจี๊ยบกับอาร์มก็นัดวินมาทำงานที่โรงเรียนในวันหนึ่ง ที่โต๊ะแถวนั้นมีคนนั่งคนมากมาย (เต็มเกือบทุกโต๊ะ) เจี๊ยบกับอาร์มก็นั่งทำงานไป แต่วินนั่งเหม่อลอย เพื่อนๆดูออกว่าเขาซีดเซียวลงไป ใบหน้าหมองคล้ำ เหมือนกับคนไม่สบายใจอย่างหนัก และไม่ยอมกินข้าว เจี๊ยบกับอาร์มก็ได้พูดปลอบใจและให้กำลังใจวินมากเท่าที่พวกเขาจะทำได้ เพื่อให้วินรู้สึกดีขึ้น แต่ทว่าภายในใจของวินไม่ได้เป็นเช่นนั้น …ตอนนี้เขามีความรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ตัวคนเดียวในโลก รอคอยความรักที่สูญหาย กลับคืน……

1เดือนต่อมา ในช่วงเย็นที่วินมุ่งหน้ามายังสระว่ายน้ำตามปกติก่อนจะกลับบ้าน เมื่อลิฟท์ชั้น6เปิดออก เขาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบแอนขณะที่กำลังจะกระโดดตึกเพื่อฆ่าตัวตาย วินเห็นเข้าจึงไม่รอช้า เขารีบวิ่งไปคว้าตัวแอนด้วยความเร็วในจังหวะที่ทันท่วงทีก่อนแอนจะตกลงไปหากคว้าตัวไว้ช้ากว่านี้ แอนหันมามองและโผเข้ากอดทั้งน้ำตา หลังจากวินประคองแอนให้นั่งเพื่อที่จะพูดคุย วินก็เริ่มถามด้วยความสงสัยทันที เนื่องจากเห็นสภาพที่มอมแมมของเธอ เขาจึงถามว่าไปทำอะไรมา แอนจึงได้เล่าว่าไปเจออะไรมาบ้าง และยากลำบากแค่ไหน จนเมื่อนึกขึ้นได้ วินสงสัยว่าทำไมถึงคิดฆ่าตัวตาย ก่อนตอบ ปากของแอนเริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด เธอพูดพร้อมน้ำตาคลอ…เพราะแจ็คหายตัวไป (เธอไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน หลังจากที่เธอออกตามหาแล้วไม่พบ รวมทั้งได้รออยู่นานเขาก็ไม่ยอมกลับมา ทำให้แอนเชื่อว่าแจ็คต้องแอบหนีไปมีผู้หญิงอื่นอย่างแน่นอน) พูดจบเธอก็ร้องไห้อย่างหนัก วินปลอบด้วยคำพูดที่กลั่นกรองออกมาอย่างดี แต่เพียงชั่วครู่…แอนเกิดสลบไป วินเรียก…แอนยังนิ่ง….

เมื่อเธอลืมตา วินถามแอนว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่าคงไม่เป็นไร หน้ามืดไปเท่านั้นเอง …อย่าห่วง …เธอสบายดี …ไม่จำเป็นต้องพาไปหาหมอหรอก…เล็กน้อย…

เย็นวันนั้น ในขณะที่แจ็คกำลังเดินพาแอนไปส่งบ้าน เธอก็บอกถึงความรู้สึกไม่สบายใจและความรู้สึกผิดที่มีต่อแม่เมื่อคราวทะเลาะกันครั้งก่อน วินจึงเสนอว่าให้กลับไปขอโทษแม่และบอกกับแม่ว่ารู้สึกอย่างไร เขาเชื่อว่าแม่ของเธอคงอภัยและไม่คิดโกรธเธออย่างแน่นอน เพราะไม่มีแม่คนไหนที่ไม่รักลูกหรอก…

เมื่อถึงหน้าบ้าน วินบอกให้แอนเข้าไป ส่วนเขาจะยืนรออยู่ตรงนี้จนกว่าจะได้เห็นแอนเข้าบ้านแล้วเขาจึงค่อยกลับ …ยังไม่ทันที่แอนจะหมุนลูกบิดประตู แม่ก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดแอนทันทีด้วยน้ำตาแห่งความดีใจที่ในที่สุด แอนก็กลับมา จากนั้นแอนจึงเอ่ยขอโทษ แต่แม่กลับบอกว่าลืมให้มันไป เรื่องที่ผ่านไปแล้วไม่ต้องเก็บมาคิด และเธอยังโทษตัวเองอีกว่าเธอก็มีส่วนผิดด้วยเหมือนกัน ก่อนที่จะเสียเวลาปรับความเข้าใจนานไปกว่านี้ พ่อแอนก็เรียกให้แม่ ลูกเข้าบ้านมาได้แล้ว …เมื่อวินได้เห็นดังนั้น เขาจึงรู้สึกสบายใจจึงมุ่งหน้ากลับบ้านไปในที่สุด

จากนั้นเป็นต้นมา เนื่องจากแอนยังไม่หายจากความเศร้า และยังไม่เปิดรับใครทั้งสิ้นเพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะเริ้มต้นใหม่กับใคร เธอจึงปิดใจและปิดตัวเองในตอนนี้อยู่ แม้แต่ตูนกับแพร…เพื่อนสนิทก็ตาม แต่เพราะวิน… ในทุกครั้งที่เจอหน้าจะหาโอกาสมาเป็นเพื่อนคุยด้วยเสมอ หาโอกาสเหมาะๆเข้าไปปลอบเธอ ทุกที่ที่แอนไปจึงมีเขาไปด้วยเสมอ ไม่ว่าจะไปกินข้าว วินก็กินไปพร้อมกับชวนคุยไป

…วันหนึ่ง วินชวนแอนไปเล่นบาสฯเพื่อจะได้หาโอกาสอยู่ใกล้ๆเธอและเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เธอเศร้าหรือมัวแต่คิดเรื่องที่ผ่านมา วินอยากให้เธอปล่อยความรู้สึกนั้นทิ้งไปซะ …ปล่อยให้มันกลายเป็นอดีตไป …เขาและกาลเวลาจะทำหน้าที่รักษาเธอเอง

พักนี้วินสังเกตว่าดอนหายเงียบไปเลยตั้งแต่แอนกลับมา ทำไมเขาถึงไม่เห็นดอนในขณะที่แอนอยู่ในโรงเรียนนะ… เขาหายไปไหนกันแน่… วินอยากจะถามเรื่องนี้กับแอนเต็มแก่ แต่ทุกครั้งที่เจอหน้า เขาเลือกที่จะเก็บคำถามนี้ไว้เพื่อความสบายใจดีกว่า

…วันหนึ่งในบรรยากาศเย็นสบายน่านั่งเล่น วินกับแอนสบโอกาสนั่งคุย ปรับทุกข์กัน วินบอกให้แอนระบายสิ่งที่ค้างคาภายในใจให้หมด หลังจากที่ปล่อยให้เธอพูดและเขาได้รับฟังทั้งหมด ก็ถึงเวลาที่วินต้องเป็นฝ่ายพูดปลอบเธอ …แอนรู้สึกได้ทันที ถึงน้ำเสียงและการใช้คำเพื่อปลอบเธอ …มันเป็นคำพูดที่ดีที่สุดในชีวิตเท่าที่เธอเคยได้ยินมาจากปากผู้ชายคนหนึ่ง จนแอนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ วินจึงโผเข้ากอดทันที แอนรู้ได้เลย ตั้งแต่นี้ต่อไปเธอพร้อมจะเปิดใจรับเรื่องราวต่างๆให้เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง รวมถึงเธอพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับวิน เขาเป็นคนที่เธอเพิ่งค้นพบว่าได้ตามหามาตลอดชีวิต แม้เธอและเขาจะเพิ่งได้มาเจอกันตอนนี้ แต่กับอนาคตวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้…แต่ไม่สำคัญเท่า…ในวันนี้เหมือนพรมลิขิตนำพาให้เธอและเขาได้มาพบกัน เธอรู้เพียงแต่ว่าจะขอทุ่มเทเต็มที่ ให้กับเด็กหนุ่มธรรมดาผู้ซึ่งทำให้แอนอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในทุกๆวัน

เที่ยงวันที่อากาศร้อน แดดจัด …วินเดินคุนกับแอนไปขณะที่กำลังจะออกไปนอกโรงเรียนทางประตูใหญ่ ปรากฎว่าเดินอยู่ดีๆ แอนกลับหน้ามืด เป็นลมล้มไป… ดีที่วินคว้าตัวไว้ทันก่อนถึงพื้น เขาจึงรีบพาไปห้องพยาบาล

…ไม่นานแอนก็ฟื้น เขาเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัว และประคบหน้าผากให้เพราะตัวร้อน รวมทั้งเอายาให้กินด้วย วินสั่งว่าต้องไปหาหมอให้ได้ แอนบอกว่าจะลองไปดู แต่ในใจเธอกลับรู้สึกว่าเรื่องธรรมดาแค่นี้ไม่เห็นจะต้องไปหาหมอเลย… (insert)เนื่องจากหลายวันมานี้แอนหน้าซีดไปมาก เวลาเดินก็มีอาการตัวสั่นอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งมีอาการเบลอ บางครั้งก็ความจำสั้น จำอะไรไม่ค่อยได้เพียงชั่วครู่ ทำให้วินเริ่มสงสัยจากการสังเกตเห็น …เขาครุ่นคิด

หลายวันต่อมา แอนเดินมากับวิน(ที่ช่วยเธอถือหนังสือ) ทั้งสองกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน พวกเขาออกมาทางด้านหน้าอาคารเรียนตึก1 แอนรู้สึกก้าวลงบันไดไม่ไหว และวิงวียน บอกกับวินว่าขอนั่งพักตรงนั้นก่อน… วินพยุงแอนนั่งลง วินจึงรีบถามแอนว่าเป็นอะไร เธอนิ่ง…ไม่ตอบ แต่บอกว่า อีก3วันให้มาเจอกันที่นี่ตอนเย็น เธอมีเรื่องจะบอกเขา ด้วยความใจร้อนและอยากรู้มากๆเขาจึงพูดกับแอนให้บอกตอนนี้เลยได้ไหม แอนบอกเพียงแต่ว่าไม่ได้…อยากรู้ต้องรอ เธอพูดด้วยเสียงที่สั่นตัดกลับใบหน้าและแววตาที่ดูนิ่งผิดปกติ วินจึงเชื่อพร้อมกับเก็บความอยากรู้นี้ไว้ ตอนนี้ทำได้ก็แค่รอ…. ทั้งสองลุกขึ้นยืนและเดินจากกันไปคนละทาง จากตรงนั้น

จนเมื่อวินรู้สึกตัวว่าถือหนังสือของแอนติดมือมา เขาก็รีบวิ่งตามเธอออกไปนอกโรงเรียนทันที หวังจะคืนหนังสือให้ เมื่อวินออกมาถึงบริเวณถนนหน้าโรงเรียน เขาเริ่มมองหาเธอ ไม่นานก็เหลือบไปเห็นแอนอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องขึ้นไป เธอกำลังรีบเดินไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่ข้างหน้า(ริมถนน) สีหน้าเหม่อลอยพลางครุ่นคิด วินตะโกนเรียก เธอไม่ได้ยิน ด้วยความอยากรู้เร็วๆที่มีในหัวใจเต็มเปี่ยมว่าแอนจะบอกอะไรในอีกสองวันข้างหน้า โดยไม่ได้มองซ้ายมองขวา เขาข้ามถนนไป…………. ประจวบกับที่แอนปิดประตู และรถก็เคลื่อนออกไปทันที

…………………………………………………………………………………………….

ที่โรงเรียน วินมาคอยแอน… ณ บริเวณที่นั่งพักข้างทางเชื่อมฯ เขาเดินเข้าไปนั่งข้างๆคนกลุ่มหนึ่ง…คนกลุ่มนั้นกลับไม่ได้รู้สึกอยากหันมามองหรือแสดงท่าทางอะไร หรืออยากจะคุยด้วยแต่อย่างไร สักพักวินจึงออกไปเดินเล่นที่ทางเดินยาวเชื่อมจากหน้าประตูโรงเรียนเข้าอาคาร ระหว่างเดิน ผู้คนที่เดินสวนกับเขาไปกลับมีท่าทีที่นิ่งเฉยและผ่านไป ไม่ได้สนใจมองดูเขา

…วินเดินไปนั่งเล่นที่ม้านั่งข้างห้องสมุด เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ๆเด็กกลุ่มหนึ่งที่มานั่งอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่วินนั่งลงด้านหลังกลุ่มเด็ก เด็กคนหนึ่งกลางวงก็ทำท่าตกใจอย่างเห็นได้ชัด พลางกระซิบบอกเพื่อนเบาๆ… จากนั้นเด็กทั้งกลุ่มก็รีบลุกขึ้นยืนและเดินจากไปยังโรงอาหาร(ข้างหน้า)ทันที วินมองตาม พลางคิด…

ที่หน้าเวที ณ ลานการแสดงกลางแจ้งในโรงเรียน วินเหนื่อยจึงไปนั่งเล่นที่นั่นเป็นการพัก …มีชายแก่คนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาทักวิน วินคุยกับเขา ชายแก่คนนั้นจึงได้ถามว่าเป็นไงมาไงมามาทำอะไรที่นี่? จนผ่านไปนานพอสมควรก็ถึงเวลานัด วินจึงขอตัว… หลังจากที่ลุกออกมาและเดินมาได้ไม่ไกล เขาหันหลังกลับไปมอง ชายแก่คนนั้นไม่อยู่ที่นั่นแล้ว วินคิดว่าเขาคงแยกจากไปอย่างรวดเร็ว …ทันทีที่วินมาถึงที่บันไดหน้าอาคารเรียนใต้ตึก1 เขาก็นั่งรอพลางดูเวลาทันที อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลานัดแล้ว

ชั่วครู่ วินเห็นแอนเดินเข้ามาทางประตูเล็ก ด้วยสีหน้าและร่างกายที่ซีดผิดปกติ เธอเดินอย่างช้าๆเป็นจังหวะด้วยการก้มหน้ามาตลอดทาง เมื่อเดินมาถึง แอนหยุด และเงยหน้าขึ้นมามองวิน เธอตกใจเล็กน้อยด้วยการผงะไป แต่จากนั้นเธอก็นั่งลงข้างวิน เขาจับตัวเธอ และรู้สึกเย็นมากจนผิดปกติ วินเริ่มเปิดการสนทนาขึ้นด้วยการถามสารทุกข์สุขดิบ และคุยกันถึงเรื่องอื่นๆเพียงไม่กี่เรื่อง ก่อนที่จะเข้าประเด็น… เขาถามแอนว่ามีอะไรจะบอก แอนนิ่งไปสักพักด้วยสายตาที่เหม่อมองออกไปไกลพลางครุ่นคิดก่อนที่จะพูด …ความจริง เธอไปตรวจมาแล้วพบว่าเป็นโรคความดันในหลอดเลือด วันนี้เป็นวันที่มีกำหนดเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ …ที่เธอยังไม่อยากบอกในวันนั้นเพราะกลัวว่าวินจะมารั้งตัวเธอไว้ไม่ให้ไป แต่ที่ตัดสินใจบอกเพราะอยากให้วินเจอคนที่ดีกว่า และชีวิตของเขายังอีกยาวไกล ไม่ควรมาจบลงหรือเสียเวลาเปล่าไปกับคนไร้ค่าอย่างเธอที่คงจะหมดความหมายลงในเวลาไม่ช้า วินเริ่มร้องไห้ พลางพูดแต่ว่าไม่จริง เขารับไม่ได้ แอนเริ่มน้ำตาคลอและเสียงสั่นๆบอกวินว่าถึงยังไงเธอก็ไปต่างประเทศไม่ได้แล้ว เพราะเธอ ตายแล้ว………………….

เมื่อวานตอนบ่าย ที่บ้านของเธอ มีงานปาร์ตี้ที่เพื่อนๆ และพ่อแม่จัดให้ เพื่อเลี้ยงอำลาทุกคนไปรักษาตัวยังต่างประเทศ ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกันอยู่นั้น โทรศัพท์(บ้าน)ก็ดังขึ้น …แอนเดินไปรับโทรศัพท์ที่อยู่อีกห้องหนึ่งไกลออกไป เสียงเข้ม ทุ้มของผู้ชายปลายสายทำให้รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษ เขาถามเธอว่ารู้จักแจ็คไหม เธอบอกรู้จัก เจ้าหน้าที่ฯจึงบอกว่า ให้ทำใจ เขามีเรื่องสำคัญจะบอก …ความจริงแล้วแจ็คไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ แต่ด้วยการฆาตกรรมของดอนที่โกรธเคืองแจ็คจากเรื่องชกต่อยเมื่อคราวก่อน …ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ฯพูดยังไม่จบดีแอนก็เริ่มวิงเวียน หน้ามืด ก่อนจะเป็นลมล้มลงกับพื้น และเสียชีวิตไปในที่สุด ในขณะที่เธอยังไม่ได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ฯสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว ……….เพื่อนสองสามคนเดินถือจานไปล้างผ่านมาพอดีจึงตกใจ (ทำจานตกแตก) ร้องกรี๊ด…

ที่บันไดหน้าตึก หลังจากที่แอนเล่าให้วินฟังจบ เขาก็นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรเลย แอนจึงพูดขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน เพราะไม่มีใครพูดอะไรขึ้นเลย แอนถามวิน…ที่เธอคุยกับเขาได้ไม่ใช่เพราะเขาก็ตายแล้วหรอกหรือ? ไม่งั้นเธอกับวินคงไม่ได้พบกันอีกครั้ง ว่าแล้วแอนจึงถามว่าเขาตายยังไง?

ช่วงเย็นวันหนึ่ง บริเวณถนนแถวโรงเรียน แอนกำลังรีบเดินไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่ข้างหน้าริมถนน สีหน้าเหม่อลอยพลางครุ่นคิด วินตะโกนเรียก เธอไม่ได้ยิน ด้วยความอยากรู้ที่มีในหัวใจเต็มเปี่ยมว่าแอนจะบอกอะไร โดยไม่ได้มองซ้ายมองขวา

เขาข้ามถนนไป……. ประจวบกับที่แอนปิดประตู และรถก็เคลื่อนออกไปทันที ที่ถนน วินถูกรถยนต์ขับมาชนเข้าอย่างจัง เขากระเด็นไปตามแรงประทะของรถไม่ไกลก็ล้มลงไปกับพื้นถนน เลือดไหลออกมาจากทั่วร่างกายมากมาย เขาสิ้นลมไปพร้อมกับกองเลือด ……… ทันทีที่เกิดเหตุ บริเวณนั้นมีคนมามุงดูมากมาย แต่ทว่ารถยนต์ของแอนกลับเคลื่อนออกไปไกลมากจนเกินกว่าจะรู้ถึงเรื่องราวที่เกิด

เมื่อวินเล่าจบ เธอเริ่มน้ำตาคลอและรั้องไห้ในที่สุด เธอขอโทษวินที่ไม่ได้สนใจเขา (ถึงแม้ว่าแอนจะไม่ได้ยินเสียงเรียกของวินในตอนนั้นก็ตาม) เพราะเธอทำให้วินต้องเสียชีวิต เพียงถ้าหากเธอไม่ใจลอย ขึ้นรถช้ากว่านี้หน่อย วินก็จะไม่ตาย แต่วินกลับพูดสวนขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือพลางเอามือปาดน้ำตาแอนที่ใบหน้า และบอกว่า ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก งานนี้ไม่มีใครผิด และไม่ไช่เพราะเธอหรอกหรือที่ทำให้เราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง? ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ตายจากไป เขากับเธอก็คงจะไม่มีวันได้กลับมารักกันอีก… เขาพูดพลางยิ้ม แอนหยุดเริ่มหยุดร้องไห้และบอกว่า …ถ้ามันคือโชคชะตาที่ลิขิตไว้เพื่อที่ให้เราได้รักกันจริง และเกิดมาเป็นคู่แท้ของกันและกันจริงๆ ตอนนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอก็พร้อมแล้ว หากมีวินอยู่เคียงข้างเธอเสมอ …เธอพร้อมที่จะออกเดินทางไกลไปกับเขาและความรักที่ยิ่งใหญ่ พร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรค ด้วยรักที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง …เป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อแอนพูดจบ วินกับแอนก็ประสานมือเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งสองสบตา และลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะก้าวลงบันไดพร้อมกันเพื่อออกเดินไปในเส้นทางที่ทอดยาวไกลข้างหน้า พร้อมกับแสงสีขาวนวลดุจละอองเมฆที่ส่องแสงตลอดทาง …มันเป็นเส้นทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ความจริงนี่ป็น Treatment ของหนังสั้นเรื่องแรกที่ผมกำกับ แต่เห็นว่าดูแล้วก็คล้ายกับเรื่องสั้น (ที่ไม่สั้น!) อยู่เหมือนกัน จึงได้นำมารวมไว้ใน Blog ด้วย ใครที่ต้องการชมภาพยนตร์หลังอ่านจบ คลิกเข้าไปดูได้ที่ soulmomentfilm.wordpress.com ครับ

 

A Short Film by Supakit Seksuwan

 

 

Soul Moment / 2007 / นวนิยายขนาดสั้น / พิมพ์ / Mac Paper / Drama, Romance

LUSH ปีที่ 2 ฉบับที่ 04 (2006)

คุณป้าหามาให้อ่าน แค่บทสัมภาณ์ครูของคนรักหนัง อ.แดง – กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน ก็คุ้มแล้ว! (เรารักอาจารย์ครับ) เขาเป็นอาจารย์กูรูด้านหนัง หรือเอนไซโคลพีเดียหนังมือวางอันดับต้น ๆ ของประเทศ และเป็นกรรมการตัดสินหนังสั้นสายช้างเผือกพิเศษ (ระดับมัธยม) เทศกาลหนังสั้น โดยมูลนิธิหนังไทย ที่ทำให้ผมคว้างรางวัลขุนวิจิตรมาตราจากภาพยนตร์สั้นเรื่อง The Love เมื่อคราวครั้งที่ 12 หลายปีก่อน แถมด้วยบทความ อิสระหนังไทย, ผู้กำกับผู้ทรงอิทธิพล! แค่นี้ก็คุ้มแว้ววว

LUSH / 2006 / Magazine / Variety / Country: Thailand / Language: Thai / 65 pages / 10.11.55 / B+ / YES!
อาณัติ มาตรคำจันทร์ (บรรณาธิการ). LUSH ปีที่ 2, ฉ.04 (มีนาคม 2549). กรุงเทพฯ: หวีกล้วย